ฝนตกหนักและน้ําท่วมในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

https://www.copernicus.eu/en/media/image-day-gallery/torrential-rainfall-and-floods-dubai-united-arab-emirates เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2567 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับปริมาณน้ําฝนจํานวนมาก โดยบางพื้นที่มีปริมาณน้ําฝนมากกว่า 250 มม. ในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ในดูไบ ฝนตก 100 มม. ภายใน 12 ชั่วโมง ซึ่งเป็นปริมาณที่มักจะได้รับตลอดทั้งปี ปริมาณน้ําฝนแบบสุดขีดส่งผลให้เกิดน้ําท่วมฉับพลันและส่งผลกระทบต่อชีวิตประจําวันในเมือง พื้นที่น้ําท่วมทางตอนใต้ของดูไบสามารถมองเห็นได้ในภาพนี้ที่บันทึกโดยเครื่องมือบนดาวเทียม Copernicus Sentinel-2 เมื่อวันที่ 17 เมษายน ดาวเทียม Copernicus Sentinel ให้ข้อมูลแบบเปิดซึ่งใช้ในการระบุขอบเขตของพื้นที่น้ําท่วมและติดตามผลที่ตามมาของเหตุการณ์หายนะดังกล่าว

หายนะเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าเซเปียน-เซน้ำน้อย ปี 2561

ข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel-1 ในโครงการโคเปอร์นิคัสชี้ให้เห็นเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อยในจังหวัดอัตตะปือ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของลาวที่แตกออกมาในวันที่ 13-25 กรกฎาคม2561นำไปสู่น้ำท่วมฉับพลัน คร่าชีวิตผู้คนไปหลายราย และทำให้มีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก ตามรายงานข่าวท้องถิ่น ความสามารถของเรดาร์ของ Sentinel-1 ในการ “มองเห็น” ผ่านเมฆและฝน และในความมืด ทำให้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการเฝ้าระวังน้ำท่วม ภาพที่ได้มาก่อนและหลังน้ำท่วมให้ข้อมูลได้ทันทีเกี่ยวกับขอบเขตของน้ำท่วมและสนับสนุนการประเมินทรัพย์สินและความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม เรดาร์รูรับแสงสังเคราะห์ C-band บน Sentinel-1 สามารถให้ภาพแนวกว้างที่มีความละเอียด 20 ม. และภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากได้รับเพื่อช่วยตอบสนองฉุกเฉิน

การวิจัยชี้ให้เห็นว่ามีผู้คนอาศัยอยู่ในที่ราบน้ำท่วมถึงเพิ่มมากขึ้น

ในการศึกษาที่ตีพิมพ์ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564 นักวิทยาศาสตร์พบว่าสัดส่วนของประชากรโลกที่ประสบอุทกภัยเพิ่มขึ้น 20 ถึง 24 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่านักวิจัยคาดว่าจำนวนผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยจะเพิ่มขึ้น แต่การประมาณการใหม่นี้มากกว่าที่แบบจำลองก่อนหน้านี้คาดการณ์ถึงสิบเท่า จากการทบทวนข้อมูลดาวเทียมของ NASA เป็นเวลา 20 ปี นักวิจัยได้ทำแผนที่เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ 913 ครั้งใน 169 ประเทศ และเปรียบเทียบกับข้อมูลประชากรทั่วโลกเพื่อให้เข้าใจผลกระทบต่อผู้คนได้ดียิ่งขึ้น ทีมงานพบว่าระหว่างปี 2543-2558 มีผู้คนมากกว่า 58 ถึง 86 ล้านคนอาศัยอยู่ในที่ราบน้ำท่วมถึงทั่วโลก ผู้คนมากกว่า 255 ล้านคนได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงเวลานั้น การเปิดรับที่เพิ่มขึ้นรวมถึงการพัฒนาและการอพยพของมนุษย์ แต่ยังรวมถึงการจัดประเภทใหม่ของที่ดินบางส่วนอันเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมขนาดใหญ่และการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ประเภทของเหตุการณ์น้ำท่วมและจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบแสดงอยู่ในแผนที่ด้านบน “เราจำเป็นต้องเข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงย้ายเข้าไปอยู่ในที่ราบน้ำท่วมถึง และวิธีที่เราสามารถสนับสนุนการบรรเทาอุทกภัยได้” เบธ เทลแมน หัวหน้าทีมวิจัย นักวิจัยด้านภูมิศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแอริโซนากล่าว “ฉันคิดว่าการสังเกตการณ์จากดาวเทียมและโลกสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีที่เราคิดเกี่ยวกับการสร้างความยืดหยุ่นในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature และได้รับทุนสนับสนุนบางส่วนจาก NASA และ Google Earth Outreach อาศัยการสังเกตการณ์ผ่านดาวเทียมโดยตรงจากเครื่องมือ Modis ความละเอียดปานกลาง (Modis) บนดาวเทียม Terra […]

Keep Talking…The Boat is Ready!

เป็นภาพโปสเตอร์ที่เก็บตกมาจาก Climate Forum งานเวทีภาคประชาชน ที่จัดคู่ขนานกับการประชุมเจรจาโลกร้อนที่โคเปนเฮเกนเมื่อปี พ.ศ. 2552 เขียนโดนใจมาก “ดีแต่พูด เรือพร้อมแล้ว (keep talking Boat is Ready!)” สะท้อนให้เห็นถึง ความล้มเหลวและไร้ความคืบหน้าที่เป็นมรรคผลในการเจรจาโลกร้อนที่ผ่านมากว่า 15-16 ครั้ง และน่าจะสะท้อนถึงสถานการณ์แก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดในประเทศไทยตอนนี้ได้บ้าง

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings