Taragraphies — Header Component

สิทธิในอากาศดี และระบบตรวจสอบย้อนกลับ คือหัวใจสำคัญเพื่อต่อกรวิกฤตฝุ่นพิษอาเซียนตอนบน

หลายปีก่อน ผมให้ความเห็นว่าคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เลวร้ายลงในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของปีนั้นส่วนหนึ่งได้รับผลมากบ้างน้อยบ้างจากแบบแผนการกระจายตัวของ haze pollution ที่มาจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ commodity-driven deforestation ในกัมพูชา หลังจากความเห็นดังกล่าวนี้เผยแพร่ผ่านสื่อ หน่วยงานรัฐหน่วยหนึ่งก็รันโมเดลเพื่อยืนยันว่า haze pollution จากกัมพูชายังไงก็มาไม่ถึงกรุงเทพฯ หรอก แต่หลักฐานเชิงประจักษ์แสดงให้เห็นแล้วว่า haze pollution knows no border ใน Editor Note นี้ ตั้งข้อสังเกตต่อกรณีที่นายกรัฐมนตรีแพทองธาร รวมถึงนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า ฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหาระดับนานาชาติต้องหารือร่วมกัน กำชับ กำลังพลยุทโธปกรณ์ช่วยแก้ไฟป่า และมาตรการต่างๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้ว่าเป็นแนวทางที่จะช่วยต่อกรกับวิฤตฝุ่นพิษข้ามแดนในเขตอาเซียนตอนบนหรือไม่อย่างไร โดยจะเน้นประเด็นวิกฤตมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดนจากกัมพูชา วิกฤตฝุ่นพิษข้ามแดนอาเซียนตอนบน อาเซียนตอนบนประกอบด้วย 5 ประเทศคือ ไทย กัมพูชา สปป.ลาว เวียดนามและเมียนมา ลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นคือการมีแม่น้ำโขง สายน้ำนานาชาติที่เชื่อมโยงทั้ง 5 ประเทศเข้าด้วยกัน คำว่า Greter Mekong […]

ทำไมจึงยากที่จะบอกว่านโยบายสภาพภูมิอากาศมันจะ work หรือไม่?

เรียบเรียงจาก Why it’s so hard to tell which climate policies actually work https://www.economist.com/science-and-technology/2024/10/02/why-its-so-hard-to-tell-which-climate-policies-actually-work from The Economist นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศในระดับชาตินั้นถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นค่อนข้างใหม่ เมื่อปี 1997 ตามข้อมูลจาก Grantham Institute ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยที่ London School of Economics มีนโยบายดังกล่าวเพียง 60 ฉบับ แต่ภายในปี 2022 ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 3,000 ฉบับ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของนโยบายเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่วัดผลได้ยากมาก ในเดือนสิงหาคม กลุ่มนักวิจัยนานาชาติได้เผยแพร่การประเมินนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศในระดับโลกครั้งแรกในวารสาร Science การศึกษานี้ได้พิจารณานโยบายประมาณ 1,500 ฉบับที่ดำเนินการใน 41 ประเทศระหว่างปี 1998 ถึง 2022 พบว่ามีเพียง 63 ฉบับเท่านั้นที่เชื่อมโยงกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับที่มีนัยสำคัญ นโยบายที่ประสบความสำเร็จมีลักษณะร่วมบางประการ การใช้ภาษีมักจะได้ผลดี เช่นเดียวกับการผสมผสานมาตรการต่างๆ ตัวอย่างเช่น […]

ชีวิตในเมืองที่ปอดของคนหายใจได้

เฉกเช่นผู้คนจำนวนมหาศาลในพื้นที่ยากจน ห่างไกล ทุรกันดาร ผมเดินทางออกจากแผ่นดินเกิดมาสู่เมืองหลวงด้วยความหวังและปรารถนาชีวิตที่ดี (good life) เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่หนังสือ The Five Faces of Thailand พรรณาถึงสังคมไทยและกรุงเทพฯ ในช่วงยุคหลังสงคราม หนึ่งในข้อมูลที่เตะตาผมคือ ในช่วงปีที่ผมเกิด (2510) ย้อนหลังไป 67 ปี (2443)ก่อนหน้านั้น กรุงเทพกำลังเข้าสู่ขั้นตอนความเป็นเมืองแบบก้าวกระโดด พื้นที่เมืองขยายเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า ต่อมาอีก 50 กว่าปีจนถึงปัจจุบัน กรุงเทพฯ ขยายตัวแบบระเบิด ออกไปทุกทิศทางทุกทาง ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ต่อเนื่องกับเขตปริมณฑล มิใช่เพียงในขอบเขต 1, 500 ตารางกิโลเมตรในทางกายภาพ แสงของเมืองที่มองมาจากสถานีอวกาศนานาชาติคล้ายกับกระจุกดาวเนบูลาบนแผ่นดิน หากแต่เจิดจ้า โชติช่วงชัชวาลย์ยิ่งกว่า จากศูนย์กลางเมืองไปทางเหนือ ตะวันตก และตามแนวชายฝั่งอีสเทอร์นซีบอร์ดที่ขณะนี้กลายเป็นเขตระเบียงเศรษฐกิจ ในขณะที่กระบวนการกลายเป็นเมืองดำเนินไปในช่วง 5 ทศวรรษที่ผ่านมา มลพิษทางอากาศก็ได้เป็นคุณลักษณะของเมืองไปเรียบร้อยแล้ว หลักๆ มาจากไอเสียของยานยนต์ในเขตศูนย์กลางธุรกิจการค้า ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เองที่สังคมไทยค่อยๆ เปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นอุตสาหกรรมใหม่ เสือตัวที่สี่ที่ห้าของเอเชีย ตามมาด้วยการยกสถานะการเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง และล่าสุดก็คือวิกฤตโรคระบาด ในบริบทต่างๆ เหล่านี้ […]

ท้องฟ้าหม่นในเมืองที่กําลังเติบโต

เชียงใหม่ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของประเทศไทย มีชื่อเสียงในด้านการมีวัดพุทธหลายร้อยแห่ง ซึ่งบางแห่งมีอายุตั้งแต่การก่อตั้งเมืองในศตวรรษที่ 13 ประวัติศาสตร์อันยาวนานนี้—และง่ายต่อการเข้าถึงการเดินป่า น้ําตก และน้ําพุร้อนในพื้นที่สูงโดยรอบ ตลอดจนเป็นฉากของภาพยนตร์ยอดนิยมในปี 2555—ได้เปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนมากถึง 10 ล้านคนต่อปี ประชากรของเชียงใหม่เพิ่มขึ้นจาก 191,000 คนในปี 2532 เป็น 1.3 ล้านคนในปี 2567 ตามข้อมูลประชากรของสหประชาชาติ ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจของเชียงใหม่เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตอย่างรวดเร็ว ภาพถ่ายดาวเทียมคู่ที่แสดงด้านบน ซึ่งได้มาห่างกัน 35 ปี เน้นถึงรอยเท้าทางกายภาพที่เพิ่มขึ้นของเมือง แผนที่มาจาก Thematic Mapper บนดาวเทียม Landsat 4 (ซ้าย) และ Operational Land Imager-2 (OLI-2) บนดาวเทียม Landsat 9 (ขวา) ภาพด้านซ้ายแสดงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2532 เมื่อพื้นที่เพาะปลูก (สีเขียวและสีน้ําตาล) ล้อมรอบเมือง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 พื้นที่โล่งส่วนใหญ่ถูกแทนที่ด้วยการพัฒนา รวมถึงระบบถนนวงแหวนรอบเมืองและรีสอร์ท โรงแรม และเกสต์เฮาส์ใหม่ๆ มากมายที่รองรับนักท่องเที่ยว […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings