Taragraphies — Header Component

เรื่องของ “ไคเมทเกท”

ธารา บัวคำศรี ก่อนที่การประชุมเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 จะเกิดขึ้นที่กลาสโกว์ ขอแชร์เรื่องต่อไปนี้เป็นเกร็ดสาระ ในเดือนธันวาคม 2553 มีเรื่องหนึ่งที่ท้าทายวิทยาศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) เป็นเรื่องอะไร หนักหนาสาหัสแค่ไหน? หรือเป็นแค่เรื่องเล็กท่ามกลางข่าวสารอันมหาศาลว่าด้วยวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เรามาย้อนดูกันครับ เรื่องนี้มีคำลงท้ายว่า “เกท(Gate)” และพุ่งเป้าไปที่คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(IPCC) แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ขอขยายความจริงเบื้องหลัง “เกท(Gate)” และอธิบายว่า ทำไมเรื่องราวเหล่านั้นจึงถูกเรียกว่า “เกท(Gate)” หลายคนอาจเคยได้ยินคดีวอเตอร์เกทซึ่งเป็นคดีที่อื้อฉาวในช่วงต้นคริสตทศวรรษ 1970 และทำให้ประธานาธิบดีนิกสันแห่งสหรัฐอเมริกาต้องลงจากตำแหน่ง ชื่อ “เกท(Gate)” ก็มาจากการเข้าไปในโรงแรมวอเตอร์เกทในวอชิงตัน ดีซี หลังจากการลาออกของประธานาธิบดีนิกสัน นายวิลเลียม ซาไฟร์ คอลัมนิสต์หัวอนุรักษ์นิยม และคนร่างสุนทรพจน์ของอดีตประธานาธิบดีนิกสันได้เริ่มเอาคำว่า “เกท(Gate)” พ่วงเข้าไปกับทุกเรื่อง กลยุทธ์นี้ใช้ได้ผล และต่อมา คุณสามารถที่จะมโนเรื่องอะไรก็ได้ให้ดูเหมือนเป็นเรื่องอื้อฉาวโดยต่อท้ายคำว่า “เกท(Gate)” เข้าไป มีบทวิเคราะห์ว่า ส่วนหนึ่ง นายซาไฟร์ต้องการทำให้อาชญากรรมของเจ้านายเก่าของเขาเป็นเรื่องที่ดูจริงจังน้อยลง และส่วนหนึ่งเพื่อทำให้เรื่องหยุมหยิมที่เขาเขียนดูเป็นเรื่องใหญ่โตจริงจัง ประมาณว่า ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ วิธีการง่ายมากคือ (1) นำเรื่องงุ้งงิ้งมาต่อท้ายด้วยคำว่า “เกท(Gate)” (2) ใส่ความเวอร์วังเข้าไปเล็กน้อย และ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings