แพลงตอนบูมในทะเลสาบอีรี่ (ที่มา : NASA image courtesy Jeff Schmaltz, LANCE/EOSDIS MODIS Rapid Response Team at NASA GSFC. Caption by Mike Carlowicz)
แพลงตอนบูมในทะเลสาบอีรี่ (ที่มา : NASA image courtesy Jeff Schmaltz, LANCE/EOSDIS MODIS Rapid Response Team at NASA GSFC. Caption by Mike Carlowicz)

ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก https://www.smithsonianmag.com/smart-news/toledo-ohio-just-granted-lake-erie-same-legal-rights-people-180971603/

ในช่วง 50 ปีท่ีผ่านมา เกิดแพลงตอนบูมเป็นประจำในช่วงฤดูร้อนในทะเลสาบอีรี่ แพลงตอนบูมจะขยายตัวในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมเมื่ออุณหภูมิน้ำเพิ่มสูงขึ้นและน้ำทะเลสาบมีลักษณะเป็นชั้น แพลงตอนจะบูมสูงสุดในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน บางครั้งส่งผลกระทบต่อระบบการจ่ายน้ำประปาในเมืองที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบทั้งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

การผ่านประชามติที่มีข้อถกเถียงนี้นำไปสู่บัญญัติสิทธิ(Bill of Rights) สำหรับทะเลสาบอีรี่พื้นที่ 9,940 ตารางไมล์และได้รับสถานะในฐานะบุคคลที่มีสิทธิในการฟ้องร้องผู้ก่อมลพิษ

Sigal Samuel จากสำนักข่าว Vox ระบุว่าประชามตินี้ถือเป็นครั้งแรกของทรัพยากรธรรมชาติที่ได้รับสถานะทางกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ถึงแม้ว่าความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้เกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศในเมื่อเร็วๆ นี้

ตำนานของเรื่องราวสถานะบุคคลของทะเลสาบอีรี่เริ่มต้นในฤดูร้อนปี ค.ศ.2014 เมื่อเกิดการบูมของสาหร่ายพิษในทะเลสาบอันเกิดมาจากมลพิษทางน้ำจากภาคเกษตรกรรมและมลพิษอื่นๆ มีเหตุเกิดขึ้นนำไปสู่การประกาศภาวะฉุกเฉิน ทำให้ประชาชนกว่าครึ่งล้านขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้เป็นเวลา 3 วัน เหตุดังกล่าวนี้ทำให้เกิดกลุ่ม Toledoans for Safe Water ซึ่งเป็นกลุ่มรณรงค์เพื่อทำความสะอาดและปกป้องแม่น้ำตามการรายงานของ Yessenia Funes ใน Earther

กลุ่มเครือข่ายประชาชนร่วมมือกับองค์กร Community Environmental Legal Defense Fund ผลักดัน Lake Erie Bill of Rights Charter Amendment ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายที่ระบุว่า “ทะเลสาบมีสิทธิในการดำรงอยู่ เติบโตและวิวัฒน์ตามธรรมชาติ” ให้มีการลงประชามติ กระบวนการลงประชามติได้ผ่านกฎหมายนี้ร้อยละ 61 ต้องกล่าวในที่นี้ว่า ประชาชนออกมาลงประชามติน้อยกว่าร้อยละ 9 ของผู้มีสิทธิลงคะแนน อย่างไรก็ตาม Nicole Javorsky ที่ CityLab ระบุว่าการที่คนไม่ออกมาลงคะแนนเป็นเรื่องปกติในการเลือกตั้งแบบพิเศษ

กฎหมายที่ให้ทะเลสาบมีสิทธิในทางกฏหมายและเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาชนให้ส่งเสริมสิทธิดังกล่าวเมื่อมีการถูกละเมิด เช่น การฟ้องร้องผู้ก่อมลพิษ Markie Miller จากกลุ่ม Toledoans for Safe Water กล่าวว่า “เราใช้กฎหมายเดิมมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วเพื่อปกป้องทะเลสาบ แต่ชัดเจนว่ามันไม่ได้ผล ในวันนี้ จากการลงคะแนนครั้งประวัติศาสตร์ ชาวเมือง Toledo และแนวร่วมของเราภูมิใจกับยุคใหม่ของสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมโดยรับรองถึงสิทธิของทะเลสาบอีรี่

บัญญัติสิทธิแห่งทะเลสาบอีรี่(The Lake Erie Bill of Rights) เป็นหนึ่งในกระบวนการเคลื่อนไหวสิทธิตามกฎหมายของธรรมชาติตามแนวคิดของนักกฎหมายสิ่งแวดล้อมชื่อ Christopher Stone ที่ตีพิมพ์ในวารสาร the Southern California Law Review ในปี ค.ศ.1972 แนวคิดนี้วางอยู่บนพื้นฐานของสิทธิในอันที่จะฟ้องร้องดำเนินคดี(the legal concept of standing) โดยหลักการคือ ก่อนที่จะมีการเยียวยาแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น ฝ่ายโจทก์ต้องแสดงว่าให้เห็นว่าได้รับผลกระทบโดยตรงจากกิจกรรมนั้นๆ โดยการให้สิทธิต่อทะเลสาบ ทะเลสาบอีรี่มีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ก่อมลพิษได้ (ด้วยความช่วยเหลือจากทนายที่เป็นบุคคล)

ยุทธศาสตร์ทางกฎหมายนี้มีความก้าวหน้าในส่วนอื่นของโลก เช่น แม่น้ำวังกานูอิที่มีความยาว 200 ไมล์ ของประเทศนิวซีแลนด์มีสิทธิและสถานะทางกฎหมายขเป็นบุคคลในปี ค.ศ. 2017 ในปีเดียวกัน ศาลในอินเดียก็ดำเนินการแบบเดียวกันกับแม่น้ำคงคาและยมมุนา ถึงแม้ว่าศาลสูงจะพลิกข้อเสนอในอีก 2-3 เดือนต่อม

นักกิจกรรมในชิลี กำลังหวังว่าจะสามารถรับรองสถานะทางกฎหมายในฐานะบุคคลให้กับแม่น้ำของตนซึ่งเป็นเป้าหมายของสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ประเทศอื่นๆ เช่นโบลีเวียและเอกวาดอร์ก็มีการรับรองยุทธศาสตร์แบบเดียวกันเพื่อให้ธรรมชาติมีสถานะเป็นบุคคลทางกฎหมาย

ยังไม่ชัดเจนว่าประชามติของชาวเมืองจะผ่านด่านในชั้นศาลของสหรัฐอเมริกาไปได้หรือไม่ เพราะหลังจากการลงประชามติ กลุ่ม the Drewes Farm Partnership ยื่นคัดค้าน ประชามติว่าขัดหลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

ไม่ว่ากฎหมายที่ลงประชามติจะผ่านไปได้หรือไม่ ทนาย Madeline Fleisher จาก ศูนย์ Environmental Law & Policy Center ในเมืองโคลัมบัสบอกกับ Javorsky ของ CityLab ว่า กฎหมายนี้บอกให้รู้ว่าชาวเมือง Toledo ไม่พอใจกับมาตรการปกป้องคุ้มครองทะเลสาบที่เป็นอยู่

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading