ข้อสังเกต : วิกฤตมลพิษน้ำกกมาจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ(Rare Earth) ที่กำลังขยายตัว

จากการติดตามและแลกเปลี่ยนกับผู้รู้** ผมตั้งข้อสังเกตว่า มลพิษข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำกกในเขตรัฐฉานมาจากเหมืองแรร์เอิร์ทที่กำลังขยายตัว นอกเหนือจากเหมืองแร่ชนิดอื่นๆ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ จากการวิเคราะห์ภาพดาวเทียมเบื้องต้น แบบแผนการทำเหมืองแร่ในลุ่มน้ำกกเป็นการสะกัดแร่ด้วยวิธีชะละลาย ณ แหล่งแร่ (In situ leaching) แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในรัฐกะฉิ่นติดพรมแดนจีนซึ่งมีปรากฏการณ์บูมของเหมืองแรร์เอิร์ธ การสะกัด Rare Earth ด้วยวิธีชะละลาย ณ แหล่งแร่ (In situ leaching) ได้รับความนิยมมากกว่าการทำเหมืองแบบเปิด เนื่องจากไม่ต้องใช้ต้นทุนเริ่มต้นจำนวนมาก วัสดุพื้นฐาน เช่น สารเคมีสำหรับชะละลาย ท่อ และถังเก็บ รวมถึงเทคโนโลยีอย่างเครื่องสูบน้ำ ล้วนไม่แพงหรือขนส่งยาก แตกต่างจากการทำเหมืองแบบเปิดที่ต้องมีการขุดเจาะขนาดใหญ่ (รวมถึงการใช้เครื่องจักรหนัก) การถางป่าและเคลียร์พื้นที่ขนาดใหญ่ และยังก่อให้เกิดกากแร่ปริมาณมากที่ต้องจัดการอย่างต่อเนื่อง แต่ In situ leaching นั้นมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของดินและน้ำใต้ดินจากสารชะละลาย การสูบน้ำและสารเคมีเข้าสู่ชั้นดินเหนียวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม ทั้งการทำเหมืองแบบเปิดและ In situ leaching ต่างก็สามารถก่อให้เกิดน้ำเสียจำนวนมาก เนื่องจากต่างก็ต้องใช้น้ำในการสกัดแร่แรร์เอิร์ธจากชั้นดินเหนียว ข้อมูลจาก Global Witness ซึ่งเปิดเผยก่อนหน้านี้ถึงความเฟื่องฟูของการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธหนัก (HREE) ในเขตปกครองพิเศษกะฉิ่นที่ 1 ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มติดอาวุธที่ภักดีต่อกองทัพเมียนมา […]

ถ้าฉันเป็นนายกรัฐมนตรี ฉันจะหาทางแก้วิกฤตมลพิษข้ามแดนจากเหมืองแร่เถื่อนในลุ่มน้ำกก/ลุ่มน้ำสายอย่างไร

นี่คือเรียงความของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เคยใช้ชีวิตบนดอยสูงในจังหวัดเชียงรายเมื่อหลายสิบปีก่อน เรียงความนี้มิได้มีเจตนาหมิ่นประมาทผู้ใดผู้หนึ่งในคณะรัฐบาลที่มีคุณแพทองธาร ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี แม้ว่าบางตอนของเรียงความอาจจะดูแขวะอยู่บ้างก็อย่าถือสา ให้คิดว่าเป็นเสียงนกเสียงกาของราษฎรและพลเมืองคนหนึ่งที่ปรารถนา “ความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม” ในสังคมไทย แม้ว่าหนทางที่จะบรรลุถึงจะยังคงอีกยาวไกล ถ้าฉันเป็นนายกรัฐมนตรี ประการแรก ฉันจะย้อนกลับไปดูคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 12 กันยายน 2567 อย่างน้อยเพื่อทบทวนดูว่าคำแถลงนโยบายดังกล่าวสะท้อนกับสภาพความเป็นจริงและสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมากน้อยเพียงใด หรือเป็นเพียงแค่โวหารทางการเมือง ฉันคิดว่าคำแถลงนโยบายนี่แหละคือกระจกเงาสะท้อนการบริหารประเทศของรัฐบาล โดยเฉพาะตอนที่ต้องดีเฟนด์กับฝ่ายค้านในสภา ฉันคิดว่า อาจจะมีการเพิ่มเติม (amendment) อะไรบางอย่างเข้าไปในคำแถลงนโยบาย ที่สะท้อนประเด็นวิกฤตมลพิษข้ามแดนจากเหมืองแร่เถื่อนในลุ่มน้ำกก/ลุ่มน้ำสายซึ่งสถานการณ์หนักมาก มีความละเอียดอ่อนและซับซ้อน ฉันอยากเข้าใจภูมิทัศน์ทางการเมืองของรัฐฉานตอนใต้เพิ่มเติมด้วย อย่าลืมว่าฉันพลาดอ่านไอแพด น้ำปิงไหลลงแม่น้ำโขงไปครั้งนึงแล้ว ฉันจะไม่ยอมพลาดอีกครั้งแน่นอน ประการที่สอง ฉันจะเรียกประชุม ครม. เอาเรื่องวิกฤตมลพิษข้ามแดนจากเหมืองแร่เถื่อนในลุ่มน้ำกก/ลุ่มน้ำสายเป็นวาระเร่งด่วน สั่งการให้สำนักนายกรัฐมนตรี เอาเฉพาะหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีก่อน จะเกี่ยวโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม รวมถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐมนตรี ทส. และกรมอาเซียน กระทรวงต่างประเทศ มากางโต๊ะแล้วเอาเครื่องไม้เครื่องมือ (toolbox) ของฝ่ายบริหารทั้งหมดมาดูว่าจะใช้ประโยชน์อย่างไร ทั้งกฎหมาย งบประมาณ ความตกลงต่างๆ ที่ไทยได้ให้คำมั่นไว้ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล โดยที่เรียงลำดับความสำคัญภายใต้โจทย์การแก้วิกฤตมลพิษที่ต้นตอและปกป้องสุขภาพของชาวเชียงราย ข้อเสนอที่รองนายกฯ ของฉันไปพูดออกสื่อเรื่องสร้างเขื่อนดักตะกอน ไม่รู้ว่าเอาสมองส่วนไหนคิด ฉันจะจัดตั้งทีมเฉพาะกิจที่รวมตัวแทนของภาคประชาชนในจังหวัดเชียงราย นักวิชาการ/ผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยร่วมด้วย มาระดมยุทธศาสตร์การแก้วิกฤตครั้งนี้ เรียกว่าทีม avengers […]