Taragraphies — Header Component

ฝนที่ตกหนักเป็นปริมาณมากกว่าสองเท่าจากระดับปกติในเดือนกรกฎาคมเป็นเวลาสองสามวัน บางส่วนของญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภัยพิบัติจากน้ำท่วมครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 35 ปี พายุฝนและน้ำท่วมก่อให้เกิดดิยถล่มและการสูญเสียชีวิตมากมาย ในขณะที่คนนับล้านต้องอพยพจากบ้านเรือนและที่ทำงานของตน นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบเรียกร้องให้มีการระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยราว 73,000 คนทั่วญี่ปุ่นมาให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเนื่องจากพยากรณ์อากาศระบุว่าจะมีดินถล่มและฝนตกเพิ่มขึ้น

japan_mrg_2018190

แผนที่ด้านบนแสดงถึงปริมาณสะสมของฝนระหว่างเวลาตีสามของวันที่ 2 กรกฎาคม ถึงตีสามของวันที่ 9 กรกฎาคม 2561  มี 13 จังหวัดบนเกาะหลักของญี่ปุ่นมีปริมาณฝนตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง เมืองฮิโรชิมาและโอกายามา ทางตอนใต้ของเกาะฮอนชูเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยร้ายแรงที่สุด

ข้อมูลฝนตกมาจากการเก็บข้อมูลระยะไกลด้วยเครื่องมือวัด Integrated Multi-Satellite Retrievals (IMERG) ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ของภารกิจ Global Precipitation Measurement (GPM) ดาวเทียม GPM เป็นหัวใจของการสังเกตเรื่องการตกของฝนซึ่งรวมถึงการวัดโดยเครื่องมือของนาซา องค์กรสำรวจอวกาศของญี่ปุ่นและหน่วงานในประเทศและระหว่างประเทศอีก 5 แห่ง ปริมาณการตกของฝนที่วัดได้จากภาคพื้นดินจะมีค่ามากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

การตกของฝนมี สาเหตุมาจาก อากาศอุ่นและชื้นที่พัดมาจากมหาสมุทรแปซิฟิกและอิทธิพลของ พายุไต้ฝุ่นพระพิรุณ(Typhoon Prapiroon)

แปลความจาก – NASA Earth Observatory image by Joshua Stevens, using IMERG data from the Global Precipitation Mission (GPM) at NASA/GSFC. Text by Kasha Patel.

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading