Taragraphies — Header Component

ซีเซียม-137 : ความหน้าไหว้หลังหลอกของการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์และรังสีในประเทศไทย

ผู้เขียน : ประสงค์ ปาณศรี – เครือข่ายคนรักษ์นครนายกมรดกธรรมชาติ สืบเนื่องจากประเด็นร้อนแรง เรื่องแท่งเหล็กเครื่องตรวจวัดระดับที่มีส่วนประกอบของสารกัมมันตรังสีซีเซี่ยม 137 หายไปจากโรงไฟฟ้าที่ปราจีนบุรี และมีความพยายามหากันอยู่สักระยะหนึ่งแต่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แล้วจู่ๆก็มีการแถลงข่าวเรื่องพบสารกัมมันตรังสี ซีเซี่ยม 137 ในฝุ่นเหล็กของโรงงานหลอมเหล็กแห่งหนึ่งที่ปราจีนบุรี ซึ่งข้อสรุปส่วนหนึ่งของการแถลงข่าวคือ ไม่แน่ใจว่า สารกัมมันตรังสี ซีเซี่ยม 137 ที่ตรวจพบนั้นมาจากอุปกรณ์ที่หายไปจากโรงงานไฟฟ้านั้นหรือไม่ นั่นหมายความว่า เรื่องนี้มีสองประเด็นที่ชัดเจน คือ มีหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องกับการใช้สารกัมมันตรังสี อยู่ 3 หน่วยงานที่อยากจะกล่าวถึงกล่าวคือ 1.โรงไฟฟ้า/โรงงานหลอมเหล็ก 2.สำนักงานปรมณูเพื่อสันติ (ปส.) และ 3. สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ สทน. ทั้ง 3 หน่วยงานมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน โรงไฟฟ้าคือผู้ใช้อุปกรณ์วัสดุรังสี มีหน้าที่ต้องดูรักษาและรายงาน ปส. ตามช่วงระยะที่ ปส. ออกใบอนุญาตมาตามกฏหมาย ขั้นตอนนี้สำคัญ เพราะมีบทลงโทษระบุไว้หากปล่อยปะละเลย และ ปส. ก็ต้องตรวจสอบอุปกรณ์วัสดุรังสีดังกล่าวนั้น และรายงานเป็นช่วงตามระยะที่กำหนดในใบอนุญาต ในฐานะผู้กำกับดูแล กิจกรรมด้านนิวเคลียร์และรังสีทั่วประเทศ หากเกิดความเสียหายใดๆ ทั้งสองหน่วยงานนี้ต้องรับผิดชอบ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings