ข้อสังเกต : วิกฤตมลพิษน้ำกกมาจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ(Rare Earth) ที่กำลังขยายตัว
จากการติดตามและแลกเปลี่ยนกับผู้รู้** ผมตั้งข้อสังเกตว่า มลพิษข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำกกในเขตรัฐฉานมาจากเหมืองแรร์เอิร์ทที่กำลังขยายตัว นอกเหนือจากเหมืองแร่ชนิดอื่นๆ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ จากการวิเคราะห์ภาพดาวเทียมเบื้องต้น แบบแผนการทำเหมืองแร่ในลุ่มน้ำกกเป็นการสะกัดแร่ด้วยวิธีชะละลาย ณ แหล่งแร่ (In situ leaching) แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในรัฐกะฉิ่นติดพรมแดนจีนซึ่งมีปรากฏการณ์บูมของเหมืองแรร์เอิร์ธ การสะกัด Rare Earth ด้วยวิธีชะละลาย ณ แหล่งแร่ (In situ leaching) ได้รับความนิยมมากกว่าการทำเหมืองแบบเปิด เนื่องจากไม่ต้องใช้ต้นทุนเริ่มต้นจำนวนมาก วัสดุพื้นฐาน เช่น สารเคมีสำหรับชะละลาย ท่อ และถังเก็บ รวมถึงเทคโนโลยีอย่างเครื่องสูบน้ำ ล้วนไม่แพงหรือขนส่งยาก แตกต่างจากการทำเหมืองแบบเปิดที่ต้องมีการขุดเจาะขนาดใหญ่ (รวมถึงการใช้เครื่องจักรหนัก) การถางป่าและเคลียร์พื้นที่ขนาดใหญ่ และยังก่อให้เกิดกากแร่ปริมาณมากที่ต้องจัดการอย่างต่อเนื่อง แต่ In situ leaching นั้นมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของดินและน้ำใต้ดินจากสารชะละลาย การสูบน้ำและสารเคมีเข้าสู่ชั้นดินเหนียวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม ทั้งการทำเหมืองแบบเปิดและ In situ leaching ต่างก็สามารถก่อให้เกิดน้ำเสียจำนวนมาก เนื่องจากต่างก็ต้องใช้น้ำในการสกัดแร่แรร์เอิร์ธจากชั้นดินเหนียว ข้อมูลจาก Global Witness ซึ่งเปิดเผยก่อนหน้านี้ถึงความเฟื่องฟูของการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธหนัก (HREE) ในเขตปกครองพิเศษกะฉิ่นที่ 1 ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มติดอาวุธที่ภักดีต่อกองทัพเมียนมา […]