เทคโนโลยี Blockchain นำมาทดลองใช้ต่อกรกับการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมง

ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก https://www.theguardian.com/sustainable-business/2016/sep/07/blockchain-fish-slavery-free-seafood-sustainable-technology

เทคโนโลยี Blockchain คือระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ นำมาทดลองใช้ต่อกรกับการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมง

5184

Blockchain เก็บข้อมูลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ กำลังมีการนำมาใช้ทดลองในอุตสาหกรรมอาหารทะเล Photograph: Maria-Ines Fuenmayor/Provenance

เทคโนโลยีดิจิตอลใหม่ถูกนำมาใช้ติดตามปลาจากเรืออวนลากถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต นวัตกรรมที่จะสามารถช่วยยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการประมงผิดกฏหมาย

เทคโนโลยีที่เรียกว่า “บล็อกเชน(blockchain)” และใช้เป็นครั้งแรกกับระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ของ Bitcoin ซึ่งเป็นเงินสกุลดิจิตอลที่คาดว่าจะปฏิวัติวงการการเงิน อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมอาหาร โดยจะเข้ามาแทนที่งานเอกสารและวิการระบุตัวตน

Blockchain เป็นตัวบันทึกข้อมูลดิจิตอลที่ทุกคนเข้าถึงได้ ในกรณีนี้ มันจะบอกรายละเอียดแหล่งที่มาของปลาและให้ทุกคนเห็นว่าปลาถูกจับ เอามาแปรรูปและนำออกจำหน่ายได้อย่างไร เทคโนโลยีไม่ได้หยุดการทำประมงผิดกฎหมายด้วยตัวของมันเองแต่เปิดให้ใครก็ได้สามารถตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน

การที่อุตสาหกรรมอาหารทะเลนั้นมีเรื่องฉาวโฉ่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการประมงผิดกฎหมาย นักรณรงค์จึงคาดหวังว่าเทคโนโลยีที่นำร่องโดยบริษัท Provenance แห่งสหราชอาณาจักรนี้จะช่วยค้าปลีก ผู้ผลิตและภัตตาคารต่างๆ พิสูจน์ถึงที่มาของปลาและอาหารทะเลได้

Steve Trent ผู้อำนวยการบริหารของ Environmental Justice Foundation (EJF) กล่าวว่า

“การสร้างกลไลเพื่อให้เกิดความโปร่งใสตั้งแต่เครื่องประมงไปจนถึงอาหารทะเลในจานที่เรากินนั้นเป็นหัวใจสำคัญของการขจัดกาประมงที่ไม่ยั่งยืนและผิดกฎหมายและการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ยังคงแพร่ระบาดในภาคการผลิตอาหารทะเล”

4896

โปรแกรมบนสมาร์ทโฟนใช้ในการสแกนผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเพื่อเข้าถึงข้อมูลแหล่งที่มาและเส้นทางที่มาจนถึงซุปเปอร์มาเก็ต Photograph: Provenance

ปัจจุบัน การติดตามการซื้อขายอาหารทะเลเป็นการบันทึกด้วยกระดาษและเครื่องหมาย tag บนตัวปลา เทคโนโลยี “บล็อกเชน(blockchain)”นี้จะทำให้เราเห็นชาวประมงในพื้นที่ส่งข้อความ SMS เพื่อลงทะเบียนการจับปลาของตนลงใน blockchain การระบุข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปเป็นทอดๆ ในทุกๆ จุดตามผู้ที่ส่งสินค้าอาหารทะเลเหล่านั้น รวมถึงการแปรรูป การบรรจุกระป๋อง ข้อมูลจากแหล่งกำเนิดและห่วงโซ่อุปทาน (การเดินทางของสินค้าประมง) นั้นสามารถเข้าถึงและรับรองโดยผู้ซื้อสินค้าและผู้บริโภคในร้านค้าหรือภัตตาคารโดยใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นการแทนที่การสื่อสารข้อมูลแบบพิมพ์และฉลาก

เทคโนโลยีนี้ได้จุดประกายความสนใจในวงการอุตสาหกรรมอาหาร อย่างเช่น กลุ่ม the Co-op Food กำลังทำโครงการนำร่องผลิตภัณฑ์อาหารสดของตนกับบริษัท Provenance คาดว่าน่าจะมีการสรุปผลในปลายปีนี้

Jessi Baker ผู้ก่อตั้งบริษัท Provenance กล่าวว่า เทคโนโลยีนี้เพิ่มเงินเข้าไปอีกไม่กี่สลึงในผลิตภัณฑ์(อาหารทะเล) และน่าจะเป็นการใช้ครั้งแรกกับผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเกรดสูง หรือแม้กระทั่งไวน์และน้ำมันมะกอก ต้นทุนจะต้องลงไปถึงระดับไม่กี่สตางค์เพื่อให้ใช้ได้กับผลิตภัณฑ์อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป

Jessi Baker กล่าวว่า “เราต้องการแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างมาก เราต้องการช่วยสนุบสนุนอาหารทะเลที่มาจากการประมงที่ยั่งยืนและรับรองสิ่งเหล่านี้ไปตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อขับเคลื่อนให้มีตลาดอาหารทะเลที่ปราศจากการใช้แรงงานบังคับ โครงการนำร่องนี้แสดงถึงห่วงโซ่อุปทานระดับโลกที่สลับซับซ้อนที่สามารถทำให้เกิดความโปร่งใสโดยใช้เทคโนโลยี blockchain”

บริษัทไทยยูเนี่ยน ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความยั่งยืน ได้ยินดีกับการนำร่องในผลิตภัณฑ์อาหารทะเลนี้ เทสโก หยุดการนำเอาผลิตภัณฑ์จอห์นเวสต์ของไทยยูเนียนขึ้นชั้นวาง ในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ไทยยูเนียนต้องรับประกันถึงการใช้ปลาทูน่าจากแหล่งที่มาที่ยั่งยืน

Dr Darian McBain ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนของไทยยูเนียนกล่าวว่า  “การตรวจสอบย้อนกลับ(Traceability)ซึ่งเปิดให้เราพิสูจน์ว่าปลาของเรามีการจับอย่างถูกกฏหมายและยั่งยืนและมีสภาพการทำงานของแรงงานที่ปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อุปทาน– มีความสำคัญอย่างยิ่งหากเราให้ความสนใจต่อผู้บริโภคถึงแหล่งที่มาของปลาทูน่า ความท้าทายต่อไปคือการสร้างความสามารถในการขยายผลเพื่อให้ระบบตรวจสอบย้อนกลับสามารถดำเนินการข้ามพรมแดนและผู้มีอำนาจในการออกใบรับรอง และให้การศึกษากับผู้บริโภคว่ามันคุ้มค่าที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อปลาที่เรารู้ถึงแหล่งที่มาและวิธีการประมงโดยแรงงานถูกปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและได้รับค่าจ้างที่มีคุณค่า”

ส่วน Trent จาก EJF ตั้งข้อสังเกตว่า ตังเทคโนโลยีนี้ไม่สามารถยุติการกดขี่ขูดรีดแรงงานในอุตสาหกรรมอากหารทะเลได้ ดังนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจและสนับสนุนกลไกลและปฏิบัติการอื่นๆ รวมถึงการบังคับใช้กฏหมายที่มีประสิทธิภาพ และการดำเนินการอย่างเข้มแข็ง เป็นธรรมและโปร่งใสในชั้นศาลเพื่อลงโทษผู้ที่ละเมิด”

ขยะกองโตจากปากแม่น้ำไข่มุกของจีนมาถึงชายหาดของเกาะฮ่องกงได้อย่างไร

เรียบเรียงจาก http://qz.com/725498/heres-how-huge-amounts-of-trash-from-the-pearl-river-delta-washed-up-on-hong-kongs-shores/

hong-kong-trash-swimช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนในฮ่องกงต่างโมโหโกรธาต่อสถานการณ์เศษขยะจำนวนมากลอยมาขึ้นหาดต่างๆ ของฮ่องกง

ในขณะที่ฮ่องกงเองก็ผลิตขยะออกมาในจำนวมากอยู่แล้ว นักกิจกรรมและชาวเมืองได้ข้อสังเกตว่า ขยะส่วนใหญ่ที่เห็นอยู่ตามหาดทรายนั้นมีป้ายสินค้าที่ใช้กันมากในจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ใช่ฮ่องกง

หน่วยงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งฮ่องกง(EPD)เชื่อว่าเรื่องนี้ต้องโทษจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย ปริมาณขยะที่ลอยอยู่ตามชายทะเลของฮ่องกงมีมากกว่า 6 ถึง 10 เท่า จากปริมาณปกติในช่วงของปี EPD บอกว่า ฝนที่ตกหนักและอุทกภัยนั้นคือสาเหตุ

EPD ตั้งข้อสังเกตุว่าในช่วงกลางเดือนมิถุนายน มีฝนตกหนักและอุทกภัยเกิดขึ้นในหลายมณฑลรอบๆ พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำไข่มุก(Pearl River Delta)เช่น กวางตุ้ง กวางสี หูหนาน และเจียงสี และมีรายงานด้วยว่ามณฑลกวางตุ้งและหลิวซูนั้นเจอกับอุทกภัยใหญ่ในคาบ 20 ปี และอุกภัยที่เกิดขึ้นนี้ได้พัดพาเอาขยะมาถึงเกาะฮ่องกงโดยลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และกระแสน้ำทะเล เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้นในปี 2005 หลังจากเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงในรอบ 100 ปี ในจีนแผ่นดินใหญ่

ขยะจากจีนมาถึงที่นี่ได้อย่างไร?

ศาสตราจารย์ Yongqiang Zong แห่งภาควิชา Earth Sciences ของมหาวิทยาลัยฮ่องกง ตั้งข้อสังเกตว่า ขยะส่วนใหญ่น่าจะมาจากกวางตุ้งและกวางสี ไม่ใช่หูหนาน และเจียงสีที่อยู่ลึกตอนในเข้าไป ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน กวางตุ้งและกวางสีต้องเผชิญกับฝนที่ตกหนักมาก น้ำหลากไหลผ่านเมืองกวางโจวและเสินเจิ้นซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านพาณิชยกรรมในเขตนั้น การคมนาคมหลายส่วนเป็นอัมพาตและคนกว่า 8,000 คน ต้องอพยพ

ข้อมูลทางการเรื่องปริมาณฝนตกในปีนี้นั้นหายาก แต่ศาสตราจารย์ Yongqiang Zong เชื่อว่า ปริมาณฝนนั้นมากกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมาก ในวันที่ 8 พฤษภาคม เพียงวันเดียว เมืองเสินเจิ้นมีปริมาณฝนตก 430 มิลลิเมตร เป็นฝนตกที่มากที่สุดต่อวันในรอบ 6 ปี และเป็นปริมาณฝนที่มากกว่าสองเท่าของฝนที่ตกในฮ่องกงในเดือนพฤษภาคมทั้งเดือน

น้ำจากฝนที่ตกหนักไหลลงระบบระบายน้ำของเทศบาลในเมืองต่าง ๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่ และสุดท้ายก็ออกสู่ทะเลจีนใต้ มวลน้ำเหล่านี้พัดพาเอาขยะปริมาณมหาศาลจากหลุมฝังกลบที่มีอยู่จำนวนมาก

โดยทั่วไป ขยะเหล่านี้จะลอยออกสู่ทะเล แต่กระแสลมที่พัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือทำให้กระแสน้ำทะเลพาขยะที่ลอยอยู่มายังฮ่องกง

hong-kong-trash_006

ทำไมจึงขยะลอยเต็มไปหมด?

นักกิจกรรมและผู้เชี่ยวชาญขยะเชื่อว่า สาเหตุมาจากการจัดการหลุมฝังกลบขยะที่ผิดพลาดทั้งในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่

นาย Paul Zimmerman สมาชิกสภาเขต Pok Fu Lam ในฮ่องกงระบุว่า เฉพาะในฮ่องกงเองนั้นมีจุดรับขยะที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่ 3,000 แห่ง ที่รองรับขยะจากบ้านเรือน แต่มีอีกนับพันแห่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีการจัดการที่ดี ในช่วงฝนตกหนัก ขยะในพื้นที่เหล่านี้นั้นแหละที่หลุดไหลลงสู่ทะเล

มีหลุมฝังกลบขยะมราจัดการไม่ถูกต้องในเขตจีนแผ่นดินใหญ่เช่นเดียวกัน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือบนเกาะ Wai Ling Ding ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะลันเตาของฮ่องกงราว 20 กิโลเมตร ภาพถ่ายดาวเทียมสามารถจับภาพพื้นที่สีขาวซีดท่ามกลางแผ่นดินสีเขียวของเกาะ

wailingding_trash_002ภาพถ่ายแสดงการลักลอบทิ้งขยะ

กองขยะที่มีการลับลอบทิ้งเหล่านี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการที่ขยะที่สามารถเคลื่อนย้ายลงสู่ทะเลได้อย่างง่ายดายหากมีฝนตก

13584774_1234203256590964_2939188906845244849_o-1

แล้วเราพอจะทำอะไรได้บ้าง?

สำหรับเกาะฮ่องกงซึ่งมีพื้นที่จำกัดและประชากรหนาแน่น ข้อเสนอที่สำคัญคือทำการออกแบบแลัจดการวิธีการจัดการขยะใหม่ พื้นที่รับขยะจากบ้านเรือนที่มีอยู่นั้นออกแบบขึ้นเมื่อ 20-30 ปีที่ผ่านมานั้นไม่ตอบโจทย์เสียแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า การที่ฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน รัฐลบาลท้องถิ่นของฮ่องกงก็ไม่คิดจะทำอะไรมากกว่าไปกว่าที่อยู่ในเขตพื้นที่ของตังเองเพื่อแก้ปัญหาขยะขึ้นชายหาด

ในขณะที่ ฮ่องกงไม่อาขจทำอะไรมากไปกว่านี้เพื่อแก้ปัญหาขยะจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่พอทำได้ก็คือการทำความสะอาดชายหาด

นาย Doug Woodring ผู้ก่อตั้ง Ocean Recovery Alliance เรียกร้องให้รัฐบาลฮ่องกงลงทุนซื้อเรือเก็บขยะในทะเลให้มากขึ้น เป็นเรือขนาดใหญ่ขึ้นเพราะเรือที่มีอยู่ไม่เพียงพอ แม้ว่ามันไม่ได้แก้ปัญหาขยะที่จะลงมาสู่ทะเล แต่อย่างน้อยก็ช่วยชะลอหรือกันมิให้ขยะขึ้นชายหาด

13567215_10157058915760526_4129490266843617708_n-1การเก็บขยะบนชายหาด Facebook/Michael Wai Fai Yuan

อีกช่องทางหนึ่งคือการทำตาข่ายกันขยะที่สะพานที่สร้างเชื่อมระหว่างฮ่องกง ซูไห่ มาเก๊า เมื่อสร้างสะพานนี้แล้วเสร็จ ปัญหาคือโครงสร้างสะพานอยู่ในเขตน่านน้ำฮ่องกงเพียงร้อยละ 10 และขยะที่ลอยมาจะไม่มาจากส่วนร้อยละ 10 ของสะพานในส่วนที่เป็นของฮ่องกง

นักกิจกรรมในฮ่องกงชี้ให้เห็นว่า ฮ่องกงต้องใช้เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เป็นตัวกระตุ้นให้มีการจัดการขยะของตนเองให้ดีขึ้น แทนที่จะโทษจีนแผ่นดินใหญ่ว่าเป็นต้นตอของขยะที่ท่วมล้น

นาย Doug Woodring บอกว่า นี่มันไม่ใช่เรื่อง “จีนทำผิด” โลกทั้งโลกไม่มีศักยภาพที่รับมือกับขยะและการรีไซเคิลในแนวทางที่เหมาะสม”

โหวตออกจากอียูเป็น Red Alert สำหรับสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักร

วาระด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้รับความสนใจมากนักในวิวาทะเรื่อง Brexit แต่นี่คือการวิเคราะห์ที่น่าสนใจของเดอะการ์เดียน
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังจากสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปที่พอมองเห็นได้คือ ตลาดการเงินที่พังลงจะส่งผลต่อการลงทุนขนาดใหญ่ที่จำเป็นต่อการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและสะอาดขึ้น กระทบต่อภาคเศรษฐกิจสีเขียวที่เติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศซึ่งสหราชอาณาจักรเป็นผู้นำอยู่
แม้มีข้อวิพากษ์เรื่องความล้มเหลวของสถาบันต่างๆ ที่สหภาพยุโรปสร้างขึ้น (สภายุโรป-Parliament- คณะกรรมาธิการยุโรป-Commission และคณะมนตรียุโรป-Council) แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสหราชอาณาจักรได้ประโยชน์จากกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดและครอบคลุมของสหภาพยุโรป
นักการเมืองฝ่ายขวาในสหราชอาณาจักรและประเทศอื่นๆ ในยุโรป ยังไม่คิดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมันเป็นวิกฤต และต้องการยกเลิกการจำกัดการปล่อยมลพิษจากโรงไฟฟ้า
มีคนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากมลพิษทางอากาศ 400,000 คนต่อปี ในจำนวนนั้นมี 40,000 คนในสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรปได้กำหนดมาตรการทางกฎหมายใหม่ขึ้นในปี 2010 เมืองใหญ่น้อยหลายเมืองในสหราชอาณาจักรยังคงมีระดับมลพิษทางอากาศเกินค่าที่กำหนดไว้ นักกิจกรรมรณรงค์ใช้กฎเกณฑ์ของสหภาพยุโรปที่มีอยู่เพื่อฟ้องร้องรัฐบาลสหราชอาณาจักร รัฐมนตรีหลายคนของสหราชอาณาจักรเองก็ฝ่าฟันให้ได้กฎเกณฑ์ของอียูใหม่เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร มลพิาทางอากาศนั้นไม่จำกัดอยู่ในเขตพรมแดนประเทศ และร้อยละ 88 ของนักวิชาชีพด้านสิ่งแวดล้อมในสหราชอาณาจักรคิดว่าจะเป็นต้องมีนโยบายที่ครอบคลุมทั่วสหภาพยุโรปด้วย
ปฏิบัติการทางกฎหมายก่อนหน้านี้จากสหภาพยุโรปบังคับให้สหราชอาณาจักรทำความสะอาดน้ำเสีย พื้นที่ชายหาดที่เสื่อมโทรม ในขณะที่ การปกป้องธรรมชาติ สัตว์ป่าและพรรณพืชทั่วทั้งสหราชอาณาจักรมาจากกฎเกณฑ์ของสหภาพยุโรป ผู้คนที่ทำงานเพื่อปกป้องสถานที่มหัศจรรย์เหล่านี้และฟื้นฟูความเสียหายที่ผ่านมาต่างคิดว่าการออกจากสหภาพยุโรปนั้นเป็นความผิดพลาด ร้อยละ 66 บอกว่า มันจะลดมาตรการทางกฎหมายในการปกป้องสัตว์ป่าและพรรณพืช และถิ่นที่อยู่อาศัยของมัน ส่วนร้อยละ 30 คิดว่ามันจะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น
สหภาพยุโรปยังขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิวัติในเรื่องของการีไซเคิลและการจัดการของเสีย สำหรับผู้คนที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ สองในสามคิดว่ามันจะแย่ลง ร้อยละ 30 บอกว่า เหมือนเดิม และร้อยละ 4 คิดว่ามันจะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น
นโยบายของสหภาพยุโรปที่สำคัญอันหนึ่งคือการอุดหนุนเกษตรกร ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสัตว์ป่าและพรรณพืชจากการที่กระตุ้นให้เกิดการเกษตรแบบเข้มข้นที่มีลักษณะทำลาย มีนกน้อยลง 421 ล้านตัว ในยุโรป เมื่อเทียบกับ 30 ปีก่อน แต่นโยบายเกษตรกรรมร่วม (Common Agricultural Policy)ของสหภาพยุโรปถูกยกระดับให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและเกษตรกรที่ผลิตอาหาร  ตอนนี้ เกษตรกรในสหราชอาณาจักรต่างเป็นกังวล ส่วนชาวประมงหวังที่ได้โควตาการจับปลาที่มากขึ้น(ภายใต้ Common Fisheries Policy) แต่สหราชราชอาณาจักรกำลังไปจากสหภาพยุโรป? ปราศจากการปกป้องที่เข้มข็งแล้ว ปลาในทะเลคงเหลือน้อยลงไปอีก
สหภาพเกษตรกรแห่งชาติ(The National Farmers Union) อาจมีความหวังจาก Brexit คือการยกเลิกการห้ามใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อผึ้งและสิ่งมีชีวิตที่มทำหน้าที่ผสมเกสรอื่นๆ สหภาพเกษตรกรแห่งชาติและรัฐมนตรีเกษตรต่อสู่เพื่อให้ยกเลิกการห้ามใช้สารเคมี แต่เจตจำนงร่วมของสหภาพยุโรปยังเดินหน้าเพื่อให้มีการยกเลิกการใช้
เจตจำนงร่วมของสหภาพยุโรปยังมีความสำคัญต่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในเวทีสากลและในสหราชอาณาจักเอง การตั้งเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนของสหราชอาณาจักรนั้นตกงกันที่กรุงบัสเซลล์แต่ออกจากสหภาพยุโรปทำให้เรื่องนี้ตกไป
แม้ว่ารัฐบาลของสหราชอาณาจักรจะไม่ค่อยยินดีสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาด แต่สหราชอาณาจักรนั้นมันกฎหมายที่เข้มแข็งในการลดการปล่อยคาร์บอน นาย Boris Johnson ผู้ที่อาจจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักรนั้นเป็นผู้กังขาเรื่องโลกร้อน ต้องจับตาดูว่าเขาจะลงมือจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร
James Thornton จาก Client Earth นักกฎหมายที่กดดันให้รัฐบาลปรับปรุงแผนการจัดการมลพิษทางอากาศบอกว่า Brexit ทำให้เขาตกใจ ผิดหวัง และกังวลมากถึงอนาคตการปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักร Craig Bennett จาก Friends of the Earth บอกว่า การโหวตออกนี้ถือเป็น “red alert” สำหรับสิ่งแวดล้อม
ปฏิกิริยาต่อ Brexit ของนาย Farage นักการเมืองผู้สนับสนุนการโหวตออก นั้นตรงข้ามโดยสิ้นเชิง เขาบอกว่า “ผมไม่อาจจะดีใจมากไปกว่านี้”
WORLD ORGANIC NEWS

News & Advocacy

Bucket List Publications

Indulge- Travel, Adventure, & New Experiences

Pimthika 'S BLOG

The Right Way To Walk For Coffee Lover

A-FAB

ASEAN for a Fair, Ambitious and Binding Global Climate Deal

TARAGRAPHIES

a view from within in a hyperconnected world

Burma Concern

A Creative Platform for Understanding Burma

AOr NOpawan

Let's the flowers bloom in your heart!!

Matt on Not-WordPress

Stuff and things.