ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลมและเซลล์สุริยะในเยอรมนีทำลายสถิติ

ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลมและเซลล์สุริยะในเยอรมนีทำลายสถิติด้วยกำลังการผลิตมากกว่า 40,000 เมกะวัตต์ ถือเป็นสถิติใหม่ของเยอรมนี เป็นเวลาที่ไฟฟ้าที่ผลิตจากลมและแสงอาทิตย์มีมากกว่าที่ผลิตได้จากนิวเคลียร์ถ่านหินและก๊าซ (33,00เมกะวัตต์) ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 67,000 เมกะวัตต์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.agora-energiewende.de/service/aktuelle-stromdaten/stromerzeugung-und-verbrauch/

พลังงานนิวเคลียร์ ความไม่มั่นคงทางพลังงาน (จบ)

พลังงานนิวเคลียร์ไม่สามารถรับประกันถึงการลงทุนในอนาคต อุบัติภัยที่เชอร์โนบิลและเกาะทรีไมล์ และเมื่อเร็วๆ นี้ที่ฟูกูชิมากับผลกระทบอันน่าตื่นตระหนกของมัน นำไปสู่การสูญเสียความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่ออุตสาหกรรมนิวเคลียร์ซึ่งคำสั่งซื้อเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่ๆ ยุติลงอย่างรวดเร็วทั่วโลก อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ต้องหยุดอยู่กับที่ สิ่งที่มากไปกว่านั้นคือ ถึงแม้จะมีการพูดถึงการฟื้นฟูยุคนิวเคลียร์ การคาดหวังอย่างสูงก็ไปด้วยกันไม่ได้กับคำสั่งซื้อเตาปฏิกรณ์แห่งใหม่ อุบัติภัยที่อาจจะเกิดขึ้น เช่นในกรณีของเตาปฏิกรณ์ที่มีขนาดใหญ่และสลับซับซ้อนมากขึ้นเช่นเตาปฎิกรณ์น้ำความดันของยุโรป(EPR) อาจจะมีความร้ายแรงมากกว่ากรณีของเชอร์โนบิล และหากเกิดขึ้นมาจะทำให้อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ไม่มีทางโงหัวขึ้นได้เลย ไม่แปลกใจเลยว่าอุตสาหกรรมนิวเค ลียร์ได้พยายามต่อสู้เพื่อให้เกิดการลงทุน อันเนื่องมาจากความเสี่ยงต่อมนุษย์และความเสี่ยงทางการเงินดังกล่าว ไม่มีคำสั่งซื้อเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในสหรัฐอเมริกามาเป็นเวลา 29 ปีแล้ว แม้รัฐบาลพยายามผลักดันนักลงทุนด้วยเครดิตทางภาษี การรับประกันเงินกู้และความเสี่ยง และถึงแม้จะมีแรงจูงใจของรัฐบาลที่มีราคาแพงเหล่านี้ บริษัทจัดอันดับมูดี้ก็ยังมิได้เห็นว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์เป็นการลงทุนที่น่าสนใจ ทั้งนี้อันเนื่องมาจากปัญหาในเรื่องของความล่าช้าในการก่อสร้าง งบประมาณที่บานปลายและนัยของความไม่น่าเชื่อถือในการจัดอันดับและไม่ได้รับให้มีการดำเนินการในอนาคต จากมุมมองของความน่าเชื่อถือ ประวัติของธุรกิจและความเสี่ยงของการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นแก่บริษัทที่รับเอาโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ ๆ หากอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ไม่สามารถรับประกันการลงทุนในอนาคตที่จะรักษาส่วนแบ่งอันเล็กน้อยของแหล่งพลังงานของโลก มันก็ไม่สามารถที่จะเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและมั่นคงไปสู่อนาคตอันยาวไกลได้ ด้วยกรอบทางการเมืองและกฎหมายที่มีความมั่นคงมากขึ้น การผลิตไฟฟ้าสีเขียวทำให้เราสามารถมีไฟฟ้าใช้ด้วยทางเลือกที่สะอาดขึ้น ปลอดภัยขึ้นและราคาถูกมากขึ้น งานที่ประสบผลสำเร็จในเยอรมนีในเรื่องของการออกกฎหมายเพื่อประกันราคารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน หรือ Feed-in-tariff และในรัฐเท็กซัสในเรื่องของการจัดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Portfolio Standards) ทำให้เกิดการกระตุ้นการลงทุนในด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนและนำไปสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดโดยไม่จำเป็นต้องมีการอุดหนุนทางการเงิน การลงทุนในด้านพลังงานหมุนเวียนในระดับโลกได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัวในช่วงสามปีที่ผ่านมาและมีศักยภาพที่จะขยายเพิ่มขึ้นได้อีกมาก ระบบพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์และประสิทธิทางพลังงาน – ทางออก ทางเลือกในการนำเอาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ไม่สามารถรับประกันความมั่นคงทางพลังงาน หรือช่วยทำให้เป็นอิสระทางพลังงานหรือลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ พลังงานนิวเคลียร์เป็นการหันเหที่มีราคาแพงและเป็นอันตราย กีดกันการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและมีความมั่นคง ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งกำลังมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เป็นเตาปฏิกรณ์แบบน้ำอัดความดันหรือ EPR ตลาดพลังงานโดนกีดกันโดยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่ ตลาดพลังงานนั้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 85 […]

พลังงานนิวเคลียร์ ความไม่มั่นคงด้านพลังงาน (1)

บทนำ โลกของเราปัจจุบันได้เผชิญกับการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นอันตราย ซึ่งเข้าคุกคามชีวิิต คนนับล้านและองค์รวมของระบบนิเวศของโลก ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนว่าจำเป็นต้องมี การเปลี่ยนแปลง ในขั้นรากฐานในการผลิตและการใช้พลังงานภายในระยะเวลา 10 ปี เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบอันร้ายแรง ที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้น เราต้องลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตัดสินใจและการลงทุนด้านการจัดหาพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้าไปจนถึงอีก 50 ปี ข้างหน้า ภายใต้สถานการณ์ดังที่กล่าวมานี้ อุตสาหกรรมนิวเคลียร์มีความพยายามอย่างยิ่งยวดในการสนับสนุนตนเองให้เป็น “พลังงานสะอาด” และนักการเมืองทั้งหลายรวมถึงสื่อมวลชนต่างก็โหมประโคมพลังงานนิวเคลียร์ในฐานะเป็นทางออกของความมั่นคงทางพลังงานที่มีศักยภาพ ในปี 2548 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จอร์ช ดับเบิลยู บุช (George W. Bush)  กล่าวว่า “อนาคตพลังงานที่มั่นคงของอเมริกาจะต้องรวมถึงการมีพลังงานนิวเคลียร์มากขึ้น โฮเซ่ มานูเอล บาโรโซ(José-Manuel Barroso) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่าพลังงานนิวเคลียร์จะช่วยตัดความกังวลในเรื่องความมั่นคงด้านการจัดหา(พลังงาน) คำพูดเหล่านี้ไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ความเป็นจริงที่แย้งกับข้ออ้างของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์และการสนับสนุนทางการเมือง