ทำไมแผนการยุติการลงทุนถ่านหินของ ปธน. สี จึงเป็นเรื่องใหญ่
เมื่อจีนออกไปแล้ว การลงทุนในโครงการถ่านหินทั่วโลกก็เหลือเพียงเล็กน้อย แปลเรียบเรียงจาก https://foreignpolicy.com/2021/09/28/china-xi-jinping-coal-pledge-unga-clean-energy-developing-countries/ เขียนโดย Lauri Myllyvirta นักวิเคราะห์ของ the Centre for Research on Energy and Clean Air วันที่ 28 กันยายน 2564 ในเดือนกันยายน 2564 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ประกาศในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่า “จีน … จะไม่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ในต่างประเทศอีกต่อไป” นโยบายใหม่สำหรับเงินกู้ด้านพลังงานในต่างประเทศของปักกิ่งได้รับการคาดหวังมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่คำแถลงของ Xi ยังคงน่าประหลาดใจในความตรงไปตรงมาและขอบเขต ปัจจุบัน จีนร่วมกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ในฐานะกลุ่มประเทศที่ยังคงให้ทุนสนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินในต่างประเทศ ซึ่งเพิ่งให้คำมั่นที่จะยุติการจัดหาเงินทุนสาธารณะสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ ท่าทีใหม่ของปักกิ่งจะทำให้ประเทศต่างๆ ที่ยังคงวางแผนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่และพึ่งพาการเงินระหว่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม ปากีสถาน ซิมบับเว และตุรกี คิดทบทวนแผนพัฒนาพลังงานของตนอย่างจริงจัง และขณะนี้ ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาต่างให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนพลังงานสีเขียวในประเทศกำลังพัฒนา ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันเพื่อสร้างพลังงานสะอาดอีกด้วย ข้อตกลงนี้ใหญ่แค่ไหน? เป็นเวลากว่าทศวรรษแล้วที่จีนเป็นผู้สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินรายใหญ่ที่สุดที่ต้องพึ่งพาการจัดหาเงินทุนระหว่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2010 […]
บ่อฝ้าย ไดออกซิน และสงครามเวียดนาม
1 บางคนบอกว่า เอเจนต์ ออเรนจ์ ในสงครามเวียดนาม คือตำนานที่น่าละอายที่สุดของประวัติศาสตร์เกี่ยวกับไดออกซิน เลือดและน้ำนมแม่แห่งเวียดนามตอนใต้ยังคงเจือด้วยสารพิษ และความทุกข์ทรมานจากโรคภัยยังคงหลอกหลอนทหารอเมริกันผู้ผ่านศึก ผู้ซึ่งพ่นยาพิษที่ใช้กำจัดวัชพืชเกือบ 50 ล้านลิตร พ่นทำลายป่าไม้ ทรัพยากรชีวภาพและไร่นาลงสู่ที่ซึ่งแผ่นดินและสรวงสวรรค์มาบรรจบกัน มหาอำนาจอเมริกา ธนาคารโลก และบรรษัทผลิตเอเจนต์ ออเรนจ์ ผู้มืดบอด แม้พวกท่านปฏิเสธ กล่าวอ้างว่า “การใช้ยาพิษปราบวัชพืชช่วงสงคราม ไม่เกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนของไดออกซินในร่างกายคนเวียดนาม” แต่โลกไม่เคยละวางการเป็นประจักษ์พยานต่ออาชญกรรมต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษยธรรมครั้งนี้ 2. บางคนบอกว่า เรื่องทั้งหมดจบลงแล้ว อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ ผมคิดว่า เราเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก เราเพิ่งเริ่มต้นยอมรับว่า เรามีส่วนในอาชญากรรมครั้งนี้ ยอมรับถึงผลอันเป็นมรดกพิษจากสงคราม บ่อฝ้าย !!! เอเจนต์ ออเร้นจ์และไดออกซินยังอยู่ที่นั่น ใต้ผืนดินแห่งบ่อฝ้าย ที่เรียกว่า “หลุมฝังกลบที่ปลอดภัย ???” ที่เราฝังดินปนเปื้อนสารพิษไปพร้อม ๆ กับความกล้าหาญทางจริยธรรม พร้อม ๆ กับความยุติธรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อม ๆ กับความหวังที่เราพอจะมีต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจในทางเทคนิคและทางการเมือง พวกเขาทำให้เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาชญากรรมแห่งสงครามเวียดนาม ภูมิใจที่เห็นแผ่นดินของเราเป็นที่ฝังมรดกสารพิษแห่งอเมริกาและบรรษัทข้ามชาติ โอ้…บ่อฝ้าย !!! เอเจนต์ ออเรนจ์ […]
ควันไฟที่โอเรกอน
สภาพที่ร้อน แล้งและมีกระแสลมแรงทางตอนกลางและใต้ของรัฐโอเรกอน ยังคงดำเนินสืบเนื่องและช่วยทำให้การเกิดไฟที่ Bootleg (Bootleg fire) ซึ่งขณะนี้เป็นการเกิดไฟที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ขยายออกไปขยายวงกว้างออกไป ควันจากการเกิดไฟดังกล่าวสามารถมองเห็นได้ในภาพด้านบน ซึ่งได้มาจากเครื่องมือ MODIS (Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) บนดาวเทียม Aqua ของนาซาในวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 แนวควันไฟที่ขยายออกไปทำให้คุณภาพอากาศในชุมชนทางตอนเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกของจุดเกิดไฟนั้นเลวร้ายลง เจ้าหน้าที่พยากรณ์อากาศได้แจ้งให้พื้นที่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้ว่าคุณภาพอากาศอาจจะแย่ลงเมื่อทิศทางมีการเปลี่ยนแปลงในชั่วข้ามคืนของวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ที่มา : NASA Earth Observatory image by Lauren Dauphin, using MODIS data from NASA EOSDIS LANCE and GIBS/Worldview. Text by Kathryn Hansen. ข้อมูลอ้างอิง InciWeb (2021, July 18) Bootleg Fire. Accessed July 19, 2021. […]
ร้อนปรอทแตกในแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ
ภาพ NASA Earth Observatory สร้างโดย Joshua Stevens โดยใช้ข้อมูล GEOS-5 จาก Global Modeling and Assimilation Office ของนาซา และฐานข้อมูลของ Joalda Morancy/NASA/JPL-Caltech และทีมวิทยาศาสตร์ ECOSTRESS เขียนเรื่องโดย Kathryn Hansen / แปลเรียบเรียงโดย ธารา บัวคำศรี เหตุการณ์คลื่นความร้อนที่เกินปกติเกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงฤดูร้อน แต่คลื่นความร้อนล่าสุดในเขตแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือต้องเป็นกรณียกเว้น ในเดือนมิถุนายน 2564 อุณหภูมิในหลายเมืองของสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเพิ่มขึ้นทุบสถิติทั้งหมดในช่วงที่มีคลื่นความร้อนซึ่งสำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ เรียกว่า “เป็นคลื่นความร้อนครั้งประวัติศาสตร์และอันตราย” ความร้อนเริ่มก่อตัวขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และผลที่เกิดขึ้นแสดงในแผนที่ด้านบนแสดงอุณหภูมิพื้นผิวดินในวันที่ 25 มิถุนายน 2564 ในรัฐวอชิงตัน โดยระบุว่า ในช่วงเที่ยงวัน อุณหภูมิพื้นผิวที่เมืองซีแอตเติลพุ่งขึ้นไปที่ 120 องศาฟาเรนไฮต์ (49 องศาเซลเซียส) และที่โหดกว่านี้ยังมาไม่ถึง จนถึงวันที่ 26 มิถุนายน การเตือนภัยคลื่นความร้อนมีขึ้นทั่วรัฐวอชิงตัน โอเรกอนและแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ ข้อมูลในแผนที่มาจากระบบ ECOsystem Spaceborne Thermal Radiometer Experiment on […]
