Nine countries. One pattern: announce the reactor, miss the deadline, redesign the reactor, announce it again. A reading of the nuclear industry's own 2025 status report — reactor by reactor, promise by promise.
เก้าประเทศ กับรูปแบบเดียวกัน: ประกาศเตาปฏิกรณ์ เลื่อนกำหนด ออกแบบใหม่ แล้วประกาศอีกครั้ง อ่านจากรายงานสถานะอุตสาหกรรมนิวเคลียร์โลกปี 2025 ทีละประเทศ ทีละคำสัญญา
Merriam-Webster defines a "Potemkin village" as a facade built to hide an unwanted truth. Read enough government press releases about Small Modular Reactors (SMRs) and the phrase stops sounding like a metaphor. Country after country stages the same confident unveiling — a gleaming reactor render, a signing ceremony, a promise pegged to some point in the 2030s — then quietly pushes the delivery date back once the cameras leave.
The industry says SMRs will solve the climate crisis and power the AI data-center boom. The paper trail, filed reactor by reactor in the 2025 World Nuclear Industry Status Report, says something else.
What follows is that paper trail — the announcement each country made, and what the report's own sourcing found sitting behind it.
พจนานุกรม Merriam-Webster นิยาม "หมู่บ้านปอเต็มกิน" (Potemkin village) ว่าเป็นฉากหน้าที่สร้างขึ้นเพื่อปิดบังความจริงที่ไม่อยากให้ใครเห็น อ่านแถลงการณ์ของรัฐบาลเรื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) มากพอ คำนี้จะไม่ใช่แค่การเปรียบเทียบอีกต่อไป ประเทศแล้วประเทศเล่าจัดฉากเปิดตัวด้วยความมั่นใจแบบเดียวกัน — ภาพเรนเดอร์เตาปฏิกรณ์เงางาม พิธีลงนาม คำสัญญาที่แปะไว้กับปีใดปีหนึ่งในทศวรรษ 2030 — แล้วก็ค่อย ๆ เลื่อนกำหนดส่งมอบออกไปทันทีที่กล้องกลับบ้าน
อุตสาหกรรมบอกว่า SMR จะแก้วิกฤตโลกร้อนและป้อนพลังงานให้ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ที่กำลังบูม แต่หลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ถูกบันทึกไว้ทีละเตาปฏิกรณ์ในรายงานสถานะอุตสาหกรรมนิวเคลียร์โลก (WNISR) ปี 2025 บอกอีกเรื่องหนึ่ง
เนื้อหาต่อจากนี้คือหลักฐานนั้น — คำประกาศของแต่ละประเทศ เทียบกับสิ่งที่แหล่งข้อมูลในรายงานพบว่าซ่อนอยู่ข้างหลังมัน
Under construction since 2014. Cold testing promised for 2016, fuel load for 2017.
ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2014 เคยสัญญาว่าจะทดสอบระบบเย็นในปี 2016 และใส่เชื้อเพลิงได้ในปี 2017
153 construction workers laid off in a single month of 2024, part of 470 job cuts that year. The new head of Argentina's atomic energy commission declared the project dead, saying on the record it isn't commercially viable. Weeks later, the government unveiled a replacement design, the ACR-300 — which a former commission president says has no engineering detail behind it at all.
คนงานก่อสร้าง 153 คนถูกเลิกจ้างภายในเดือนเดียวของปี 2024 ส่วนหนึ่งของการปลดพนักงาน 470 ตำแหน่งในปีนั้น ประธานคนใหม่ของหน่วยงานพลังงานปรมาณูอาร์เจนตินาประกาศยุติโครงการ โดยระบุตรง ๆ ว่ามันไม่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์ ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา รัฐบาลก็เปิดตัวแบบใหม่ทดแทนคือ ACR-300 ซึ่งอดีตประธานหน่วยงานเดียวกันบอกว่ายังไม่มีรายละเอียดทางวิศวกรรมใด ๆ รองรับเลย
"You only have to stand in front of the construction site to realize that this is not a small modular reactor."
"แค่ไปยืนหน้าสถานที่ก่อสร้างก็รู้แล้วว่านี่ไม่ใช่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก"
Ontario Power Generation building a BWRX-300 at Darlington, promised online by the end of the decade.
บริษัท Ontario Power Generation กำลังสร้าง BWRX-300 ที่ Darlington สัญญาว่าจะเดินเครื่องได้ก่อนสิ้นทศวรรษนี้
The price for just the first unit has climbed to roughly CAD 7.7 billion. Build the three additional units originally planned, and the government's own number is CAD 20.9 billion — about US$15.2 billion, several times early estimates. Meanwhile the reactor vendor picked for a parallel New Brunswick project, Ultra Safe Nuclear, filed for bankruptcy still owing the Canadian regulator itself over half a million dollars.
ราคาของหน่วยแรกเพียงหน่วยเดียวพุ่งขึ้นไปราว 7.7 พันล้านดอลลาร์แคนาดา และถ้าจะสร้างอีกสามหน่วยตามแผนเดิม ตัวเลขจากรัฐบาลเองอยู่ที่ 20.9 พันล้านดอลลาร์แคนาดา หรือราว 15.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าที่เคยประเมินไว้หลายเท่า ขณะเดียวกัน บริษัทผู้ออกแบบเตาปฏิกรณ์ที่ถูกเลือกให้ทำโครงการคู่ขนานที่รัฐนิวบรันสวิก คือ Ultra Safe Nuclear ก็ยื่นล้มละลาย ทั้งที่ยังติดหนี้หน่วยงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ของแคนาดาเองกว่าห้าแสนดอลลาร์
The HTR-PM declared commercially operational, marketed as proof SMRs have arrived.
HTR-PM ถูกประกาศว่าเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว ใช้เป็นหลักฐานว่ายุคของ SMR มาถึงแล้ว
Its output was quietly cut from a designed 200 MW to 150 MW, with no public explanation. The load factor cited to prove its success was measured against that already-reduced number, for the single month the plant actually ran that year. China's other SMR design, the ACP100, has taken about as long to build as an ordinary large reactor — erasing the one advantage SMRs are supposed to offer.
กำลังผลิตถูกลดจากที่ออกแบบไว้ 200 เมกะวัตต์ เหลือ 150 เมกะวัตต์ โดยไม่มีคำอธิบายต่อสาธารณะ และตัวเลขอัตราการเดินเครื่องที่ใช้อวดผลสำเร็จก็คำนวณจากกำลังผลิตที่ลดแล้วนั้น สำหรับเดือนเดียวที่โรงไฟฟ้าเดินเครื่องจริงในปีนั้น ส่วนแบบ SMR อีกตัวของจีนคือ ACP100 ก็ใช้เวลาก่อสร้างพอ ๆ กับเตาปฏิกรณ์ขนาดใหญ่ทั่วไป ซึ่งลบข้อได้เปรียบเดียวที่ SMR ควรจะมีทิ้งไปหมด
A homegrown reactor to keep France competitive in the small-reactor market.
เตาปฏิกรณ์ฝีมือฝรั่งเศสเอง เพื่อให้ประเทศไม่ตกขบวนตลาดเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็ก
By 2020 the project had 10-15 engineers assigned to it, versus roughly 1,000 working on EDF's conventional EPR2 reactor. Nuward has since been redesigned at least three times — first two 170 MW modules, then a "proven technology bricks only" reset in 2024, then a fresh 400 MW concept in 2025 — shedding its submarine-reactor maker, TechnicAtome, along the way. A finished "conceptual design" is still not due until mid-2026.
ในปี 2020 โครงการนี้มีวิศวกรเพียง 10-15 คน เทียบกับราว 1,000 คนที่ทำงานกับเตาปฏิกรณ์ EPR2 แบบดั้งเดิมของ EDF นับจากนั้น Nuward ถูกออกแบบใหม่อย่างน้อย 3 ครั้ง — เริ่มจากโมดูล 170 เมกะวัตต์สองหน่วย จากนั้นรีเซ็ตเป็น "ใช้เทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้วเท่านั้น" ในปี 2024 แล้วเปลี่ยนเป็นแนวคิดใหม่ 400 เมกะวัตต์ในปี 2025 — ระหว่างทางบริษัทผู้ผลิตเตาปฏิกรณ์เรือดำน้ำอย่าง TechnicAtome ก็ถอนตัวไป "แบบแนวคิด" ที่สมบูรณ์ยังไม่มีกำหนดแล้วเสร็จจนกว่าจะถึงกลางปี 2026
Plus import partnerships announced with France, Russia, and the U.S.
บวกกับความร่วมมือนำเข้าเทคโนโลยีจากฝรั่งเศส รัสเซีย และสหรัฐฯ ที่ประกาศไว้
The three announced designs — Bharat SMR, SMR-55, and a hydrogen unit — exist as budget lines and site plans, not built hardware. Import talks with foreign vendors have stalled for years, and Holtec, one of the U.S. companies chasing the Indian market, has publicly called India's nuclear liability law a barrier scaring off the private investors the government is counting on.
แบบทั้งสามที่ประกาศไว้ — Bharat SMR, SMR-55 และหน่วยผลิตไฮโดรเจน — ยังอยู่แค่ในรูปงบประมาณและแผนที่ตั้งโครงการ ยังไม่มีการก่อสร้างจริง การเจรจานำเข้าเทคโนโลยีจากต่างชาติก็ค้างเติ่งมาหลายปี และบริษัท Holtec จากสหรัฐฯ ซึ่งพยายามเจาะตลาดอินเดีย ก็ออกมาระบุตรง ๆ ว่ากฎหมายความรับผิดทางนิวเคลียร์ของอินเดียเป็น "อุปสรรคทางกฎหมาย" ที่ทำให้นักลงทุนเอกชนที่รัฐบาลหวังพึ่งพาไม่กล้าเข้ามา
More barge-mounted reactors, and export deals, reportedly on the way to four countries.
มีแผนสร้างเตาปฏิกรณ์แบบเรือบรรทุกเพิ่ม พร้อมดีลส่งออกไปยัง 4 ประเทศ ตามที่รายงานไว้
The two floating reactors Russia does operate have managed lifetime load factors of just 28% and 36%. Its next design, the BREST-300 fast reactor, has slipped its grid-connection date to 2028, at a cost of roughly US$1.4 billion for one unit. And the flagship export deal, with Uzbekistan, was just cut down from six small reactors to two, with two large conventional reactors added instead.
เตาปฏิกรณ์ลอยน้ำสองเครื่องที่รัสเซียเดินเครื่องอยู่จริง มีอัตราการใช้งานตลอดอายุการใช้งานเพียง 28% และ 36% เท่านั้น ส่วนแบบต่อไปคือ BREST-300 ซึ่งเป็นเตาปฏิกรณ์นิวตรอนเร็ว ก็เลื่อนกำหนดเชื่อมต่อกริดไปเป็นปี 2028 ด้วยต้นทุนราว 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหนึ่งหน่วย และดีลส่งออกเรือธงกับอุซเบกิสถาน ก็เพิ่งถูกปรับลดจากเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็ก 6 เครื่อง เหลือ 2 เครื่อง แล้วแทนที่ด้วยเตาปฏิกรณ์ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิมอีก 2 เครื่องแทน
MoUs already signed to bring the still-unfinished i-SMR to Indonesia and Jordan.
ลงนามบันทึกความเข้าใจแล้วเพื่อส่งออก i-SMR ที่ยังออกแบบไม่เสร็จ ไปยังอินโดนีเซียและจอร์แดน
SMART has been licensed since 2012 and has never won a single domestic order — it costs too much per megawatt of capacity. Its successor, the i-SMR, doesn't have a finished "standard design" yet, and construction isn't slated to start until 2031 at the earliest. Jordan's own energy officials have previously said, in a different context, that they don't want their country to be a guinea pig for unproven reactor designs.
SMART ได้รับใบอนุญาตมาตั้งแต่ปี 2012 แต่ไม่เคยได้ออร์เดอร์ในประเทศแม้แต่ครั้งเดียว เพราะต้นทุนต่อเมกะวัตต์สูงเกินไป ส่วนตัวต่อยอดอย่าง i-SMR ก็ยังไม่มี "แบบมาตรฐาน" ที่เสร็จสมบูรณ์ และยังไม่มีกำหนดเริ่มก่อสร้างจนกว่าจะถึงปี 2031 เป็นอย่างเร็วที่สุด ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านพลังงานของจอร์แดนเองเคยกล่าวไว้ในบริบทอื่นว่า ไม่อยากให้ประเทศตัวเองเป็นหนูทดลองให้กับแบบเตาปฏิกรณ์ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้
Backed by over £2.5 billion in public money, announced June 2025.
ได้รับการสนับสนุนเงินภาครัฐกว่า 2.5 พันล้านปอนด์ ประกาศเมื่อเดือนมิถุนายน 2025
It won partly by being the last one standing: Westinghouse withdrew from the competition only months after being shortlisted for the final round, and EDF's Nuward dropped out back in 2024. Rolls-Royce's own design, meanwhile, has been rated anywhere from 440 to 470 MW since 2017 — above the output that international convention treats as genuinely "small."
ส่วนหนึ่งที่ชนะเพราะเหลือผู้เข้าแข่งขันน้อยราย: Westinghouse ถอนตัวจากการประมูลเพียงไม่กี่เดือนหลังผ่านเข้ารอบสุดท้าย ส่วน Nuward ของ EDF ก็ถอนตัวไปตั้งแต่ปี 2024 ขณะที่แบบเตาปฏิกรณ์ของ Rolls-Royce เองก็ถูกปรับกำลังผลิตไปมาระหว่าง 440 ถึง 470 เมกะวัตต์ นับตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่นานาชาติถือว่าเป็นเตาปฏิกรณ์ "ขนาดเล็ก" จริง ๆ
Over $2.8 billion in DOE matching grants, plus a fresh $900 million solicitation in 2025.
ทุนสมทบจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ กว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์ บวกทุนใหม่อีก 900 ล้านดอลลาร์ในปี 2025
Tennessee Valley Authority is trying, for the second time, to build a small reactor at the same Clinch River site — its first attempt, the mPower design, was scrapped back in 2017. X-energy's planned Texas units have already slipped from a 2030 promise to a 2033 filing. And the Big Tech data-center money everyone cites — Amazon, Google, Microsoft, Meta — is, in one nuclear economist's assessment, small and completely inadequate next to what building an actual reactor costs.
หน่วยงานไฟฟ้า Tennessee Valley Authority กำลังพยายามเป็นครั้งที่สองที่จะสร้างเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็กที่ไซต์ Clinch River เดิม — ความพยายามครั้งแรกด้วยแบบ mPower ถูกพับไปแล้วตั้งแต่ปี 2017 ส่วนหน่วยผลิตของ X-energy ที่วางแผนไว้ในเท็กซัส ก็เลื่อนจากที่เคยสัญญาไว้ปี 2030 มาเป็นยื่นขอปี 2033 ไปแล้ว และเงินลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่มักถูกอ้างถึง — Amazon, Google, Microsoft, Meta — ก็ตามการประเมินของนักเศรษฐศาสตร์นิวเคลียร์รายหนึ่ง ถือว่า "น้อยและไม่พอเลย" เมื่อเทียบกับต้นทุนที่แท้จริงในการสร้างเตาปฏิกรณ์สักเครื่อง
Levelized cost of electricity for a new plant delivering power in 2030, Australia — CSIRO's GenCost analysis, the most detailed public costing exercise available. Even with grid-integration costs added for wind and solar, the low end of SMR pricing still doesn't touch the high end of renewables.
ต้นทุนไฟฟ้าตลอดอายุโครงการ (LCOE) ของโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะเริ่มจ่ายไฟปี 2030 ในออสเตรเลีย จากการวิเคราะห์ GenCost ของ CSIRO ซึ่งเป็นการประเมินต้นทุนสาธารณะที่ละเอียดที่สุดเท่าที่มี แม้จะบวกต้นทุนเชื่อมต่อกริดให้ลมและแสงอาทิตย์แล้ว ราคาต่ำสุดของ SMR ก็ยังสูงกว่าราคาสูงสุดของพลังงานหมุนเวียนอยู่ดี
Even after adding the cost of integrating high shares of variable wind and solar onto the grid, their combined 2030 cost still lands around US$58–84/MWh — below the cheapest SMR estimate.
