Taragraphies — Header Component

วาทกรรมย้อนแย้งของรัฐบาลทรัมป์ในวัน Earth Day

บทความบนเว็บไซต์ของทำเนียบขาวในวันคุ้มครองโลก(Earth Day) ดูแวบแรกนึกว่าเป็นข่าวปลอม(misinformation) ปรากฎกว่า Trump ใช้วัน Earth Day ได้แยบยลมาก อาจเรียกว่าต้องทำให้วุฒิสมาชิกเกย์ลอร์ด เนลสัน (Gaylord Nelson) ซึ่งถือว่าเป็นผู้ก่อตั้ง Earth Day ขึ้นในปี 1970 ต้องสะดุ้งกันเลยทีเดียว Earth Day ก็ถือว่าเป็น soft power แบบอเมริกัน นับตั้งแต่ก่อตั้ง มีผู้คนนับล้านคนทั่วโลก doing something about the environment ในวันนี้ หัวข้อบทความพาดได้อย่างแยบยล “ท้ายที่สุด ในวันคุ้มครองโลก เราก็มีประธานาธิบดีผู้เดินตามวิทยาศาสตร์” นี่คือความสุดของวาทกรรมที่เหล่านักคิดค้นเรื่อง “ฟอกเขียว” ต้องหลีกทางให้ แต่ถ้าเราอ่านระหว่างบรรทัดและค้นหา “ปีศาจ” ในรายละเอียด (devil in the details) นอกจากมันสอนบทเรียนในเรื่องวิธีการสื่อสารสาธารณะให้คนทำงานสายสิ่งแวดล้อมตัวจริงๆ ไม่อิงนิยายแล้ว เราอาจจะต้องกลับมาทบทวนการเฉลิมฉลองวันสำคัญที่เป็น Landmark ทางสิ่งแวดล้อมกันใหม่ว่า มันเป็นแค่อีเวนต์ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นจริงๆ วาทกรรมแรก […]

ทำให้ทุกวันเป็นวันคุ้มครองโลก

วันคุ้มครองโลกก่อรูปขึ้นในสหรัฐอเมริกาจากปี พ.ศ. 2505 แต่กว่าจะเป็นกระแสธารของความสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมจากวิกฤตที่เป็นอยู่ของสังคมอเมริกันในขณะนั้น และกลายเป็นจุดกำเนิดของขบวนการเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมยุคใหม่ก็อีกเกือบทศวรรษถัดมาคือในปี 2512 เมื่อสมาชิกวุฒิสภาเกย์ลอร์ด เนลสัน ผลักดันให้มีการชุมนุมประชาชนระดับรากหญ้าทั่วประเทศขึ้น ชาวอเมริกันกว่า 20 ล้านคนออกมาบนท้องถนนและในพื้นที่สาธารณะเพื่อร่วมรณรงค์ปกป้องสิ่งแวดล้อมในวันที่ 22 เมษายน 2513 มีการตั้งองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่ง สหรัฐอเมริกา(United State Environmental Protection Agency หรือ USEPA) นำไปสู่การออกกฎหมายอากาศสะอาด นำ้สะอาดและกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าและ พรรณพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (Clean Air Act, Clean Water Act และ Endanger Species Act)นับจากนั้นมาจนถึงปัจจุบัน ผู้คนมากกว่า 1 พันล้านคนจากกว่า 190 ประเทศทุกมุมโลก ร่วมกันลงมือปฏิบัติการในวันคุ้มครองโลก ไม่ว่าจะเป็นการกระทำเล็กๆ เช่น การปลูกดูแลต้นไม้ การทำความสะอาดพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษในชุมชน และโน้มน้าวใจให้นักการเมืองมาใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นต้นวันคุ้มครองโลก(Earth Day)ในแต่ละปีมีหัวข้อของการเฉลิมฉลอง ในปี 2557 นี้ ทั่วโลกจะร่วมกันรณรงค์ประเด็นสิ่งแวดล้อมแห่งยุคสมัยที่ท้าทายอย่างยิ่ง นั่นคือ “เมืองสีเขียว(Green […]

ข้อเสนอเพี้ยน ๆ ในวันคุ้มครองโลก

วันที่ 22 เมษายน ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองโลก ในประเทศไทยเป็นวันที่ร้อนมากที่สุดวันหนึ่งของปี ถ้าเชื่อกรมอุตุฯ วันที่ร้อนที่สุดที่จะเป็นวันที่ 23-24 เมษายน เป็นวันที่น่าจะมีการใช้ไฟฟ้าเปลืองมากที่สุดวันหนึ่ง ผมจึงอยากจะเสนอว่า แทนที่เราจะเล่นสาดน้ำสงกรานต์ช่วงวันสงกรานต์ (ซึ่งจากการสังเกตการณ์ด้วยตัวผมเองมาหลายปี มักจะมีฝนมากบ้างน้อยบ้างตกลงมาในช่วงนั้นพอดี ทำให้อากาศเย็นขึ้น) เราควรที่จะเล่นสาดน้ำกันในช่วงวันที่ร้อนที่สุดของปี !!! จะได้ใช้น้ำซึ่งกำลังเป็นของหายากและมีราคาแพงมากขึ้นได้คุ้มค่า ข้อเสนอนี้ไม่เกี่ยวกับการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ซึ่งเป็นประเพณีอันดีงามที่ถือปฏิบัติกันมา

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings