Taragraphies — Header Component

ชาวเมือง Toledo รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกาลงประชามติให้ทะเลสาบอีรี่( Lake Erie) หนึ่งในทะเลสาบใหญ่ทั้ง 5 ในทวีปอเมริกาเหนือมีสิทธิและสถานะบุคคลทางกฎหมาย

ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก https://www.smithsonianmag.com/smart-news/toledo-ohio-just-granted-lake-erie-same-legal-rights-people-180971603/ ในช่วง 50 ปีท่ีผ่านมา เกิดแพลงตอนบูมเป็นประจำในช่วงฤดูร้อนในทะเลสาบอีรี่ แพลงตอนบูมจะขยายตัวในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมเมื่ออุณหภูมิน้ำเพิ่มสูงขึ้นและน้ำทะเลสาบมีลักษณะเป็นชั้น แพลงตอนจะบูมสูงสุดในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน บางครั้งส่งผลกระทบต่อระบบการจ่ายน้ำประปาในเมืองที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบทั้งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา การผ่านประชามติที่มีข้อถกเถียงนี้นำไปสู่บัญญัติสิทธิ(Bill of Rights) สำหรับทะเลสาบอีรี่พื้นที่ 9,940 ตารางไมล์และได้รับสถานะในฐานะบุคคลที่มีสิทธิในการฟ้องร้องผู้ก่อมลพิษ Sigal Samuel จากสำนักข่าว Vox ระบุว่าประชามตินี้ถือเป็นครั้งแรกของทรัพยากรธรรมชาติที่ได้รับสถานะทางกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ถึงแม้ว่าความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้เกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศในเมื่อเร็วๆ นี้ ตำนานของเรื่องราวสถานะบุคคลของทะเลสาบอีรี่เริ่มต้นในฤดูร้อนปี ค.ศ.2014 เมื่อเกิดการบูมของสาหร่ายพิษในทะเลสาบอันเกิดมาจากมลพิษทางน้ำจากภาคเกษตรกรรมและมลพิษอื่นๆ มีเหตุเกิดขึ้นนำไปสู่การประกาศภาวะฉุกเฉิน ทำให้ประชาชนกว่าครึ่งล้านขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้เป็นเวลา 3 วัน เหตุดังกล่าวนี้ทำให้เกิดกลุ่ม Toledoans for Safe Water ซึ่งเป็นกลุ่มรณรงค์เพื่อทำความสะอาดและปกป้องแม่น้ำตามการรายงานของ Yessenia Funes ใน Earther กลุ่มเครือข่ายประชาชนร่วมมือกับองค์กร Community Environmental Legal Defense Fund ผลักดัน Lake Erie Bill of Rights Charter […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings