Taragraphies — Header Component

อุณหูมิเฉลี่ยผิวโลกยังคงสูงเพิ่มขึ้น

กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเฉี่ยผิวโลกในช่วง 11,300 ปีที่ผ่านมา (เส้นสีฟ้า อ้างจาก Science, 2013) และการคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในศตวรรษปัจจุบันตามระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นอยู่ของมนุษยชาติ  (เส้นสีแดง, อ้างจากการศึกษาต่างๆ ในปัจจุบัน (recent literature)). กราฟด้านบนแสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในช่วงปัจจุบันมีระดับเพิ่มสูงมากขึ้น อันเนื่องมาจากก๊าซเรือนกระจก เส้นสีฟ้าแสดงระดับอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในช่วง 11,300 ปีที่ผ่านมา และระดับที่เพิ่มขึ้นทางด้านขวาระบุว่า การที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง 50 เท่า เร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อารยธรรมและเกษตรกรรมมีพัฒนาการมานั้นมีลักษณะอย่างไร เส้นสีแดงคือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์อย่างดีที่สุดเมื่อพิจารณาว่าแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้นยังเป็นไปตามเดิมในอนาคตอันใกล้ ยิ่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ยิ่งมีการเก็บสะสมความร้อนในชั้นบรรยากาศโลกมากขึ้น และยิ่งนำไปสู่วิกฤตสภาพภูมิอากาศมากขึ้นในยุคปัจจุบัน

มลพิษซัลเฟอร์ไดออกไซด์เพิ่มมากขึ้นในอินเดีย ครึ่งหนึ่งมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน

การวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมออราขององค์การนาซ่า(NASA’s Aura ) พบว่า การปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากโรงไฟฟ้าในอินเดียเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 60 ระหว่างปี 2005 และปี 2012  เป็นการศึกษาที่ตีพิมพ์ออนไลน์ Environmental Science & Technology. ในเดือนธันวาคม 2556 นี้ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์(Sulfur dioxide – SO2) เป็นมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพและสภาพภูมิอากาศ ในปี 2010 อินเดียแซงหน้าสหรัฐอเมริกาโดยเป็นประเทศที่มีการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์มากเป็นอันดับสองรองจากจีน โดยที่ปริมาณการปล่อยราวครึ่งหนึ่งมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings