อองซานซูจี พม่าและโลกออนโลน์
อีกครั้งหนึ่งที่นิตยสารไทม์รวมนางอองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่าเข้าไปในรายชื่อของบุคคลที่ทรงอิทธิพลหนึ่งร้อยคนของโลกในปีนี้ เป็นครั้งที่สี่ที่นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยท่านนี้มีชื่อจัดอยู่ในอันดับต้นของโลก โดยที่นิตยสารไทม์ได้วางแผงแล้วในสัปดาห์นี้ (18 เมษายน) นิตยสารไทม์ซึ่งจัดนางอองซานซูจีให้อยู่ในรายชื่อ 100 อันดับได้มีขึ้นในปี 2004, 2008 และ 2011 ได้ยกย่องเธอในฐานะผู้นำฝ่ายค้านที่มีเจตจำนงอันยาวนานเพื่อปฏิรูปประเทศของเธอให้เปิดกว้างขึ้นหลังจากเกือบครึ่งศตวรรษของการปกครองโดยเผด็จการทหาร Madeleine Albright อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาหนึ่งในผู้เขียนบทความในนิตยสารไทม์เขียนว่า “ซูจีคือผู้นำทางการเมืองกับการตัดสินใจภายใต้สภาวะแวดล้อมทางการเมืองที่เปราะบาง ความกล้าหาญของเธอในการยืนหยัดขัดขืนและมีชัยเหนือการกดขี่บังคับได้มอบความหวังให้กับผู้คนทั้งหลายผู้รักเสรีภาพ” อองซานซูจี นักกิจกรรมที่ผันมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ได้รับการโหวตร้อยละ 61 ในการลงคะแนนเสียงออนไลน์ซึ่งปิดการโหวตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 เมษายน) คะแนนโหวตออนไลน์ของอองซานซูจีสูสีกับเลดี้กากา และมีคะแนนมากกว่าลาร์รี่ เพจ ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล มิเชล โอบามา และโอปาร์ วินฟรีย์ เพื่อเข้ารอบสุดท้าย ชัยชนะของการโหวตบนโลกออนไลน์ของอองซานซูจีเกิดขึ้นได้ถึงแม้ว่าการเข้าถึงอินเตอร์เนตในประเทศพม่ายังต่ำอยู่มาก เพียงร้อย 1 ของประชากร 60 ล้านคนเท่านั้นที่เข้าถึงอินเตอร์เนตได้ อย่างไรก็ตาม การเปิดให้โหวตซ้ำหลายครั้งได้ก็เป้นปัจจัยสำคัญ ชาวเนตในพม่าและในต่างแดนโหวตให้อองซานซูจีโดยคลิกที่ภาพของเธอ แสดงถึงความนิยมชมชอบในตัวของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและช่วยกันดันให้ประเทศพม่าเป็นจุดสนใจของประชาคมโลก Oakkar Ko Ko ผู้โหวตให้อองซานซูจีบอกว่า เขากดเมาท์คลิกบนเว็บไชต์ของนิตยสารไทม์ไปมากกว่า 30 ครั้ง เขาต้องทำเพราะว่าเลดี้กากามีแฟนนับล้าน ในขณะที่มีคนใช้อินเตอร์เนตบนมือถือราว 200,000 รายทั้งประเทศพม่า เลดี้กากามีคนติดตามผ่านทวิตเตอร์ […]
ต้นทุนจริงของถ่านหิน : เปลี่ยนเทือกเขาแห่งเคนทักกี้ตะวันออกให้เป็นกากสารพิษ
เทือกเขาแอปปาลาเชียนตอนกลางในสหรัฐอเมริกาเป็นแหล่งถ่านหินที่มีจำนวนมากเป็นอันดับสองในสหรัฐฯ รองมาจากลุ่มน้ำเพาว์เดอร์(Powder River Basin)ของรัฐไวโอมิ่ง ในช่วงต้นคริสตวรรษ 1980s บริษัทถ่านหินที่ทำงานในพื้นที่เริ่มใช้รูปแบบการทำเหมืองแบบที่เรียกว่า การย้ายยอดเขา (Mountain Top Removal :MTR) ในกระบวนการนี้ พวกเขาได้ทำลายที่ดินและชุมชนของเทือกเขาแอปปาลาเชียน ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีถ่านหินโดยสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเคนทักกี้ตะวันออก ทำไม? นั่นก็เพราะว่านี่เป็นวิธีที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดในการเพื่อให้ได้ถ่านหินมาอย่างไรล่ะ การย้ายยอดเขา(MTR) ทำงานตรงตามชื่อของมัน-คือคนงานเหมืองจะทำการระเบิดส่วนหนึ่งของภูเขาออกมาทั้งหมดเพื่อจะนำถ่านหินที่อยู่ใต้พื้นผิวออกมา เมื่อถ่านหินถูกขนย้ายแล้วเศษหินและดินต่างๆ ที่เกิดจากการระเบิด(ที่เรียกว่าดินหน้าแร่หรือ overburden) ก็จะถูกทิ้งลงในหุบเขาที่อยู่ใกล้เคียง กระบวนการทำเหมืองที่ทำลายล้างสูงนี้ได้กลบฝังลำธารยาวนับร้อยไมล์ในรัฐเคนทักกี้ไปแล้ว และทำลายผืนป่าโบราณหลายพันเอเคอร์อย่างยับเยิน กระบวนการ MTR นี้เป็นหายนะร้ายแรงต่อพื้นที่ในเขตภูเขานี้ –ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบนิเวศแบบป่าฝนเขตอบอุ่นที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ผลกระทบทางกายภาพจากการทิ้งดินหน้าแร่นับพันตันไปสู่หุบเขานั้นก็แย่พออยู่แล้ว แต่เศษดินและหินเหล่านั้นยังมีโลหะพิษผสมอยู่เช่น ซีลีเนียม สารหนู และสารปรอท ที่สามารถไหลลงไปสู่พื้นดินและน้ำบาดาลส่งต่อสารพิษไปยังทุกสิ่งที่มันเดินทางไปไม่ว่าจะเป็น ลำธาร ปลา พืชและสัตว์ในท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งผู้คน ผลกระทบโดยตรงจากการย้ายยอดเขา(MRT) ผู้คนนับพันที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ถ่านหินเคนทักกี้ตะวันออกได้รับผลกระทบโดยตรงจาก MRT และเป็นพยานต่อการละเลย การปฏิเสธความรับผิดชอบ และความละโมบของบริษัทถ่านหิน การปนเปื้อนของสารพิษ เอริกาและราอูล อูไรอัส อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเป็นหุบเขาเขียวขจีในไพค์เคาน์ตี้ (Pike County) บ้านของพวกเขาขณะนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยพื้นดินที่เหมือนผิวดวงจันทร์จากการย้ายยอดเขาในแถบนั้น และที่ดินของพวกเขาถูกหินจากการนั้นลอยตกมาใส่และถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นกำมะถันจากการระเบิดเหมืองแต่สิ่งที่พวกเขาเป็นกังวลที่สุดคือ มาเคลาลูกสาววัยสี่ขวบของพวกเขา […]
ต้นทุนจริงของถ่านหิน : สารปรอท
อุตสาหกรรมถ่านหินเป็นแหล่งกำเนิดสารปรอทที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ด้วยมีปริมาณสารปรอทถึง 2,190 ตัน ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศในแต่ละปี กว่าครึ่งนั้นมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน การเผาไหม้ถ่านหินได้ปลดปล่อยสารปรอทจำนวนมากสู่บรรยากาศจากปรอทที่อยู่ในถ่านหิน สารปรอทนี้ในที่สุดจะตกไปสู่แม่น้ำ ลำธารและทะเลสาบจากการตกของน้ำฟ้า(ฝนและหิมะ)ฝุ่นละอองหรือจากแรงโน้มถ่วงของโลก เมื่อตกไปในแหล่งน้ำ มันจะแทรกซึมเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อาหาร เริ่มจากสาหร่ายและคืบคลานไปสู่ฝูงปลา หลังจากนั้นก็เป็นนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต่างๆ ความเข้มข้นของสารปรอทจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณตามระดับห่วงโซ่อาหารที่สูงขึ้น สารปรอทสามารถทำร้ายมนุษย์ได้หรือไม่? คำตอบคือได้ สารปรอทนั้นเป็นสารพิษที่ก่อกวนระบบประสาท(Neurotoxin) ที่สามารถส่งต่อจากแม่ไปสู่ลูกน้อยในครรภ์ได้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่สมอง สูญเสียการมองเห็น ลมชักและปัญหาอื่นอีกมากมาย การสัมผัสสารปรอทมักมาจากการกินปลาที่ปนเปื้อน ในสหรัฐอเมริการ้อยละ 8 ของผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธ์มีสารปรอทในเลือดของตนมากกว่าระดับที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (US EPA) กำหนดว่าปลอดภัย นี่ส่งผลให้เด็ก 410,000 คนที่เกิดมาในแต่ละปีได้รับสารปรอทในระดับที่เป็นอันตรายตั้งแต่อยู่ในครรภ์ —————- จาก ต้นทุนจริงของถ่านหิน : ผู้คนและโลกต้องจ่ายให้กับเชืิ้อเพลิงที่สกปรกที่สุดในโลกอย่างไร จัดพิมพ์ภาษาไทยโดยกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะผู้เขียน: ดร.อีเรก้า เจอร์บาย, มาไรกา บริทเทน, ไอริช เชง, มาร์ธา คาเมียสกา, เออร์เนส มีแซค, วิคเตอร์ มุนนิค, จายาชรี นานดี, ซารา เพนนิงตัน, เอมิลี โรชอน, นีนา ชลูลซ์, นาฮิญา […]
ต้นทุนจริงของถ่านหิน : กลล่องหน
เหมืองถ่านหินมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อแหล่งน้ำในท้องถิ่น เพราะเหมืองมีความจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำจำนวนมากในการปฏิบัติงาน บ่อยครั้งพื้นดินตลอดจนแม่น้ำก็ถูกขุดขึ้นเพื่อเอาถ่านหินออกมาจนส่งผลให้แหล่งน้ำต่างๆ หายไป เมื่อถ่านหินถูกขุดออกจากใต้ดิน น้ำบาดาลก็จะถูกสูบออกมาจนพื้นที่บริเวณนั้นจนแห้งลง การย้ายน้ำจำนวนมากออกจากพื้นที่หนึ่งนั้นมักทำให้น้ำที่อยู่บนพื้นดินในบริเวณที่ทำเหมืองเหือดแห้งตามไปด้วยในทันทีทันใด ผลก็คือระดับพื้นผิวน้ำบาดาลลดต่ำลง ระบบนิเวศถูกทำลาย ขัดขวางการเจริญเติบโตและการสืบพันธ์ุของพรรณพืชและสัตว์น้ำ สายพันธ์ปลาและนกที่มีค่าลดน้อยถอยลงและเขตภูมิภาคทั้งหมดก็จะตกอยู่ในอันตราย และบ่อยครั้งก็ลามข้ามเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไปเลย การปฏิบัติการบนชั้นพื้นผิวของเหมือง เช่น การย้ายยอดเขา (Mountain Top Removal:MTR) สามารถทำให้ทรัพยากรแหล่งน้ำหายไปได้อีกวิธีหนึ่ง โดยใช้วิธีการปกคลุมแหล่งน้ำเหล่านั้นด้วยเนินดินจากการขนย้าย การปฏิบัติงานนี้เรียกได้ว่าเป็นการปล่อยภูเขาลงตามแหล่งน้ำลำธารเลยก็ว่าได้ จากคำศัพท์ในวงการอุตสาหกรรมเรียกสิ่งนี้ว่า “ถมหุบเขาให้เต็ม” เศษหินที่เกิดจากการระเบิดภูเขาจะถูกทิ้งลงในหุบเขาใกล้เคียง ทับถมถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าและทำลายระบบนิเวศของลำธารที่ได้รับผลกระทบอย่างถาวร ในสหรัฐอเมริกา ลำธารมากกว่า 1,200 ไมล์ ถูกกลบฝังและถูกทำลายอย่างถาวรแล้วในภูมิภาคกลางของแอปปาลาเชียน(Appalachia) ในขณะที่สมาชิกในชุมชนได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง หุบเขาที่ถูกถมนี้ถูกคาดการณ์ไว้ว่าจะถูกถมและทพลายอย่างถาวรอย่างน้อย 2,400 ไมล์ของที่ตั้งลำธารในแอปปาลาเชียนตอนกลางภายในปี 2565 ————- จาก ต้นทุนจริงของถ่านหิน : ผู้คนและโลกต้องจ่ายให้กับเชืิ้อเพลิงที่สกปรกที่สุดในโลกอย่างไร จัดพิมพ์ภาษาไทยโดยกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะผู้เขียน: ดร.อีเรก้า เจอร์บาย, มาไรกา บริทเทน, ไอริช เชง, มาร์ธา คาเมียสกา, เออร์เนส มีแซค, วิคเตอร์ มุนนิค, จายาชรี นานดี, ซารา เพนนิงตัน, เอมิลี […]
