อุตสาหกรรมพลาสติกใช้อิทธิพลในการหว่านล้อมการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกอย่างไร?
การเจรจาจัดทำสนธิสัญญาพลาสติกโลกกลายเป็นเวทีแห่งอิทธิพลของบรรษัท บริษัทปิโตรเคมีและเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เกรงว่าการผลิตพลาสติกจะถูกจำกัดต่างก็ระดมการล็อบบี้อย่างซับซ้อน—ไม่เพียงรอบห้องเจรจา แต่เข้าไปถึงภายใน หลายๆ สนธิสัญญา แต่ยุทธวิธีเดิมๆ การขัดขวางที่เห็นในการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกสะท้อนพฤติกรรมของอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในการเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย ตามรายงานของศูนย์กฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ (CIEL) อุตสาหกรรมฟอสซิลและปิโตรเคมีกำลังใช้ยุทธวิธีเดิม คือ นี่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างของผู้ก่อมลพิษที่จะวางตัวเองเป็น “พันธมิตร” ในการแก้ไขวิกฤติ ขณะเดียวกันก็ขัดขวางมาตรการที่จำเป็นต่อการจัดการปัญหา ยุทธวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ การผลักดันการรีไซเคิลทางเคมี แม้มีหลักฐานชัดเจนว่าก่อมลพิษและไม่สามารถทำได้ในระดับเชิงพาณิชย์ การสนับสนุนโครงการทำความสะอาดเชิงสัญลักษณ์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น และการผลักดันวาทกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยใช้คำมั่นสัญญาที่คลุมเครือเรื่องการรีไซเคิลและการใช้ซ้ำมาเป็นข้ออ้างในการขยายการผลิตต่อไป หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของกลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจ คือ “พันธมิตรเพื่อยุติขยะพลาสติก” (Alliance to End Plastic Waste: AEPW) ในปี 2024 การสืบสวนของ Greenpeace Unearthed เปิดโปงการฟอกเขียวของพันธมิตรนี้ ซึ่งมีสมาชิกผู้ก่อตั้งรวมถึงเชลล์ เอ็กซอนโมบิล ดาว และโททาลเอเนอร์จี ขณะที่ AEPW โปรโมตโครงการทำความสะอาดในประเทศโลกใต้ สมาชิกเพียงห้ารายของพันธมิตรกลับผลิตพลาสติกมากกว่าปริมาณที่อ้างว่ากู้คืนได้ถึง 1,000 เท่าในช่วงเวลา 5 ปี การสืบสวนยังเผยว่า AEPW ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เฉพาะเพื่อเบี่ยงการถกเถียงเชิงนโยบายระดับโลกออกจากมาตรการลดพลาสติกที่มีผลผูกพัน ไปสู่แนวทางการจัดการขยะที่อุตสาหกรรมต้องการ ผู้เล่นในอุตสาหกรรมยังทำงานเบื้องหลังเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายภายในประเทศ ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ […]
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพลาสติกอาจเพิ่มเป็น 3 เท่า คิดเป็น 1/5 ของงบประมาณคาร์บอนของโลก
เรียบเรียงจาก https://www.theguardian.com/us-news/2024/apr/18/plastic-production-emission-climate-crisis?CMP=Share_iOSApp_Other Heather McTeer Toney ผู้อํานวยการบริหารของแคมเปญ Beyond Petrochemicals ของ Bloomberg Philanthropies ซึ่งช่วยสนับสนุนรายงานฉบับใหม่กล่าวว่าการคาดการณ์ล่าสุดจากห้องปฏิบัติการแห่งชาติ Lawrence Berkeley ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพุธ ให้หลักฐานเพิ่มเติมว่าอุตสาหกรรมพลาสติกกําลัง “บ่อนทําลายความพยายามระดับโลกในการต่อกรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ” การผลิตพลาสติกซึ่งทําจากเชื้อเพลิงฟอสซิลนั้นปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้มข้น อย่างแรกต้องขุดเจาะและสกัดถ่านหิน น้ํามัน หรือก๊าซฟอสซิลก่อน จากนั้น วัสดุเหล่านั้นต้องนำมากลั่นและแปรรูปในขั้นตอนที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษอย่างหนัก ในบางกรณี ยังเกิดสารประกอบทางเคมีอื่นๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ และสร้างมลพิษมากขึ้น จากนั้นสารปิโตรเคมีจะถูก “แยก” เป็นหน่วยพื้นฐานของพลาสติก เช่น เอทิลีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งการผลิตพลาสติกที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มเติมมาจากกระบวนการโพลีเมอไรเซชัน ซึ่งรวมหน่วยพื้นฐานเหล่านั้นเพื่อสร้างโมเลกุลที่ใหญ่ขึ้น จากนั้นก็นำไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติก เพื่อประมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลาสติก นักวิจัยตรวจสอบผลกระทบของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของพลาสติกชนิดที่พบมากที่สุดซึ่งใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์พลาสติก ขวดน้ํา ภาชนะบรรจุเครื่องดื่มร้อน และวัสดุอื่น ๆ รายงานพบว่า การสร้างพลาสติกปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.24 กิกะตันในปี 2562 หรือมากเท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหิน 600 โรง คิดเป็น 5% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก 12% […]
