Taragraphies — Header Component

ฟ้าขมุกขมัวทั่วอเมริกาเหนือ

หมอกควันจากไฟป่าที่ยังคงลุกลามในทวีปอเมริหาเหนือตอนกลางและตะวันตก ได้แผ่กระจายปกคลุมเกือบทั่วทั้งทวีป ท้องฟ้าที่สดใสกลายเป็นฟ้าหม่น ในเมืองหลายแห่งตั้งแต่บอสตันไปจนถึงวอชิงตัน ดี.ซี. อันเนื่องมาจากหมอกควันจากไฟป่าในแคว้น Manitoba และ Ontario ของแคนาดาลอยปกคลุมพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา แผนที่ด้านบนแสดงความเข้มข้นของอนุภาคที่เรียกว่า “เขม่าดำ(black carbon) ที่กระจายทั่วทั้งทวีปอเมริกาเหนือในวันที่ 21 กรกฏาคม 2564 โดยใช้ข้อมูลจากแบบจำลอง GEOS forward processing (GEOS-FP) ที่ประมวลจากเครื่องวัดบนดาวเทียม อากาศยานและระบบสังเกตการณ์ภาคพื้นดิน นักสร้างแบบจำลองยังใช้ข้อมูลละอองลอย(aerosols)และไฟ(fire)จากเครื่องมือวัดบนดาวเทียมด้วย แบบจำลอง GEOS-FP ยังใช้ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา เช่น อุณหภูมิอากาศ ความชื้น และลมเพื่อจำลองพฤติกรรมของกลุ่มหมอกควันจากไฟป่าอีกด้วย เราสามารถเห็นกลุ่มเขม่าดำหนาแน่นที่ออกมาจากจุดเกิดไฟในรัฐบริติชโคลัมเบีย โอเรกอน วอชิงตัน และแคลิฟอร์เนีย อีกด้วย แปลเรียบเรียงจาก NASA Earth Observatory image by Joshua Stevens, using GEOS-5 data from the Global Modeling and Assimilation Office at NASA GSFC. Story by Adam Voiland. […]

ละอองลอยสัญชาติอเมริกันในปารีส

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 ผู้คนแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ(ในอเมริกาเหนือ) ตื่นขึ้นจากเถ้าที่ตกลงมาจากท้องฟ้าเหมือนหิมะ แต่ถึงแม้เถ้าจะตกลงสู่พื้น ไฟป่าที่ลุกโชนไปทั่วแถบตะวันตกของสหรัฐอเมริกาและแคนาดาก็ปล่อยละอองลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ บางส่วนก็ลอยไปถึงยุโรป ภาพรวมการเดินทางข้ามทวีปของละอองลอยแสดงในแผนที่ด้านบน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เก็บรวบรวมตั้งแต่วันที่ 4-7 กันยายน 2560 โดย Ozone Mapping Profiler Suite (OMPS) บนดาวเทียม Suomi NPP แผนที่แสดงความเข้มข้นของละอองลอยสัมพัทธ์ โดยมีความเข้มข้นต่ำกว่าในเฉดสีเหลืองและความเข้มข้นสูงกว่าในเฉดสีส้ม-น้ำตาลเข้ม ละอองลอยที่มีความเข้มข้นสูงเกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดในแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ กระแสลมพัดละอองลอยขึ้นสูงและพัดพาไปทางตะวันออกข้ามทวีป เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560 ดูเหมือนว่าละอองลอยจะมาถึงแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ และในวันที่ 5 กันยายน 2560 ละอองลอยก็มาถึงนิวฟันด์แลนด์ ภายในวันที่ 6 กันยายน 2560 กลุ่มละอองลอยมองเห็นได้ชัดเจนเหนือใจกลางมหาสมุทรแอตแลนติก Colin Seftor นักวิทยาศาสตร์ด้านบรรยากาศที่ทำงานให้กับ Goddard Space Flight Center ของ NASA กล่าวว่า “คุณจะเห็นได้ว่ากลุ่มละอองลอยในวันที่ 6 กันยายนเป็นส่วนหนึ่งของกระแสละอองลอยที่หลุดออกมาจากแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings