เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 ผู้คนแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ(ในอเมริกาเหนือ) ตื่นขึ้นจากเถ้าที่ตกลงมาจากท้องฟ้าเหมือนหิมะ แต่ถึงแม้เถ้าจะตกลงสู่พื้น ไฟป่าที่ลุกโชนไปทั่วแถบตะวันตกของสหรัฐอเมริกาและแคนาดาก็ปล่อยละอองลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ บางส่วนก็ลอยไปถึงยุโรป

ภาพรวมการเดินทางข้ามทวีปของละอองลอยแสดงในแผนที่ด้านบน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เก็บรวบรวมตั้งแต่วันที่ 4-7 กันยายน 2560 โดย Ozone Mapping Profiler Suite (OMPS) บนดาวเทียม Suomi NPP แผนที่แสดงความเข้มข้นของละอองลอยสัมพัทธ์ โดยมีความเข้มข้นต่ำกว่าในเฉดสีเหลืองและความเข้มข้นสูงกว่าในเฉดสีส้ม-น้ำตาลเข้ม

ละอองลอยที่มีความเข้มข้นสูงเกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดในแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ กระแสลมพัดละอองลอยขึ้นสูงและพัดพาไปทางตะวันออกข้ามทวีป เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560 ดูเหมือนว่าละอองลอยจะมาถึงแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ และในวันที่ 5 กันยายน 2560 ละอองลอยก็มาถึงนิวฟันด์แลนด์ ภายในวันที่ 6 กันยายน 2560 กลุ่มละอองลอยมองเห็นได้ชัดเจนเหนือใจกลางมหาสมุทรแอตแลนติก

Colin Seftor นักวิทยาศาสตร์ด้านบรรยากาศที่ทำงานให้กับ Goddard Space Flight Center ของ NASA กล่าวว่า “คุณจะเห็นได้ว่ากลุ่มละอองลอยในวันที่ 6 กันยายนเป็นส่วนหนึ่งของกระแสละอองลอยที่หลุดออกมาจากแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ เหมือนว่าละอองลอยเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก”

ภายในวันที่ 7 กันยายน 2560 ละอองลอยมาถึงไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ละอองลอยเหล่านี้อยู่ในชั้นบรรยากาศระดับสูง ดังนั้น จึงไม่เป็นปัญหาร้ายแรงต่อคุณภาพอากาศใกล้พื้นดินและสุขภาพของมนุษย์ ถึงกระนั้น แบบแผนการกระจายตัวของละอองลอยแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ในทวีปหนึ่งสามารถส่งผลไปทั่วโลกได้อย่างไร

“ไม่ใช่เรื่องแปลกที่กลุ่มละอองลอยจากไฟป่าในอเมริกาเหนือจะไปถึงยุโรป” เซฟเตอร์กล่าว อย่างไรก็ตาม เขาบังเอิญสังเกตเห็นว่ากลุ่มละอองลอยที่ส่งถึงยุโรปในปีนี้ดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นและหนาขึ้น เขายังชี้ให้เห็นว่า ละอองลอยเหล่านี้คงตัวในชั้นบรรยากาศได้นานมากขึ้น ไฟป่าครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกากลางเดือนสิงหาคมส่งละอองลอยไปปกคลุมยุโรปอยู่หลายวัน

ที่มา : NASA Earth Observatory images by Jesse Allen and Jeff Schmaltz, using Suomi NPP OMPS data provided courtesy of Colin Seftor (SSAI), and MODIS data from LANCE/EOSDIS Rapid Response. Story by Kathryn Hansen.
References & Resources

The Atlantic (2017, September 7) Has Climate Change Intensified 2017’s Western Wildfires? Accessed September 14, 2017.
The New York Times (2017, September 6) Pacific Northwest Fires Smother Region in Smoke and Ash. Accessed September 14, 2017.
OMPS Blog (2017, September 5) Fire (and Smoke) Situation Worsens Over US. Accessed September 14, 2017.

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading