พลังงานหมุนเวียนแซงหน้าลิกไนต์ : การปล่อยคาร์บอนของเยอรมนีลดลงในปี 2557
กลุ่มวิจัยพลังงาน AG Energiebilanzen ระบุ การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิลดลงในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่การรวมเยอรมนีในปี 1990 (พ.ศ.2533) โดยยืนยันตามรายงานขั้นต้นที่นำเสนอในเดือนตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา (กราฟ 1) กราฟ 1 การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิของเยอรมนี 1990-2014 (หน่วย petajoule) ที่มา : AGEB, 2014. การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิลดลงร้อยละ 4.8 เทียบกับ 2556 กลุ่มวิจัย AG Energiebilanzen (AGEB) ระบุตามสถิติเบื้องต้นที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ การปรับตัวเลขนั้นนำเอาปัจจัยเรื่องสภาพอากาศที่เย็นลงในช่วงต้นปีเข้าไปด้วย ผลคือการใช้พลังงานต่ากว่าร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับปี 2556 การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิ (Primary energy consumption) นั้นรวมถึงไฟฟ้า ความร้อน การขนส่งคมนาคม และสมดุลของการส่งออกพลังงาน AG Energiebilanzen ระบุว่าการลดลงของการปล่อย CO2 จะอยู่ที่ราวๆ ร้อยละ 5 เปรียบเทียบกับ พ.ศ. 2556 จากการที่การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทุกประเภทลดลงและมีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของพลังงานหมุนเวียน (กราฟ 2) ครึ่งหนึ่งของการลดการปล่อย CO2 มาจากภาคการผลิตไฟฟ้า AGEB […]
ลิกไนต์หงสา : อุตสาหกรรมถ่านหินไทยเติมเต็มจินตนาการ”แบตเตอรี่แห่งอาเซียน”
ธารา บัวคำศรี (ตีพิมพ์ในคอลัมม์เวทีสาธารณะ ไทยโพสวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน 2555) เมื่อรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) ประกาศแผนการเปลี่ยนประเทศให้เป็น “แบตเตอรี่ของอาเซียน” ภายในปี พ.ศ.2563 เพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากความเป็นประเทศด้อยพัฒนา และการปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาโดยการวางแผนจากส่วนกลางมาเป็นระบบเศรษฐกิจแบบตลาดที่ดำเนินการสืบเนื่องมาก่อนหน้านี้จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล หนึ่งในยุทธศาสตร์หลักที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือดึงการลงทุนจากต่างประเทศในโครงการขนาดใหญ่ทั้งด้านป่าไม้ เหมืองแร่และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงาน ดังนั้น นอกจากเราจะได้เห็นการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่หลายโครงการเกิดขึ้นในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเช่น เขื่อนน้ำเทิน 2 ซึ่งถือเป็นแบตเตอรี่ก้อนใหญ่ที่ช่วยเติมเต็มแผนการให้เป็นไปตามเป้าหมาย แม้ว่าจะต้องแลกกับผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมรวมถึงการสูญเสียระบบนิเวศวิทยาที่สำคัญอย่างไม่มีวันฟื้นคืน เรายังจะได้เห็นอภิมหาโปรเจ็คด้านพลังงานอีกอันหนึ่งนั่นก็คือ โครงการลิกไนต์หงสา โครงการลิกไนต์หงสามิใช่เป็นเพียงโครงการเหมืองถ่านหินแบบเปิดหน้าดินธรรมดา หากแต่พ่วงเอาโรงไฟฟ้าพลังความร้อนขนาด 1.878 กิกะวัตต์ซึ่งใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงรวมถึงระบบสายส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดนเชื่อมกับระบบสายส่งไฟฟ้าของไทยเข้าไปด้วย ถ้าจะเทียบรุ่น ก็เป็นน้องๆ ของเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าลิกไนต์แม่เมาะที่ลำปางซึ่งขณะนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกำลังทุ่มทุนประชาสัมพันธ์หลอกประชาชนว่าปลอดภัยไร้มลพิษ จะว่าไปแล้ว โครงการลิกไนต์หงสาเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2539 โดยบริษัทไทย-ลาว ลิกไนต์จำกัด(TLL) โดยมีบริษัททีมคอนซัลติ้งของไทยเจ้าเก่าทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในส่วนของเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้า และรายงานการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นในส่วนของระบบสายส่งและแผนปฏิบัติการอพยพย้ายถิ่นของชุมชน แต่โครงการถูกยกเลิกก่อนที่รายงานต่างๆ จะแล้วเสร็จ และในปี 2548 บริษัทบ้านปูจำกัดมหาชน(BANPU)ยักษใหญ่ถ่านหินจากไทยได้ถูกพิจารณาให้ดำเนินโครงการโดยร่วมทุนร้อยละ 37.5 ร่วมกับ บมจ.ไฟฟ้าราชบุรี(RATCH) ซึ่งเข้ามาร่วมทุนในเดือนพฤศจิกายน 2550 อีกร้อยละ 37.5 ส่วนที่เหลือเป็นของรัฐบาล สปป. ลาว มีข้อสังเกตว่า […]