Taragraphies — Header Component

ประเด็นและนัยความมั่นคงด้านพลังงานในห่วงโซ่อุปสงค์ของพลังงานนิวเคลียร์

การทำเหมืองยูเรเนียม การประกอบเชื้อเพลิง การก่อสร้างและการซ่อมบำรุง
ณ กำลังผลิตของนิวเคลียร์ทั่วโลกในปัจจุบัน ทรัพยากรยูเรเนียมที่มีการค้นพบจะหมดลงไปในอีก 34 ปี ข้างหน้า รวมถึงปริมาณที่มีการคาดการณ์และแหล่งทางทหารในอดีต ทรัพยากรยูเรเนียมจะหมดไปในอีก 70 ปีข้างหน้า (18) การขยายตัวของพลังงานนิวเคลียร์อย่างมีนัยสำคัญจะลดเวลาการมีอยู่ของยูเรเนียม เชื้อเพลิงประกอบขึ้นจากแร่ยูเรเนียม ความสามารถในการผลิตที่จำกัดสำหรับส่วนประกอบพิเศษและมีขนาดใหญ่
ร้อยละ 58 ของแหล่งยูเรเนียมมาจาก 3 ประเทศคือ ออสเตรเลีย แคนาดาและคาซักสถาน มีการทำเหมืองยูเรเนียมใน 18 ประเทศ (19) โรงงานแปรรูปใน 5 ประเทศคือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักรและรัสเซีย
ร้อยละ 52 ของการทำเหมืองยูเรเนียมดำเนินการโดย 3 บริษัทคือ คาเมโก(Cameco) ริโอตินโต (Rio Tinto)  และอาเรวา(Areva) โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมขนาดใหญ่ดำเนินการใน 6 ประเทศ คือ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย ส่วนในประเทศอื่น ๆ เป็นโรงงานขนาดเล็ก
เมื่อคุณภาพของยูเรเนียมลดลง ราคาและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตจะเพิ่มขึ้น ยูเรเนียมที่มีคุณภาพที่ต่ำกว่าต้องการพลังงานเพิ่มมากขึ้นเพื่อเปลี่ยนมันให้เป็นเชื้อเพลิง เช่นเดียวกับแร่ยูเรเนียมจากแหล่งอื่น ๆ เช่น ทะเลหรือหิน นั้นก็ต้องการพลังงานมากขึ้นเพื่อชดเชยกับที่มันผลิตได้ การผูกขาดแหล่งเชื้อเพลิงทำให้สถานการณ์เลวร้ายเพิ่มขึ้น ชิ้นส่วนต่างๆ มีเพียงไม่กี่ชนิด
ราคายูเรเนียมในตลาดโลกพุ่งขึ้น ราคาซื้อขายอยู่ที่ 40-60 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ราคายูเรเนียมในเดือนมิถุนายน 2550 เพิ่มเป็น 136 เหรียญสหรัฐฯต่อปอนด์ เปรียบเทียบกับราคาในปี 2543 ซึ่งอยู่ที่ 7 เหรียญสหรัฐ อันเนื่องมาจากการขาดแคลนแหล่งยูเรเนียม ชนิดของเตาปฏิกรณ์ต้องการเชื้อเพลิงเฉพาะ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของรัสเซียของโรงไฟฟ้า Temelin ในสาธารณรัฐเชคต้องเจอกับปัญหาอย่างมากเมื่อมีการเปลี่ยนผู้จัดหาแหล่งเชื้อเพลิงในปี 2549 การขาดแคลนบุคลากรที่ได้รับการฝึกฝนในการก่อสร้างและการดำเนินการ
การขยายกำลังการผลิตพลังงานนิวเคลียร์จะทำให้แหล่งแร่ยูเรเนียมลดลงอย่างมากจนถึงระดับที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของการจัดหาพลังงาน ประเทศที่ใช้ยูเรเนียมจะต้องขึ้นต่อประเทศเพียงไม่กี่แห่งในการทำเชื้อเพลิง ความล่าช้าในการก่อสร้าง
มีเพียงไม่กี่ประเทศและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองยูเรเนียม การออกแบบเตาปฏิกรณ์และสัญญาของแหล่งจัดหาเชื้อเพลิงมีนัยสำคัญต่อการจัดหาแหล่งเชื้อเพลิง  การปิดโรงไฟฟ้าเพื่อทำการซ่อยบำรุง อันเนื่องมาจากส่วนประกอบที่ไม่มีอยู่
ราคายูเรเนียมในตลาดโลกที่ไม่อาจคาดการณ์ได้

 

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งเป็นระบบรวมศูนย์ขนาดใหญ่และป้อนไฟฟ้าฐานเข้าระบบนั้น เมื่อมีปัญหาติดขัดจากการถูกรบกวน แม้เพียงจุดเล็ก ๆ นั้นอาจนำไปสู่การสูญเสียไฟฟ้าในเมืองทั้งเมืองหรือพื้นที่ทั้งหมดได้ ตัวอย่างเช่น ในเดือนกรกฏาคม 2007 แผ่นดินไหวในญี่ปุ่นได้ส่งผลกระทบต่อเตาปฏิกรณ์ 7 แห่งที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวา โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้จ่ายกระแสไฟฟ้าร้อยละ 6-7 ของไฟฟ้าที่ใช้ในญี่ปุ่นและกรุงโตเกียวนั้นขึ้นอยู่กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างมาก โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าวยังไม่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าจนถึงปัจจุบันและคาดว่าจะหยุดดำเนินการไปอย่างน้อย 1 ปี สวีเดนประสบปัญหาแบบเดียวกันในปี 2006 และในปี 2011 แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น คลื่นสึนามินำไปสู่มหันตภัยนิวเคลียร์ที่ฟูกูชิมา

ระบบกระจายศูนย์ อาคารต่างๆ จากบ้านเรือนไปจนถึงหน่วยอุตสาหกรรมที่มีกังหันลม แผงเซลล์สุริยะ หรือระบบการผลิตร่วมความร้อน-ไฟฟ้า หรือโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่อยู่ใกล้ชุมชนจะมีประสิทธิภาพมากกว่า และมีแนวโน้มน้อยที่จะเกิดความเสียหายหรือถูกรบกวนน้อยกว่า

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading