หรือปี พ.ศ.2562 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการยุติถ่านหินในยุโรป ? 

โรงไฟฟ้าถ่านหิน Staudinger ของบริษัท Uniper ที่ Grosskrotzenburg  30 กิโลเมตรจากเมือง Frankfurt ถ่ายเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562. ภาพโดย REUTERS/Kai Pfaffenbach – RC159CB62AB0

การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในยุโรปลดลงราวหนึ่งในห้าในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ.2562 นี้ โดยที่ลดลงในทุกประเทศที่มีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน

ข้อมูลของ Sandbag ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะในยุโรปตะวันตก มีการลดลงของการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินถึงร้อยละ 79 ในไอร์แลนด์ และมีหลายครั้งที่ลดลงเกือบศูนย์หรือเหลือศูนย์ เช่นในสหราชอาณาจักร มีการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินสองสัปดาห์ในเดือนพฤษภาคมเป็นครั้งแรก

Image: Sandbag

ในแง่ของการลดลงแบบสัมบูรณ์ เยอรมนีมีการลดลงของการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินมากที่สุด เป็นการลดลงทั้งถ่านหินและลิกไนต์ แต่โดยรวมก็ยังคงมีสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสามของการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในสหภาพยุโรปในปีนี้

การมุ่งสู่ระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดคือหัวใจสำคัญของการต่อกรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและในช่วงห้าปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานชะลอตัวลง การใช้และการผลิตพลังงานยังคงเป็นสองในสามของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกและร้อยละ 81 ของระบบพลังงานของโลกยังคงเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล สัดส่วนเดียวกันกับเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา

นโยบายที่มีประสิทธิภาพ ปฎิบัติการของภาคเอกชน และความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับภาคสาธารณะมีความจำเป็นในการสร้างระบบพลังงานโลกที่ปลอดภัย ราคาที่เหมาะสม มีความยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ความก้าวหน้าที่วัดได้มีความจำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านอย่างประสบความสำเร็จ ดัชนีการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของเวทีเศรษฐกิจโลก( The World Economic Forum’s Energy Transition Index) ซึ่งทำการจัดอันดับ 115 ประเทศ ว่ามีความสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การเข้าถึงความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย(ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคและพลังงาน) แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ใหญ่หลวงที่สุดที่เราเผชิญอยู่เมื่อพิจารณาถึงการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน นั่นก็คือ การขาดความพร้อมของประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ของโลก รวมถึง สหรัฐอเมริกา จีน อินเดียและรัสเซีย จากดัชนีดังกล่าวพบว่า ในจำนวน  10 ประเทศที่มีคะแนนความพร้อมมากที่สุดนั้นรวมกันแล้วมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นเพียงร้อยละ 2.6 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลก

เพื่อรับประกันถึงอนาคตของระบบพลังงานโลก เวทีเศรษฐกิจโลกทำงานร่วมกับโครงการต่างๆ ได้แก่ the Partnering for Sustainable Energy Innovation, the Future of Electricity, the Global Battery Alliance and Scaling Renewable Energy  เพื่อกระตุ้นและเอื้ออำนวยการลงทุนด้านพลังงาน เทคโนโลยีและทางออกที่สร้างสรรค์

การเติบโตของพลังงานหมุนเวียน

พลังงานหมุนเวียนเอาชนะถ่านหินอย่างช้าๆ โดยที่การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมเพิ่มขึ้นทั่วทั้งยุโรป อย่างไรก็ตาม การใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นฟอสซิลอีกชนิดหนึ่งก็เพิ่มขึ้นด้วยเมื่อถ่านหินหายไปและราคาตลาดคาร์บอนมีการเปลี่ยนแปลงในแง่ของแรงจูงใจ

การลดลงของการใช้ถ่านหินมีน้อยกว่าในประเทศยุโรปตะวันออกซึ่งมีการรับเอาระบบพลังงานทางเลือกที่ยั่งยืนตำ่กว่า ในบางกรณี เช่น สโลเวเนียและบุลกาเรีย การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินยังเพิ่มขึ้น หลายประเทศ เช่น โปแลนด์ สาธารณรัฐเชก โรมาเนีย บุลกาเรียและกรีซ ยังคงพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลิกไนต์

Image: Sandbag

แนวโน้มที่ลดลงของการใช้ถ่านหินในสหภาพยุโรปเป็นทิศทางไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 1.5 ปีต่อปี แต่การลด ละ เลิกถ่านหินยังคงค่อนข้างช้า จนถึงปี พ.ศ.2562 นี้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวนหนึ่งปิดตัวลง ส่วนใหญ่อยู่ในสหราชอาณาจักรและเยอรมนี ถ่านหินจะยังคงมีบทบาทในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราวร้อยละ 12 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรปทั้งหมดในปี พ.ศ.2562 นี้

Image: IEA

ข้อมูลของทบวงพลังงานระหว่างประเทศ ถ่านหินยังคงมีสัดส่วนในภาคการผลิตไฟฟ้าราว 2 ใน 5 ทั่วทั้งโลก และยังคงมีความจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมเหล็กและโลหะ ในขณะที่การใช้ถ่านหินลดลงในบางภูมิภาค เช่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป แต่ความต้องการถ่านหินใช้ยังคงเพิ่มขึ้นในจีนและอินเดีย

ที่มา : http://econews.com.au/61814/2019-could-be-beginning-of-the-end-for-coal-in-europe/