การขยายตัวของเหมืองทองต้นน้ำแม่สาย
ภาพดาวเทียม sentinel 2 (False color infrared composite) แสดงการขยายตัวของเหมืองทองต้นน้ำสายในเขตรัฐฉานตรงข้ามบ้านหัวแม่คำ จังหวัดเชียงราย ภาพบนบันทึกในวันที่ 30 ธันวาคม 2564 (มีเมฆปกคลุมบางส่วน) ภาพล่างบันทึกในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ภายในเวลา 5-6 ปี พื้นที่เหมืองทองขยายตัวอย่างรวดเร็วจนสามารถสังเกตได้หากไปยืน ณ ที่สูงบริเวณหัวแม่คำ แผนที่ภาพประกอบสีเทียมแบบอินฟราเรด (False color infrared composite) จะนำแถบสเปกตรัมใกล้อินฟราเรดมาจับคู่กับแถบสีแดงและสีเขียวแล้วแปลงเป็นองค์ประกอบสีของ sRGB โดยตรง วิธีนี้นิยมใช้มากที่สุดในการประเมินความหนาแน่นและสุขภาพของพืช เพราะพืชจะสะท้อนแสงใกล้อินฟราเรดและแสงสีเขียว แต่จะดูดกลืนแสงสีแดง เนื่องจากพืชสะท้อนใกล้อินฟราเรดมากกว่าแสงสีเขียว พื้นที่ที่มีพืชปกคลุมจึงปรากฏเป็น “สีแดงเข้ม” และยิ่งพืชหนาแน่นมาก สีแดงจะยิ่งเข้มขึ้น ส่วนเมืองและพื้นที่ดินโล่งจะออกเป็นสีเทาหรือสีน้ำตาลอมเหลือง ขณะที่แหล่งน้ำจะปรากฏเป็นสีน้ำเงินหรือสีดำ
ข้อสังเกต : วิกฤตมลพิษน้ำกกมาจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ(Rare Earth) ที่กำลังขยายตัว
จากการติดตามและแลกเปลี่ยนกับผู้รู้** ผมตั้งข้อสังเกตว่า มลพิษข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำกกในเขตรัฐฉานมาจากเหมืองแรร์เอิร์ทที่กำลังขยายตัว นอกเหนือจากเหมืองแร่ชนิดอื่นๆ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ จากการวิเคราะห์ภาพดาวเทียมเบื้องต้น แบบแผนการทำเหมืองแร่ในลุ่มน้ำกกเป็นการสะกัดแร่ด้วยวิธีชะละลาย ณ แหล่งแร่ (In situ leaching) แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในรัฐกะฉิ่นติดพรมแดนจีนซึ่งมีปรากฏการณ์บูมของเหมืองแรร์เอิร์ธ การสะกัด Rare Earth ด้วยวิธีชะละลาย ณ แหล่งแร่ (In situ leaching) ได้รับความนิยมมากกว่าการทำเหมืองแบบเปิด เนื่องจากไม่ต้องใช้ต้นทุนเริ่มต้นจำนวนมาก วัสดุพื้นฐาน เช่น สารเคมีสำหรับชะละลาย ท่อ และถังเก็บ รวมถึงเทคโนโลยีอย่างเครื่องสูบน้ำ ล้วนไม่แพงหรือขนส่งยาก แตกต่างจากการทำเหมืองแบบเปิดที่ต้องมีการขุดเจาะขนาดใหญ่ (รวมถึงการใช้เครื่องจักรหนัก) การถางป่าและเคลียร์พื้นที่ขนาดใหญ่ และยังก่อให้เกิดกากแร่ปริมาณมากที่ต้องจัดการอย่างต่อเนื่อง แต่ In situ leaching นั้นมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของดินและน้ำใต้ดินจากสารชะละลาย การสูบน้ำและสารเคมีเข้าสู่ชั้นดินเหนียวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม ทั้งการทำเหมืองแบบเปิดและ In situ leaching ต่างก็สามารถก่อให้เกิดน้ำเสียจำนวนมาก เนื่องจากต่างก็ต้องใช้น้ำในการสกัดแร่แรร์เอิร์ธจากชั้นดินเหนียว ข้อมูลจาก Global Witness ซึ่งเปิดเผยก่อนหน้านี้ถึงความเฟื่องฟูของการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธหนัก (HREE) ในเขตปกครองพิเศษกะฉิ่นที่ 1 ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มติดอาวุธที่ภักดีต่อกองทัพเมียนมา […]
สายน้ำที่ผันเปลี่ยน
เรื่อง : ธารา บัวคำศรี ลำน้ำแม่จันไหลมาจากขุนน้ำด้านใต้ของเทือกเขานางนอนที่วางตัวยาวเหยียดอยู่ฟากฝั่งตะวันตกและเป็นปราการขวางกั้นที่ราบสูงฉานแห่งเมียนมาร์กับทุ่งราบแม่จัน – เชียงแสน – แม่สาย น้ำแม่จันไหลไปบรรจบกับลำธารสายหนึ่งคือ น้ำแม่คำ ซึ่งไหลมาจากแหล่งปลูกฝิ่นอันเลื่องชื่อบนเทือกเขาเดียวกัน ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่บ้านสบคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ลำน้ำทั้งสองถือเป็นระบบแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของแม่น้ำโขง เทือกเขานางนอนเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแดนลาว หนึ่งในเทือกเขาน้อยใหญ่แห่งโขง – สาละวิน เมื่อมองดูจากทุ่งราบแม่จัน – เชียงแสน – แม่สาย ในวันท้องฟ้าโปร่งอากาศแจ่มใส จะเห็นรูปหญิงสาวนอนหงายสยายผมชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ปลายเท้าอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หญิงสาวสง่างามผู้นี้นอนยาวเหยียดจากน้ำแม่สายไปจรดน้ำกก จากนั้นระลอกคลื่นแห่งเทือกเขาทอดยาวลงไปในแนวเหนือใต้เป็นเทือกเขาผีปันน้ำตะวันตก น้ำฮาหุ น้ำฮาโก น้ำจันน้อย เป็นสาขาย่อยของน้ำแม่จันบนดอยสูงต้นกำเนิด น้ำแม่คำมีต้นกำเนิดอยู่ที่แม่คำ ไหลลึกในหุบเขาเย็นเยือก ลำน้ำสาขาสายหนึ่งคือน้ำแม่สะลอง มีต้นน้ำอยู่ใกล้กับน้ำแม่จันไหลมารวมกับน้ำแม่คำก่อนลงสู่ทุ่งราบ บนเทือกเขานางนอนคือทางด่านของชนเผ่าเร่ร่อนที่เคลื่อนย้ายจากตอนบนลงมาสู่ดินแดนที่สงบสุขกว่าตลอดระยะเวลานับศตวรรษ ได้กลายเป็นแหล่งพักพิงของชาวอาข่า ลาหู่ ลีซู จีนฮ่อ ไทยใหญ่ เมี่ยน ม้งและว้า แต่ละกลุ่มต่างมีประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานอพยพเคลื่อนย้ายแตกต่างกันไป กลุ่มชาวจีนภายใต้การนำของก็กมินตั๋งถอยร่นจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์ในจีนมายังเมียนม่าร์ แนวพรมแดนไทย-เมียนมาร์ ท้ายสุดมาตั้งมั่นอยู่ ณ เชิงเขามังกรบนดอยสามเส้าหรือดอยแม่สะลองซึ่งเป็นต้นกำเนิดส่วนหนึ่งของน้ำแม่จัน น้ำแม่สะลอง-แม่คำ ที่ระดับความสูง 1,300 […]
