เรารับรู้ว่าโลกร้อนขึ้นเมื่อไร?
ความคิดหลักด้านสิ่งแวดล้อมในช่วงต้นทศวรรษที่ 20 คือ มนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่น เช่น การตัดไม้ทำลายป่าและการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดิน แต่ไม่ใช่ในระดับโลก หัวข้อวิจัยส่วนใหญ่เป็นเรื่องการศึกษาในยุคน้ำแข็งและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอดีต มีเพียงส่วนน้อยที่เห็นว่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามเร่งด่วน และน้อยคนนักที่คิดว่ามนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลกได้ มีนักคิดยุคบุกเบิก 2-3 คนที่มองเห็นเรื่องศักยภาพของการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่จะเป็นผลกระทบระดับโลก แต่ก็ยังไม่มีคนให้ความสนใจนัก จุดเริ่มต้นคือในปี 1958 ผลการวัดระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเที่ยงตรงยืนยันว่า ระดับของมันเพิ่มขึ้นอย่างคงที่ในบรรยากาศโลก แบบจำลองคอมพิวเตอร์แบบแรกที่ใช้ทำนายสภาพภูมิอากาศโลกในช่วงทศวรรษ 1960 และแบบจำลองที่ซับซ้อนมากขึ้นหลังจากนั้นได้สนับสนุนแนวคิดที่ว่า ก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นนั้นได้ทำให้ชั้นบรรยากาศโลกร้อนขึ้น อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกได้เพิ่มขึ้นอย่างมากตลอดช่วงทศวรรษ 1980 นี่เองเป็นตัวช่วยให้ประเด็นภาวะโลกร้อนเป็นจุดสนใจของนักวิทยาศาสตร์ สื่อมวลชน และประชาชน
การเมืองเรื่องโลกร้อน (5) : ชั้นเชิงของผู้มีความสงสัย
ตั้งแต่แรกสุด ประเด็นที่กลุ่มผู้มีความสงสัยใช้เพื่อโต้เถียง คือ เรื่องความไม่แน่นอนทางวิทยาศาสตร์ แต่เรื่องที่เป็นแก่นสาระของวิทยาศาสตร์ก๊าซเรือนกระจกนั้นได้มีการยืนยันมานับทศวรรษแล้ว เช่น ความเห็นร่วมในการคาดการณ์ว่า หากความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า อุณหภูมิจะเพิ่มเป็นเท่าใด เป็นต้น แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นงานที่มีความซับซ้อนและหลากหลาย จึงไม่ยากที่จะหยิบเอาจุดอ่อนบางประการในงานวิจัยชิ้นใดชิ้นหนึ่งขึ้นมาโจมตี นอกจากนี้ กฎเกณฑ์ทั้งหลายนั้นมีข้อยกเว้นเสมอ เช่น การที่ธารน้ำแข็งขยายตัวเพิ่มขึ้น หรือพื้นที่บางแห่งมีอุณหภูมิลดลง เป็นต้น กลุ่มผู้มีความสงสัยจะใช้ความไม่แน่นอนและข้อยกเว้นดังกล่าวเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า องค์ความรู้ทั้งหมดของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นจะพังครืนไม่เป็นท่าในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ การหยิบเอาประเด็นย่อยมาโต้เถียงเรื่องโลกร้อนนั้น เป็นวิธีการเชิงโวหารอันยอดเยี่ยม ซึ่งเราอาจเห็นได้จากทนายความหรือนักการเมืองที่มีชั้นเชิงสูง นอกเหนือจากประเด็นเล็กๆ น้อยๆ แล้ว กลุ่มผู้มีความสงสัยได้พัฒนาการวิพากษ์วิจารณ์ของตนอย่างเป็นระบบ ซึ่งเราอาจได้ยินข้อวิพากษ์บางข้อเหล่านี้อยู่ในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น “…บรรยากาศโลกไม่ได้ร้อนขึ้น และถ้ามันร้อนขึ้น ก็มีสาเหตุมาจากความผันแปรของธรรมชาติ ถ้าเป็นความผันแปรของธรรมชาติ มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร แต่ถ้ามันเป็นเรื่องสำคัญขึ้นมา มันก็มีผลดีมากกว่าผลเสีย แต่ถ้ามันมีผลเสีย เราก็มีเทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหา และถ้าไม่มีเทคโนโลยีเหล่านั้น เราก็ไม่ควรทำให้เศรษฐกิจล่มจมเพื่อแก้ปัญหาเพราะยังมีความไม่แน่นอนในทางวิทยาศาสตร์…” ในปี 2001 นักรัฐศาสตร์ชาวเดนมาร์กชื่อ บียอห์น ลอมบอร์ก (Bjorn Lomborg) ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยทำงานให้กับกรีนพีซ ได้ออกหนังสือชื่อ ‘นักสิ่งแวดล้อมช่างสงสัย (The Skeptical Environmentalism)’ […]
ภาพฉายอนาคตของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง
การจัดทำภาพฉายอนาคตของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง เป็นการศึกษาจากการจำลองสภาพภูมิอากาศอนาคตจากแบบจำลอง ECHAM4 GCM ภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงแบบ A2 ซึ่งคำนวณเพิ่มรายละเอียดโดยการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ PRECIS Regional Climate Model ซึ่งพิจารณาถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่ออุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝนและความเร็วของลม ในช่วง 90 ปี ข้างหน้า (พ.ศ. 2553-2642) โดยใช้ช่วงปี 2523-2552 เป็นช่วงปีฐาน เป็นการจำลองสภาพภูมิอากาศที่มีความละเอียดเชิงพื้นที่สูงในลักษณะตาราง (grid) ขนาน 22˚ และ rescale เป็นขนาด 0.2˚ หรือประมาณ 20 กิโลเมตร การเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะ 90 ปี จะวิเคราะห์ถึงอุณหภูมิสูงสุด อุณหภูมิต่ำสุด และปริมาณน้ำฝนในบริเวณลุ่มน้ำบางปะกง อุณหภูมิ จากการจำลองสภาพภูมิอากาศอนาคตแสดงให้เห็นว่า พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงจนถึงปัจจุบันส่วนใหญ่มีอุณหภูมิสูงสุดรายวันเฉลี่ยในรอบ 10 ปี (พ.ศ. 2533-2542 ปีฐาน) อยู่ที่ประมาณ 29-30˚ เซลเซียส จากแบบจำลอง พบว่าการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในช่วง 10 ปีในอนาคตเมื่อเทียบกับปีฐาน จะเพิ่มสูงขึ้น […]
