Taragraphies — Header Component

ภาพสองด้านของวิกฤตมลพิษทางอากาศไทยในสถานการณ์ COVID-19

ธารา บัวคำศรี ประเด็นแรกสุดและสำคัญมากที่สุดในเรื่องการระบาดของโคโรนาไวรัส(COVID-19) คือประเด็นว่าด้วยสาธารณสุขและความปลอดภัย แต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและแบบแผน ในชีวิตประจำวันของคนในสังคมเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการระบาดก็ได้ส่งผลกระทบที่ลึกซึ้งต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน อาจยังมีความเข้าใจและการสื่อสารข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนในเรื่องดังกล่าว และต่อไปนี้คือ ภาพสองด้านของวิกฤตมลพิษทางอากาศไทยในสถานการณ์ COVID-19 การลดลงมลพิษทางอากาศชนิดหนึ่ง(จากการวิเคราะห์ด้วยภาพถ่ายดาวเทียม) ไม่ได้หมายถึงว่าอากาศจะปลอดจากมลพิษทั้งหมด ภาพแรกเป็นข้อมูลจากการวิเคราะห์ของจิสดา(GISTDA) ชี้ให้เห็นว่า ปริมาณความหนาแน่นของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์มีอัตราลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคมของทั้ง 2 ปี โดยเฉพาะในเดือนมีนาคม 2563 มีการลดลงมากอย่างเห็นได้ชัด โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ค่าสูงสุดของเดือนมีนาคม 2562 อยู่ที่ประมาณ 190 µmol/m² แต่ค่าสูงสุดของเดือนมีนาคม 2563 ลดเหลืออยู่ที่ประมาณ 130 µmol/m² ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากกิจกรรมต่างๆ เริ่มยุติลงเนื่องจากมาตรการการป้องกันโรคโควิด-19 เช่น ลดการเดินทาง ทำงานที่บ้าน ปิดสถานที่สาธารณะ เป็นต้น ส่งผลให้ปริมาณการเผาไหม้เชื้อเพลิงซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของ มลพิษทางอากาศโดยเฉพาะก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ซึ่งเป็นคู่หูของ PM2.5 ลดลง ภาพแรกอาจมองดูว่าเป็นความตื่นตาตื่นใจที่เราสามารถติดตามตรวจสอบตัวชี้วัดของระดับกิจกรรมที่ลดลงของสังคมมนุษย์ได้ อย่างไรก็ตาม ต้องกล่าวในที่นี้ว่า การลดลงมลพิษทางอากาศ ชนิดหนึ่ง (จากการวิเคราะห์ด้วยภาพถ่ายดาวเทียม)ไม่ได้หมายถึงว่า อากาศจะปลอด จากมลพิษทั้งหมด อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเจอทั้งฝุ่นและเชื้อโรคในเวลาเดียวกัน ภาพที่สองแสดงแบบแผนการกระจายตัวของมลพิษทางอากาศในวันที่ 15 […]

ไฟป่าอนุรักษ์ : ผลพวงของนโยบายที่ผิดพลาดและสัญญานเตือนของของภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ

ไฟเผาผลาญพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา เกิดปรากฏการณ์ไฟรุนแรงในพื้นที่ป่าหลายแห่ง เริ่มจาก อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ส่งผลให้เกิดความเสียหายในพื้นที่ป่าสนเขาเป็นวงกว้าง การวิเคราะห์จากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า พื้นที่ป่าสนเขาถูกเผาไหม้ประมาณ 3,700 ไร่ กระจายทั้งทางด้านทิศตะวันตก ทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอุทยานฯ (ทางตอนใต้ของผาเมษาและผาหมากดูก) ซึ่งเป็นรอยต่อกับพื้นที่การเกษตร ต่อมาในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ไฟป่าบนเทือกเขาบรรทัดซึ่งเผาผลาญพื้นที่ราว 5,600 ไร่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชาส่งผลให้หลายพื้นที่ในจังหวัดตราดและพื้นที่ใกล้เคียง ถูกปกคลุมด้วยมลพิษทางอากาศจากไฟป่า รวมถึงจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม ในเขตกันชนรอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน และอุทยานแห่งชาติปางสีดา มีพื้นที่ที่ได้ผลกระทบจากการเผาไหม้วันที่ 21–26 กุมภาพันธ์ 2563 รวมทั้งสิ้น 102,600 ไร่ ล่าสุด เกิดไฟป่ารุกหนักในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย การวิเคราะห์ภาพจากดาวเทียม Sentinel-2ในวันที่ 25-30 มีนาคม ชี้ให้เห็นพื้นที่เสียหายจากไฟป่าเป็นบริเวณรวมกันมากกว่า 8,600 ไร่ ส่งผลให้หลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียงถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันไฟที่เกิดขึ้นจากไฟป่า และเชียงใหม่ขึ้นแท่นเป็นเมืองที่มลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลกในช่วงเวลาดังกล่าว การรายงานสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันจากปี พ.ศ.2528-2562 พบว่า พื้นที่ป่าอนุรักษ์ในเขตภาคเหนือตอนบนมีพื้นที่เผาไหม้ (burnt scar) […]

หมอกควันพิษปกคลุมไทยและเมียนมาร์

เช่นเดียวกับการติดตามตรวจสอบในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเผาในที่โล่งและไฟป่าก่อให้เกิดหมอกควันปกคลุมทางภาคเหนือตอนของไทยและเมียนมาร์ เครื่องมือ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Aqua ขององค์การนาซาบันทึกภาพในวันที่ 18 มีนาคม 2563 มลพิษทางอากาศจากหมอกควันอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองที่มีมลพิษทางอากาศมากที่สุดในโลกหลายครั้งในเดือนมีนาคมนี้ ที่มา :|NASA Earth Observatory image by Lauren Dauphin, using MODIS data from NASA EOSDIS/LANCE and GIBS/Worldview. Text by Kasha Patel

จักรยานกับนิเวศวิทยาเมืองเชียงใหม่ – Bicycle : Vehicle for a Small Planet

by Tara Buakamsri  (หมายเหตุ : เป็นบทความเมื่อสิบปีที่แล้ว) 40 กิโลเมตรจากหาดใหญ่ไปสงขลาระหว่าง “Quit Coal Ship Tour 2008” เส้นทางที่ถักทอเป็นข่ายใยในหุบเขาเชียงใหม่ – ลำพูน เลียบผ่านหมู่บ้านเก่าแก่ เรือกสวนไร่นาไปสู่เมืองครั้งหนึ่งเคยเป็นวิถีพเนจรบนหลังอานจักรยานภูเขา แต่ละฉากของการเคลื่อนไหวในกระแสลมและอาบเหงื่อไคลมิได้ผ่านเข้าไปในภูมิทัศน์ที่ชาวต่างแดนหลายคนชมว่างามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเท่านั้น แต่ละช่วงทางผมรู้สึกได้ถึงความสอดคล้องระหว่างร่างกายและจิตใจด้วย เมื่ออ่านหนังสือ Bicycle : Vehicle for a Small Planet ของ Marcia D. Lowe นักวิจัยด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมและการจัดการพลังงานเพื่อการพัฒนาแห่ง Worldwatch Institute ซึ่งนิยามจักรยานว่าเป็นพาหนะไร้เครื่องยนต์ (สามล้อแรงคน รถเข็น ล้อเลื่อน และคนเดินเท้า) วิพากษ์วิจารณ์นโยบายคมนาคมขนส่งของรัฐที่เน้นสร้างถนน ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ราคาแพงและสิ้นเปลือง ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งถูกทิ้งให้เดินและไม่มีความสะดวกในการไปทำงานและใช้บริการต่างๆทำให้ผมเกิดคำถามในใจว่า มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่จะพัฒนาระบบคมนาคมเมืองเชียงใหม่โดยผนวกการเดินทางด้วยจักรยานให้เป็นทางเลือกหนึ่งของชีวิตเมือง กระแสรณรงค์ให้กลับมาใช้จักรยานในเมืองเชียงใหม่ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างเมื่อไม่นานมานี้กลุ่มผลักดันที่สำคัญคือ กลุ่มชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพซึ่งมีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลางในเมืองประสานเข้ากับบทบาทของตำรวจจราจรที่มีความคิดก้าวหน้า กิจกรรมสำคัญคือการขี่จักรยานรอบคูเมืองในวันอาทิตย์และขยายผลในลักษณะการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน ใครไปเยี่ยมเชียงใหม่ เมื่อสังเกตดีๆ จะเห็นป้ายรณรงค์อยู่ทั่วไปการรณรงค์ดังกล่าวส่งผลสะเทือนต่อสังคมในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมว่า กระแสนิยมจักรยานทุกวันนี้เป็นผลพวงของความก้าวหน้าของเทคโนโลยีวัสดุและธุรกิจอุตสาหกรรม ปรากฏเป็นจักรยาน ที่มีหน้าตาต่างไปจากที่เราเคยเห็น […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings