Taragraphies — Header Component

กลุ่มวิจัยพลังงาน AG Energiebilanzen ระบุ การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิลดลงในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่การรวมเยอรมนีในปี 1990 (พ.ศ.2533) โดยยืนยันตามรายงานขั้นต้นที่นำเสนอในเดือนตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา (กราฟ 1)

development-primarey-energy-consumption-petajoule

กราฟ 1 การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิของเยอรมนี 1990-2014 (หน่วย petajoule) ที่มา : AGEB, 2014.

การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิลดลงร้อยละ 4.8 เทียบกับ 2556 กลุ่มวิจัย AG Energiebilanzen (AGEB) ระบุตามสถิติเบื้องต้นที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ การปรับตัวเลขนั้นนำเอาปัจจัยเรื่องสภาพอากาศที่เย็นลงในช่วงต้นปีเข้าไปด้วย ผลคือการใช้พลังงานต่ากว่าร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับปี 2556

การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิ (Primary energy consumption) นั้นรวมถึงไฟฟ้า ความร้อน การขนส่งคมนาคม และสมดุลของการส่งออกพลังงาน

AG Energiebilanzen ระบุว่าการลดลงของการปล่อย CO2 จะอยู่ที่ราวๆ ร้อยละ 5 เปรียบเทียบกับ พ.ศ. 2556 จากการที่การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทุกประเภทลดลงและมีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของพลังงานหมุนเวียน (กราฟ 2) ครึ่งหนึ่งของการลดการปล่อย CO2 มาจากภาคการผลิตไฟฟ้า AGEB ระบุในใบแถลงข่าว เมื่อผนวกเอาสภาพอากาศที่เย็นลง การปล่อย CO2 ลดลงร้อยละ 1 จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลลดลงในการผลิตไฟฟ้า

การลดลงของการปล่อย CO2 เกิดขึ้นหลังจากการเพิ่มขึ้นของ CO2 ติดต่อกันหลายปีที่ถูกตั้งเป็นคำถามต่อแผนปฏิรูปพลังงาน Energiewende – ซึ่งเป็นแผนอันมุ่งมั่นเพื่อลดละเลิกการใช้นิวเคลียร์และเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ปลอดคาร์บอน

primary-energy-consumption-petajouleกราฟ 2  สัดส่วนการใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิในเยอรมนีใน 2013 และ 2014 ที่มา : AGEB, 2014. 

การใช้ถ่านหินและลิกไนต์ในการผลิตไฟฟ้าในเยอรมนีลดลงร้อยละ 7.9  และ 2.3 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2556 นักวิจัยระบุว่าการลดลงของการใช้ถ่านหินนั้นมาจากการเพิ่มขึ้นการใช้ทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากการหยุดทำงานของโรงไฟฟ้าถ่านหินหลายโรง ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าลิกไนต์ลดลงร้อยละ 3 สัดส่วนของเชื้อเพลิงฟอสซิลในภาพรวมของสัดส่วนพลังงานโดยรวมลดลงร้อยละ 80.8 เทียบกับปี 2556 ที่ลดลงร้อยละ 81.9

gross-power-generation-source-petajoule

กราฟ 3 การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิในเยอรมนีแบ่งตามประเภทของแหล่งเชื้อเพลิง 1990-2014 ที่มา : AGEB, 2014.

ส่วนแบ่งของพลังงานหมุนเวียนในการใช้การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.4 เป็น 11.1 (กราฟ 4)

german-energy-mix-petajoule
กราฟ 4 สัดส่วนพลังงานของเยอรมนีในปี 2557 : Shares of sources for energy consumption in petajoule and percent ที่มา : AGEB, 2014.

การใช้ไฟฟ้าสุทธิของเยอรมนี (สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ AGEB data-set “Strommix”) ลดลงร้อยละ 3.8 จาก 633.2 พันล้านหน่วย( kilowatt-hours-kWh) เป็น 610.4 พันล้านหน่วยในปี 2557 การผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจาก 152.4 พันล้านหน่วย เป็น 157.4 พันล้านหน่วย ในขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากลิกไนต์ลดลง 4.9 พันล้านหน่วย มาเป็น 156 พันล้านหน่วย – ซึ่งหมายถึงว่า เป็นครั้งแรกที่ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแซงหน้าไฟฟ้าจากลิกไนต์ที่ถือว่าเป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี (กราฟ 5)

ageb-power-generation-source-1990-2014-neu
กราฟ 5 การผลิตไฟฟ้าสุทธิแบ่งตามแหล่งเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ในเยอรมนีช่วงปี ค.ศ. 1990-2014 ที่มา : AGEB, 2014.

 AGEB เป็นหน่วยงานวิจัยที่สนับสนุนโดยสมาคมอุตสาหกรรมพลังงานแห่งเยอรมนีและสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์

เดิมมีการใช้หน่วย kilowatt-hours ในกราฟที่อธิบายการใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิ ต่อมา Clean Energy Wire (CLEW) ได้เปลี่ยนมาใช้หน่วยเพตะจูล(petajoule) ซึ่งเหมาะสมในการใช้เป็นหน่วยของพลังงานในหลายรูปแบบรวมถึงการใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยงกับสมดุลพลังงานของเยอรมนีรวมถึงวิธีการที่ AG Energiebilanzen ใช้คำนวณและประเมินการผลิตไฟฟ้าสามารถดูได้ ที่นี่

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading