
ข้อกล่าวอ้างหลักของ Jacobin Report โต้แย้งว่าแนวทางที่ UNHCR สนับสนุนเพื่อระดมทุนผ่านตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ (voluntary carbon markets) กำลังทำให้ผู้ลี้ภัยถูกดึงไปทำ green job ที่ค่าตอบแทนต่ำ(หรือไม่ได้ค่าตอบแทน)เพื่อผลิตคาร์บอนเครดิตซึ่งช่วยให้บริษัทขนาดใหญ่ใช้ภาพลักษณ์ net zero และยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป
ผลจากวิกฤตงบประมาณ UNHCR และจำนวนผู้พลัดถิ่นเพิ่มขึ้น Jacobin Report เชื่อมโยงการหันไปพึ่งคาร์บอนเครดิตกับช่องว่างงบประมาณของ UNHCR และสถานการณ์ผู้ถูกบังคับให้พลัดถิ่นเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์
กองทุน Refugee Environmental Protection (REP) Fund (เริ่มปี 2021) ตามที่ Jacobin Report อธิบายคือใช้เงินตั้งต้นลงทุนโครงการ ผลิตคาร์บอนเครดิตได้ใกล้ค่ายผู้ลี้ภัย มีการตรวจวัด/รับรอง/ขึ้นทะเบียนเครดิต ขายเครดิตในตลาดคาร์บอนแบบสมัครใจ นำรายได้กลับไปใช้กับโครงสร้างพื้นฐานและการขยายโครงการในค่าย
Jacobin Report ระบุว่ามีการเลือก พื้นที่นำร่อง 3 แห่งในยูกันดาและรวันดา และมีการศึกษาความเป็นไปได้เพื่อขยายไปประเทศอื่น ๆ (เช่น บราซิล บังกลาเทศ เคนยา โมซัมบิก แคเมอรูน ชาด)
กิจกรรมหลักที่ก่อให้เกิดเครดิต 2 แบบ (1) ปลูกป่า/ฟื้นฟูป่า(reforestation) (ปลูกและดูแลต้นไม้ เริ่มจากพื้นที่หลักหมื่นเฮกตาร์ในพื้นที่นำร่องและตั้งเป้าระยะยาวระดับ “หลายสิบล้านต้น” ใกล้ค่าย (2) เตาหุงต้มสะอาด (clean cooking) (เช่น LPG หรือโซลาร์) โดยนับเป็นการลดการปล่อยเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฐานเดิม
ประเด็นแรงงานที่ Jacobin Report เน้นคือ ค่าจ้างต่ำและงานไร้ค่าตอบแทนที่มีมิติเพศสภาพ โดยชี้ว่างานปลูกป่ามักเป็นงานค่าจ้างต่ำและโครงการเตาหุงต้มสะอาดในทางปฏิบัติพึ่งพาแรงงานในครัวเรือนที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงแต่กลับถูกทำให้เป็นกิจกรรมสร้างคาร์บอนเครดิต
Jacobin Report ใช้ราคาคาร์บอนเครดิตแบบอ้างอิงและสมมติฐานอัตราการกักเก็บคาร์บอนเพื่อประเมินมูลค่าในระยะยาวแล้วโต้แย้งว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ตกกับผู้ซื้อเครดิต/ตัวกลาง/การดำเนินงานของระบบ มากกว่าผู้ลี้ภัยที่เป็นแรงงานหลัก
Jacobin Report ย้ำข้อวิจารณ์ที่พบได้บ่อย เช่น การกำกับดูแล วิธีการและมาตรฐานไม่สม่ำเสมอ แรงจูงใจให้อวดอ้างผลเกินจริงและการพึ่งพา baseline แบบสมมติที่ตรวจสอบยาก
ความเสี่ยงของการปลูกป่า ความไม่ถาวรและผลกระทบระบบนิเวศ Jacobin Report ชี้ความเสี่ยง เช่น อัตราการตายของต้นไม้สูง ผลกระทบต่อดิน/ความหลากหลายทางชีวภาพ/น้ำ และความเสี่ยงไฟป่าที่เพิ่มขึ้นซึ่งกระทบ “ความถาวร” ของคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้
Jacobin Report สรุปว่า REP Fund เป็น maladaptation (การปรับตัวที่ผิดทิศ/สร้างปัญหาเพิ่ม) เพราะทำให้คนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตถูกทำให้เป็นแรงงานผลิตเครดิตเพื่อค้ำจุนทั้งภาพลักษณ์สีเขียวของบริษัทและโครงสร้างการจัดการค่ายผู้ลี้ภัยที่ยืดเยื้อ
