Taragraphies — Header Component

“ถ่านหิน” และ “พลังงานสกปรกอื่นๆ” : ว่าด้วยเมืองเชอริบอน

เป็น Note ที่ผมเขียนสั้น ๆ จากกรณีนักกิจกรรมจากไทย ฟิลิปปินส์ จีนและอินเดียโดนกักกันตัวจากการจัดกิจกรรมการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องผลกระทบจากอุตสาหกรรมถ่านหิน ณ เมืองเชอริบอน อินโดนีเซียในปี 2553 ————————————— ว่าด้วยเมืองเชอริบอน (Ceribon) by Tara Buakamsri (Notes) on Tuesday, 6 July 2010 at 19:06 เมืองเชอริบอนเป็นเมืองขนาดกลางของบนเกาะชวา มีประชากร 3 แสนคน เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งทางชายฝั่งเกาะชวาทางตอนเหนือ อยู่ทางตะวันออกของเมืองบันดุง เมืองหลวงของชวาตะวันตก 138 กิโลเมตร และห่างจากกรุงจาการ์ตาประมาณ 250 กิโลเมตร เมืองนี้เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อระหว่างเมืองบันดุงกับจาการ์ตา กับเมืองอื่น ๆ ในชวาตอนกลางและชวาตะวันออก ชื่อของเมืองมาจากคำพื้นเมืองในแถบซุนดา(Sundanese) หมายถึง แม่น้ำกุ้ง ‘Shrimp River’ คงเป็นเพราะมีแม่น้ำและทะเลที่อุดมสมบูรณ์ เมืองเชอริบอนยังรุ่มรวยไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผสมผสานกันทั้งยุโรป(น่าจะเป็นชาวดัชท์ที่มาครองแผ่นดินนี้หลายร้อยปี) อาราบิก, จีน, ชวาและซุนดา เค้ามีคำขวัญของเมืองว่า Unity in […]

ถ่านหินสะอาด เมื่อหมาบินได้ (4)

เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดจำนวนมากที่ผลักดันโดยอุตสาหกรรมถ่านหินยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา และยังต้องใช้เงินทุนอีกหลายร้อยหรือหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ และเวลาอีกหลายปีกว่าที่จะกลายเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ได้  นอกจากนี้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดยังมีราคาแพงเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละวันอีกด้วย สำนักงานสารสนเทศพลังงานของสหรัฐฯประเมินว่า เงินทุนของโรงงาน IGCC ซึ่งเป็นต้นแบบ (สถานีทดลองโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ปล่อยก๊าซปริมาณต่ำ) อยู่ที่ 1,383 เหรียญสหรัฐฯต่อกิโลวัตต์ และ 2,088 เหรียญสหรัฐฯต่อกิโลวัตต์หากรวมค่าแยกคาร์บอนด้วย ขณะที่ราคาของการติดตั้งกังหันลมเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าทั่วไปอยู่ที่ 1,015 เหรียญสหรัฐฯต่อกิโลวัตต์ ถ่านหินสะอาดเป็นความพยายามของอุตสาหกรรมถ่านหินในการพยายามและหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง โครงการถ่านหินสะอาดที่มีอยู่ไม่ได้ช่วยบรรเทาปัญหาจากการทำเหมืองถ่านหิน หรือ ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานที่สกปรกและล้าสมัยไปแล้ว สิ่งที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างแท้จริงคือพลังงานสะอาดจากลม แสงอาทิตย์และชีวมวลยุคใหม่ แหล่งพลังงานเหล่านี้ล้วนสะอาด มีราคาถูก และเป็นสิ่งที่น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่งมากกว่าการลงทุนกับแหล่งพลังงานสกปรกล้านปีอย่างถ่านหิน

การเมืองเรื่องโลกร้อน (7) : กระแสหลัก

ถึงแม้ว่ากลุ่มคนผู้มีความสงสัยและกลุ่มเจราจาหว่านล้อมจะทำงานกันอย่างหนักเพียงใด ความสนใจของสื่อมวลชนในเรื่องภาวะโลกร้อนก็หวนกลับมาอีกครั้งในช่วงปลายทศวรรษ 1990 โดยพุ่งไปที่เรื่องการเจรจาภายใต้พิธีสารเกียวโตและปรากฏการณ์เอลนิโน (El Nino) ครั้งประวัติศาสตร์ในปี 1997-1998 รายงานข่าวเกี่ยวกับโลกร้อนมีเพิ่มมากขึ้นจนถึงช่วงสหัสวรรษใหม่ การศึกษาของนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนซึ่งทำการศึกษารายงานข่าวในหนังสือพิมพ์ฉบับหลัก 3 ฉบับในสหราชอาณาจักร ได้แก่ เดอะ ไทมส์ (The Times) เดอะ การ์เดียน (The Guardian) และดิ อินดีเพนเดนท์ (The Independent) พบว่า จำนวนข่าวเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อปีเพิ่มจาก 50 เรื่องต่อฉบับในปี 1996 เป็นประมาณ 200-300 เรื่องต่อฉบับในปี 2001 บทความส่วนใหญ่กล่าวถึงความเร่งด่วนของปัญหามากขึ้น รวมถึงเหตุการณ์ภูมิอากาศรุนแรง เช่น อุทกภัยในอังกฤษปี 2000 คลื่นความร้อนในยุโรปปี 2003 จนถึงปี 2006 ภาวะโลกร้อน เป็นข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง สิ่งแวดล้อมเป็นบัญชีรายชื่ออันดับต้นในทางการเมือง นายเดวิด คาเมรอน (David Cameron) ผู้นำพรรคการเมืองฝ่ายค้านของสหราชอาณาจักรมีเป้าหมายชักจูงให้ประชาชนลงคะแนนให้พรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) ด้วยคำขวัญ “Vote […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings