Taragraphies — Header Component

ไมโครพลาสติกในปลาแปซิฟิก

ตั้งแต่แนวชายฝั่งที่ปกคลุมด้วยปะการังของตองกา ไปจนถึงหมู่เกาะปะการังทรายอันห่างไกลของตูวาลู เส้นใยสังเคราะห์ขนาดจิ๋วกำลังแทรกซึมเข้าไปในชนิดพันธุ์และระบบอาหารของภูมิภาคนี้ ข้อมูลที่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแปซิฟิกใต้เผยแพร่เมื่อวันพุธระบุว่า ปลาในน่านน้ำของหมู่เกาะแปซิฟิกหนึ่งในสาม—เช่น ปลาจักรพรรดิลายนิ้วหัวแม่มือของฟิจิ หรือปลากูตฟิชลายขีด-จุดของวานูอาตู—ปนเปือนไมโครพลาสติก งานศึกษานี้หักล้างความเข้าใจผิดที่มักมองว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็น “ถิ่นทุรกันดารอันห่างไกล” ที่ปลอดจากขยะโลก โดยได้จัดทำ “ค่าฐานระดับภูมิภาค” (regional baseline) ครั้งแรกของการกินไมโครพลาสติกในสิ่งมีชีวิตทะเลแปซิฟิก มลพิษรูปแบบนี้คุกคามทั้งระบบนิเวศที่เปราะบาง และประชากรชายฝั่งที่พึ่งพาปลาเป็นแหล่งโปรตีนหลัก รายงานยังเพิ่มน้ำหนักให้แก่ประเทศและดินแดนหมู่เกาะแปซิฟิก (PICTs) ในการผลักดัน “สนธิสัญญาพลาสติกโลก” (Global Plastics Treaty) ที่ทะเยอทะยานและมีผลผูกพันทางกฎหมาย ขณะที่การเจรจาจะเริ่มต้นใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ “ผลลัพธ์ทั้งน่ามีกำลังใจและน่าหนักใจไปพร้อมกัน” จาชา เดห์ม นักวิจัยด้านวิกฤตภูมิอากาศทางทะเลจากมหาวิทยาลัยแปซิฟิกใต้กล่าว “น่ามีกำลังใจเพราะมันชี้ว่าการปนเปื้อนที่ต่ำกว่านี้เป็นไปได้ และน่าหนักใจเพราะมันตอกย้ำว่าไมโครพลาสติกพบได้ทั่วไปมากในสภาพแวดล้อมชายฝั่ง” นักวิทยาศาสตร์ประเมินอัตราการปนเปื้อนของปลาชายฝั่ง 878 ตัว จาก 138 สายพันธุ์ ที่จับได้ในฟิจิ ตองกา ตูวาลู และวานูอาตู โดยใช้ข้อมูลที่เผยแพร่โดย Global Information Biodiversity Facility ไมโครพลาสติก—อนุภาคขนาด 5 มิลลิเมตรหรือน้อยกว่า—กระจายอยู่ทั่วทุกชั้นของมหาสมุทร ตั้งแต่น้ำผิวหน้าจนถึงก้นทะเลลึก และมักถูกปลากินเข้าไปเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นแพลงก์ตอนสัตว์ ในฟิจิ พบว่าปลาเกือบ 75% […]

หลังจากหนึ่งปีของการเจรจาเรื่องสภาพภูมิอากาศอย่างหนักหน่วง ‘การเจรจาแบบย่อย (Minilateralism)’ เป็นทางเลือกหนึ่ง

เรียบเรียงจาก : https://www.japantimes.co.jp/environment/2024/12/30/climate-change/climate-talks-minilateralism-alternative/ ตั้งแต่การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพไปจนถึงการแก้ไขปัญหามลพิษจากพลาสติก การประชุมพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละครั้งในปี 2024 จบลงด้วยความผิดหวัง การปกป้องโลกเป็นความพยายามระดับโลกที่สำเร็จได้ก็ต่อเมื่อประเทศต่าง ๆ เห็นพ้องที่จะดำเนินการร่วมกัน อย่างไรก็ตาม หากดูจากการเจรจาสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศในปีนี้แล้ว ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยดีนัก ในปี 2024 การเจรจาเพื่อหยุดยั้งมลพิษจากพลาสติก ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และยุติการกลายเป็นทะเลทรายล้มเหลวทั้งหมด ขณะเดียวกัน ข้อตกลงในการประชุม COP29 ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาไม่พอใจกับจำนวนเงินที่ตกลงกันไว้เพื่อช่วยพวกเขาต่อสู้กับภาวะโลกร้อน และยังหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงความจำเป็นในการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกด้วย” “มันกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ ที่จะบรรลุข้อตกลงที่ทั้งทะเยอทะยานและเป็นไปได้จริง ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้” มาเรีย อิวาโนวา ผู้อำนวยการโรงเรียนด้านนโยบายสาธารณะและกิจการเมืองในเขตเมือง มหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น กล่าว “ปัญหาอย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษจากพลาสติกเป็นปัญหาเชิงระบบ เชื่อมโยงข้ามภาคส่วน และฝังตัวอยู่ในโครงสร้างทางเศรษฐกิจ” ข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกไม่เคยเป็นเรื่องง่าย แต่การแบ่งขั้วทางการเมือง อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของบรรษัทข้ามชาติ และงบประมาณของรัฐบาลที่ตึงเครียด ทำให้ประเทศต่าง ๆ เต็มใจที่จะประนีประนอมกันน้อยลงกว่าเดิม “กว่าจะไปถึงขั้นตอนของเอกสารหรือข้อตกลงที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันได้ มันถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลืออะไรเลยในท้ายที่สุด” ฮวน คาร์ลอส มอนเตร์เรย์-โกเมซ ผู้แทนพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของปานามา ซึ่งเข้าร่วมการเจรจาสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศระดับนานาชาติทั้งสี่ครั้งในปีนี้ กล่าว นี่คือภาพรวมของการเจรจาระดับโลกในประเด็นสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในปี 2024 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกือบ 200 […]

อวัยวะบางส่วนของวาฬและโลมามีสัดส่วนของพลาสติกเพิ่มขึ้น

แปลเรียบเรียงจาก https://www.newsweek.com/whale-dolphin-plastic-study-1819201#:~:text=Whales%20and%20dolphins%20are%20now%20partly%20made%20of%20plastic%20due,into%20their%20fats%20and%20lungs. เขียนโดย Robyn White, 23/8/23 การศึกษาพบวาฬและโลมาบางส่วนกลายเป็นพลาสติกเนื่องจากมลพิษในมหาสมุทร การศึกษาที่ตีพิมพ์โดยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่ Duke University ในสาขามลพิษสิ่งแวดล้อมพบว่า 2 ใน 3 ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลมีอนุภาคพลาสติกขนาดจิ๋วฝังอยู่ในไขมันและปอดของพวกมัน การศึกษานี้ประเมินจากตัวอย่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 32 ตัวในอะแลสกา แคลิฟอร์เนีย และนอร์ทแคโรไลนาที่ถูกนำมาเป็นอาหาร ระหว่างปี 2543 ถึง 2564 มีการศึกษาสิ่งมีชีวิตทั้งหมด 12 ชนิดรวมทั้งแมวน้ำเครา นักวิทยาศาสตร์ทราบดีอยู่แล้วว่ามลพิษจากพลาสติกเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อสัตว์ป่าในมหาสมุทร แต่ผลการศึกษาใหม่ชี้ให้เห็นว่า เมื่อกินเข้าไป ไมโครพลาสติกสามารถเดินทางผ่านทางเดินอาหารและเข้าไปติดอยู่ในเนื้อเยื่อระหว่างทางได้ การศึกษานี้ประเมินไขมันสามชนิดและปอด และพบพลาสติกในเนื้อเยื่อทั้งสี่ Greg Merrill Jr. นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาชั้นปีที่ 5 ของ Duke University Marine Lab กล่าวในการแถลงข่าวว่า “สัตว์ทะเลทั้งหลายต้องเผชิญกับภาระที่เป็นความเสี่ยงที่เพิ่มเข้ามา : วิกฤตสภาพภูมิอากาศ มลพิษเสียง และตอนนี้พวกมันไม่เพียงแต่กินพลาสติกเข้าไป และต่อสู้กับชิ้นส่วนขนาดใหญ่ในท้องของพวกมันเท่านั้น พวกมันยังถูกควบคุมภายในด้วย”  “สัดส่วนของมวลของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลตอนนี้เป็นพลาสติก” ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าพลาสติกจะส่งผลต่อสัตว์อย่างไร แต่มีความเป็นไปได้ที่พลาสติกจะส่งผลต่อฮอร์โมนและต่อมไร้ท่อ การศึกษาระบุว่าพลาสติกอาจทำหน้าที่เลียนแบบฮอร์โมนและทำให้ต่อมไร้ท่อทำงานผิดปกติ […]

พายุหมุนแฝดในมหาสมุทรอินเดีย

พายุหมุนเขตร้อนคู่หนึ่งซึ่งอยู่คนละด้านของเส้นศูนย์สูตรปรากฏต่อดาวเทียมที่เคลื่อนผ่านมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 เครื่องมือ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) ที่มองเห็นได้บนดาวเทียม NOAA-20 จับภาพพายุหมุนเมื่อเวลา 12:55 น. เวลาท้องถิ่น (07:55 เวลาสากล) พายุไซโคลนแฝดกำลังหมุนจากเส้นศูนย์สูตรเป็นระยะทางใกล้เคียงกัน แต่ในทิศทางตรงกันข้าม ลมของพายุไซโคลนหมุนทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ แต่ทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกใต้เนื่องจากปรากฏการณ์โคริโอลิส ซึ่งเป็นแรงที่ขับเคลื่อนโดยการหมุนรอบของโลกซึ่งเบี่ยงเบนลมที่พัดผ่านในทิศทางเดียวในซีกโลกเหนือและไปในทิศทางตรงกันข้ามในซีกโลกใต้ ในมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ พายุหมุนเขตร้อนอาซานีเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม และมีลมพัดแรงสูงสุดที่ 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขณะที่เคลื่อนผ่านอ่าวเบงกอล นักพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาอินเดีย (IMD) คาดว่าอาซานีจะอ่อนกำลังลงเมื่อเข้าใกล้อินเดียตอนใต้และโค้งไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้พายุนอกชายฝั่งตามแนวชายฝั่งรัฐอานธรประเทศ-โอริสสาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า IMD เรียกร้องให้ระงับการทำประมงทั้งหมดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ฝนตกหนักเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดบนแผ่นดิน ทางใต้ของเส้นศูนย์สูตร พายุหมุนเขตร้อนการิมกำลังเคลื่อนเข้าสู่ทะเลเปิดทางตะวันตกของออสเตรเลีย ศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วมของสหรัฐฯ คาดว่าพายุจะพัดเข้าระดับเทียบเท่ากับพายุเฮอริเคนระดับ 1 โดยคาดว่าการมจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากจะมีแรงเฉือนสูงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พายุไม่เป็นภัยคุกคามต่อศูนย์กลางประชากรหลัก แม้ว่าจะส่งผลกระทบต่อหมู่เกาะโคโคส ซึ่งเป็นกลุ่มหมู่เกาะปะการังที่มีประชากร 600 คน ความปั่นป่วนในเขตร้อนที่เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกที่เรียกว่า Madden-Julian Oscillation ช่วยกระตุ้นพลังให้กับพายุแฝดตามรายงานจาก The […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings