ทำไมน้ำท่วมในรัฐเท็กซัสจึงรุนแรงถึงขั้นคร่าชีวิตผู้คนมากมาย?
เป็นผลมาจากการผสมผสานกันของปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ปริมาณฝนมหาศาลในระดับหายนะ และการขาดความพร้อมรับมือ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คนจากเหตุอุทกภัยครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในอเมริกาในรอบศตวรรษ ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องถาโถมเข้าท่วมเขตเคอร์ (Kerr County) ในตอนกลางของรัฐเท็กซัส เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 4 กรกฎาคม ในบรรดาผู้เสียชีวิต มีเด็กผู้หญิงและเจ้าหน้าที่ 27 คนที่ถูกกระแสน้ำพัดพาออกไปจากค่ายฤดูร้อนคริสเตียน ขณะนี้มีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้นอีกในสัปดาห์นี้ แผนภูมิและแผนที่ด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นว่าสาเหตุใดที่ทำให้น้ำท่วมครั้งนี้อันตรายถึงเพียงนี้ ส่วนหนึ่งของสาเหตุมาจากปริมาณฝนที่ทำลายสถิติซึ่งตกลงมาในพื้นที่ที่เปราะบางเป็นพิเศษของรัฐ ที่สถานีวัดอากาศอินแกรม (Ingram) ใกล้ค่ายมิสติก (Camp Mystic) ซึ่งเด็กผู้หญิงพักอยู่ มีฝนตกมากกว่า 13 เซนติเมตร (5 นิ้ว) ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ยรายเดือนตามประวัติศาสตร์ ในบางพื้นที่ใกล้เคียงในเขตเคอร์ ปริมาณฝนอาจสูงถึง 25 เซนติเมตรภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ตำแหน่งที่เกิดฝนตกหนัก—บริเวณต้นแม่น้ำกวาดาลูป (Guadalupe River)—ยิ่งเพิ่มความรุนแรงของผลกระทบ ระหว่างเวลา 2.30 น. ถึง 5.10 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม ระดับน้ำในแม่น้ำที่จุดวัดน้ำใกล้ค่ายมิสติกสูงขึ้นเกือบ 9 เมตร (29 […]
Hope for the Best, Prepare for the Worst
หวุดหวิดที่จะเป็นผู้ประสบวิกฤตรถติดบางนา-ตราดจากฝนถล่มเมื่อวานเย็นที่ผ่านมา ยังดีที่ฝ่าออกมาได้ทันหลังจาก onsite interview(สะพานแดง สมุทรสาคร/คลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ-สมุทรปราการ) ในสารคดี the Last Jigsaw ของ TPBS ว่าด้วยเรื่องคลาสิค “กรุงเทพฯ จะจมน้ำไหม?” ปี 2564 กรีนพีซ ประเทศไทยร่วมกับทีมกรีนพีซ เอเชียตะวันออกสังเคราะห์ข้อมูลเรื่องความเสียหายทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์จากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลแบบสภาวะสุดขีดใน 7 เมืองของเอเชียภายในปี 2573 ซึ่งระบุว่า พื้นที่มากกว่าร้อยละ 96 ของกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ หากระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นจะเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม เมื่อพิจารณาถึงอุทกภัยคาบอุบัติซ้ำ 10 ปี (ten-year flood) ที่จะเกิดขึ้นจนถึงปี 2573 เหตุการณ์น้ำท่วมชายฝั่งที่เกิดจากคลื่นพายุซัดฝั่งและระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุดโดยมีโอกาสเกิดขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี ที่จะเกิดน้ำท่วมสูงเกินระดับน้ำทะเล ความเสี่ยงต่อน้ำท่วมจะส่งผลความเสียหายทางเศรษฐกิจให้แก่กรุงเทพมหานครคิดเป็นมูลค่ารวม 512,280 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 96 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมกรุงเทพมหานคร หรือร้อยละ 60 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทย และประชากร 10.45 ล้านคนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอาจได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและน้ำท่วมชายฝั่งในปี พ.ศ.2573 คำถามจากคุณคริสโตเฟอร์ ไรท์ ผู้ดำเนินรายการ – […]
Climate Whiplash คืออะไร? รายงานฉบับใหม่เผยอันตรายจากน้ำท่วมและภัยแล้งในเมืองต่างๆ ของยุโรป
เรียบเรียงจาก https://www.euronews.com/green/2025/03/12/what-is-climate-whiplash-new-report-reveals-dangers-of-flooding-and-drought-in-european-ci นักวิจัยพบว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศทั้งหมดเกิดจากปริมาณน้ำที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป รายงานฉบับใหม่เปิดเผยว่ามหานครที่มีประชากรมากที่สุด 100 แห่งทั่วโลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากน้ำท่วมและภัยแล้ง การศึกษานี้นำโดยองค์กร WaterAid ร่วมกับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยบริสตอลและมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ พบว่าหลายเมืองในยุโรปกำลังเผชิญกับภาวะความแห้งแล้งที่รุนแรงขึ้น ตัวอย่างเช่น กรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปน ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 2 จาก 49 เมืองที่ประสบปัญหาความแห้งแล้ง ขณะที่กรุงลอนดอน เมืองหลวงของสหราชอาณาจักร อยู่ในอันดับที่ 44 นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่าเกือบหนึ่งในห้าของเมืองที่ทำการศึกษากำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ ‘climate whiplash’ ซึ่งหมายถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรุนแรงระหว่างน้ำท่วมและภัยแล้ง สัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน (20 เปอร์เซ็นต์) ได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากสภาพอากาศสุดขั้วประเภทหนึ่งไปสู่อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า ‘climate hazard flips’ศาสตราจารย์คาเทรินา ไมเคียลิดีส ผู้ร่วมเป็นหัวหน้าทีมวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านอุทกวิทยาในพื้นที่แห้งแล้งแห่งมหาวิทยาลัยบริสตอล กล่าวว่า “ผลการศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่าสภาพภูมิอากาศทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและรุนแรง ไม่มีแนวทางเดียวที่ใช้ได้กับทุกที่” เมืองในยุโรปกำลังเผชิญกับ ‘climate hazard flips’ รายงานพบว่า เมืองในยุโรปทั้งหมดที่ได้รับการวิเคราะห์มีแนวโน้มแห้งแล้งขึ้นในช่วง 42 ปีที่ผ่านมา ลอนดอน ปารีส เบอร์ลิน สตอกโฮล์ม และอิสตันบูล […]
ดัชนีความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ 2025
เรียบเรียงจาก https://www.germanwatch.org/en/cri ดัชนีความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ (CRI) จัดอันดับประเทศตามผลกระทบต่อมนุษย์และเศรษฐกิจจากสภาพอากาศสุดขั้ว รายงานฉบับล่าสุดเน้นย้ำถึงความสูญเสียที่เพิ่มขึ้นและความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและดำเนินมาตรการอย่างจริงจัง ดัชนีความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ (CRI) ซึ่งเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2006 เป็นหนึ่งในดัชนีประจำปีที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศที่ดำเนินมาอย่างยาวนานที่สุด CRI วิเคราะห์ระดับผลกระทบของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศต่อแต่ละประเทศ โดยใช้การวัดผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงเพื่อตรวจสอบผลลัพธ์ของความเสี่ยงที่ประเทศต่าง ๆ ต้องเผชิญ ดัชนีนี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง โดยจัดอันดับประเทศตามผลกระทบทางเศรษฐกิจและต่อมนุษย์ (รวมถึงจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับผลกระทบ ผู้บาดเจ็บ และผู้ไร้ที่อยู่อาศัย) โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจะถูกจัดอันดับสูงสุด CRI แสดงให้เห็นระดับผลกระทบของเหตุการณ์เหล่านี้ย้อนหลังไปสองปีก่อนการเผยแพร่ดัชนี และครอบคลุมระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ดัชนีนี้ช่วยให้การอภิปรายและกระบวนการนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศมีบริบทที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่ประเทศต่าง ๆ กำลังเผชิญ นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถรวบรวมและทำความเข้าใจผลกระทบของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคและช่วงเวลาต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจะถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ และควรพิจารณาผลลัพธ์ของ CRI เป็นสัญญาณเตือนว่าประเทศของตนอาจเผชิญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือเหตุการณ์สุดขั้วที่หายากและผิดปกติ การจัดอันดับและผลลัพธ์ของดัชนีความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ (CRI) 2025 ความร้อนระอุ ฝนตกหนัก ไฟป่าที่โหมกระหน่ำ น้ำท่วมร้ายแรง และพายุทำลายล้าง – เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเหล่านี้ได้กลายเป็นเรื่องปกติในความเป็นจริงใหม่ของโลก ดัชนีความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ 2025 ที่เปิดตัวใหม่ เน้นให้เห็นถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเพิกเฉยต่อปัญหา และเปิดเผยผลกระทบที่เพิ่มขึ้นทั้งต่อมนุษย์และเศรษฐกิจ […]