แม้บวกต้นทุนการรวมพลังงานลมและแสงอาทิตย์สัดส่วนสูงเข้ากับกริดแล้ว ต้นทุนรวมในปี 2030 ก็ยังอยู่ที่ราว 58–84 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งยังต่ำกว่าประมาณการ SMR ที่ถูกที่สุด
Nine countries, nine political systems, one script: announce, delay, redesign, announce again. Only one SMR in the world runs at what its builder calls commercial scale — and its numbers needed adjusting first to look like a success. None of this proves small reactors will never work. It means they are not, today, the fast or cheap climate fix the headlines keep promising. Every dollar and every year spent waiting for one is a dollar and a year not spent on the wind and solar capacity that can be built now.
เก้าประเทศ เก้าระบบการเมือง แต่ใช้บทเดียวกัน: ประกาศ เลื่อน ออกแบบใหม่ แล้วประกาศอีกครั้ง มีเพียงโครงการ SMR เดียวในโลกที่เดินเครื่องได้ในระดับที่ผู้สร้างเรียกว่า "เชิงพาณิชย์" — และตัวเลขของมันก็ต้องถูกปรับก่อนถึงจะดูเหมือนความสำเร็จ ทั้งหมดนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็กจะใช้ไม่ได้ผลตลอดไป แต่มันบอกว่า ณ วันนี้ มันไม่ใช่ทางออกด้านสภาพภูมิอากาศที่รวดเร็วหรือถูกอย่างที่พาดหัวข่าวสัญญาไว้ ทุกดอลลาร์และทุกปีที่เสียไปกับการรอมัน คือดอลลาร์และปีที่ไม่ได้ถูกใช้กับกำลังผลิตลมและแสงอาทิตย์ที่สร้างได้ตั้งแต่วันนี้
The money. Roughly $10 billion of the $15.4 billion tracked in global SMR financing is public money — money not going to renewables that are already cheaper and already buildable.
เงิน: จาก 15.4 พันล้านดอลลาร์ที่ถูกติดตามในเงินทุน SMR ทั่วโลก ราว 10 พันล้านดอลลาร์เป็นเงินภาครัฐ — เงินที่ไม่ได้ไปลงกับพลังงานหมุนเวียนที่ทั้งถูกกว่าและสร้างได้จริงตั้งแต่วันนี้
The timeline. Every SMR project surveyed here has slipped its own delivery date — often more than once — while wind and solar keep shipping capacity on schedule.
ไทม์ไลน์: ทุกโครงการ SMR ที่สำรวจในนี้เลื่อนกำหนดของตัวเองมาแล้ว — บ่อยครั้งมากกว่าหนึ่งครั้ง — ขณะที่ลมและแสงอาทิตย์ยังคงส่งมอบกำลังผลิตได้ตามแผน
The framing risk. "AI needs nuclear" is fast becoming the newest justification for delay — the same role "baseload" once played in keeping fossil-heavy grids running a few more years.
ความเสี่ยงด้านวาทกรรม: "AI ต้องการนิวเคลียร์" กำลังกลายเป็นข้ออ้างล่าสุดสำหรับความล่าช้า — บทบาทเดียวกับที่ "ไฟฟ้าฐาน" เคยถูกใช้เพื่อยื้ออายุกริดที่พึ่งพาฟอสซิลออกไปอีกไม่กี่ปี
Where this touches home. Thailand doesn't appear in this chapter of the report yet — but SMRs have already surfaced in draft Thai power development planning. Worth watching before the same "sure and indispensable" language shows up here.
ที่ที่เรื่องนี้แตะบ้านเรา: ไทยยังไม่ปรากฏในบทนี้ของรายงาน — แต่ SMR ก็เริ่มโผล่มาในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทยแล้ว ควรจับตาไว้ก่อนที่ถ้อยคำแบบ "แน่นอนและขาดไม่ได้" แบบเดียวกันนี้จะมาถึงบ้านเรา
| Cookie name | Active |
|---|
สถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ)
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก
รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา
รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่ www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf