Taragraphies — Header Component

ยุคใหม่ของเหมืองแร่สำคัญที่หนุนหลังโดยรัฐ (สหรัฐอเมริกา)

ยุคใหม่ของเหมืองแร่สำคัญที่หนุนหลังโดยรัฐ (สหรัฐอเมริกา) ตลอดเกือบทั้งหมดของช่วง 30 ปีที่ผ่านมา บริษัทตะวันตกมักถอนตัวออกไปมากกว่าจะเข้ามาลงทุนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) กาย-โรแบร์ ลูคามา กล่าว อดีตประธาน Gécamines ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจเหมืองรายใหญ่ที่สุดของประเทศประเมินว่า หน่วยงาน/บริษัทจีนมีสัดส่วนถือหุ้นอยู่ใน 90% ของโครงการเหมืองในคองโก แต่ตอนนี้ชาวอเมริกันกำลัง “กดดัน กดดัน กดดัน” เดือนธันวาคม บริษัทอเมริกันได้สิทธิ์เข้าถึงก่อนใครในแหล่งเหมืองและพื้นที่สำรวจชุดใหญ่ในประเทศที่อุดมแร่ธาตุมากที่สุดของแอฟริกา รัฐบาลสหรัฐฯ ยังลงทุน 553 ล้านดอลลาร์ ในระเบียงโลบิโต(Lobito Corridor) ซึ่งเป็นทางรถไฟจากเขตเหมืองทองแดงของคองโกไปยังชายฝั่งแอตแลนติกของแองโกลา เพื่อเร่งการขนส่งไปอเมริกาให้เร็วขึ้น และในเดือนกุมภาพันธ์ Orion CMC ซึ่งเป็นกลุ่มทุนที่รวมถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตกลงซื้อหุ้น 40% ในเหมืองทองแดงและโคบอลต์แห่งเดียวในคองโกที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของฝั่งตะวันตก สหรัฐฯ กำลังเร่งล่าหาแร่ธาตุทั่วโลกอย่างเร่งด่วน เพราะมองว่าเป็นแร่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ในความพยายามแบบสิ้นหวังที่จะทำลายการผูกขาด/การคุมเกมของจีนเหนืออุปทานโลกของแร่หลายชนิด รัฐบาลทรัมป์ได้ลงนามความร่วมมือด้านแร่ธาตุกับมากกว่า 20 ประเทศ ตั้งแต่อาร์เจนตินาไปจนถึงอุซเบกิสถาน และการปรับหมากใหญ่ทางภูมิรัฐศาสตร์ของสหรัฐฯ ช่วงหลัง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในยูเครน เวเนซุเอลา หรือกรีนแลนด์ ล้วนถูกอ้างเหตุผลบางส่วนจากความมั่งคั่งแร่ธาตุที่ประเทศเหล่านั้นมีอยู่ ผู้บริหารเหมืองรายหนึ่งบอกว่าเขามักเจอทีมงานของประธานาธิบดี “แทบทุกที่ แทบทุกเดือน” […]

คู่มือว่าด้วยแร่สำคัญและแร่หายาก : มันคืออะไร ใช้ทำอะไรและพบได้ที่ไหนบ้าง

ขั้วโลกเหนือเป็นประเด็นที่ทำให้คนแบ่งข้างได้ง่าย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขาต้องการครอบครองกรีนแลนด์ และเขาไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลังยึดครองออกไปด้วยซ้ำ คณะเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะเดินทางไปยังดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยอ้างว่าไปเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของกรีนแลนด์ แต่แรงจูงใจที่แท้จริงเบื้องหลังการพุ่งเป้าเข้าหาดินแดนอาร์กติกคือแร่หายากอันเป็นหมวดหมู่วัสดุที่สำคัญต่อทั้งกองทัพสมัยใหม่และเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างยิ่งในกรีนแลนด์ ประธานาธิบดีหมกมุ่นกับทรัพยากรยุทธศาสตร์เหล่านี้อย่างมาก ข้อตกลงที่อาจทำให้สหรัฐฯ ได้สิทธิ์บางส่วนเหนือแร่หายากที่อาจฝังอยู่ในยูเครน เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาเรื่องการสนับสนุนทางทหารต่อประเทศนั้นต่อไปด้วย ทรัมป์ยังชอบคำว่า “แร่ธาตุสำคัญ (critical minerals)” เช่นกัน โดยมีการหารือเรื่องข้อตกลงเกี่ยวกับแร่เหล่านี้ในคองโก และเขายังอ้างใช้อำนาจในภาวะสงครามเพื่อเร่งการทำเหมืองภายในประเทศอีกด้วย คำว่าแร่หายากและวัสดุสำคัญ (critical materials) กลายเป็นคำที่คุ้นหูมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังเป็นคำที่คลุมเครือและชวนสับสนอยู่ไม่น้อย ต่อไปนี้คือบทปูพื้นว่าด้วยโลหะและแร่ธาตุที่โลกต้องการมากที่สุดในเวลานี้ ไม่มีคำนิยามเดียวที่เป็นสากลสำหรับวัสดุสำคัญ (critical materials) (คือสารที่ผ่านการแปรรูปแล้ว) และแร่ธาตุสำคัญ (critical minerals) (คือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ) ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักรต่างก็มีบัญชีรายชื่อของวัสดุที่ตนจัดว่าสำคัญแตกต่างกันเล็กน้อย(ตารางด้านบนใช้การจัดหมวดหมู่ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ หรือ DOE) บางชนิดถูกผลิตในปริมาณมหาศาลเพื่อภาคอุตสาหกรรม อะลูมิเนียมและเหล็กถูกนำไปใช้ในแผงโซลาร์และกังหันลม ส่วนทองแดงถูกใช้ตั้งแต่สายเคเบิลไปจนถึงรถยนต์ โคบอลต์ ลิเทียม และนิกเกิล เป็นส่วนประกอบของแคโทดแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และกราไฟต์เป็นวัสดุหลักของแอโนด วัสดุบางอย่างเพิ่งถูกค้นพบไม่นานนี้ ขณะที่บางอย่างถูกใช้งานมานานหลายศตวรรษ พลวง (antimony) ซึ่งชาวกรีกโบราณรู้จักในฐานะสารที่มีสรรพคุณทางการแพทย์และใช้เป็นเครื่องสำอาง ปัจจุบันถูกนำไปใช้ทำให้เสื้อผ้า […]

คู่มือสำหรับผู้กำหนดนโยบายใช้ในการตัดสินใจว่าด้วย ”แร่เพื่อการเปลี่ยนผ่าน“ ที่ COP30

เมื่อโลกเร่งลดการปล่อยคาร์บอน ความต้องการ “แร่ทรานซิชัน” (transition minerals) — เช่น ลิเทียม โคบอลต์ นิกเกิล และแร่หายาก — ก็กำลังพุ่งสูงขึ้น แร่เหล่านี้เป็นวัสดุสำคัญสำหรับเทคโนโลยีอย่างแบตเตอรี่ กังหันลม และแผงโซลาร์เซลล์ แต่การสกัดแร่เหล่านี้กลับมีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมสูงมาก โครงการเหมืองจำนวนมากกำลังขยายเข้าสู่ระบบนิเวศที่สำคัญที่สุดของโลก เช่น ป่าไม้ พีตแลนด์ พื้นที่ชุ่มน้ำ และดินเยือกแข็ง (permafrost) ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียแหล่งกักเก็บคาร์บอนอันประเมินค่ามิได้ และยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนแนวหน้า โดยเฉพาะชนพื้นเมือง ผลกระทบเหล่านี้มักก่อให้เกิดความไม่สงบทางสังคม การฟ้องร้องทางกฎหมาย หรือการต่อต้านจากสิ่งแวดล้อมซึ่งอาจบั่นทอนความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ขณะเดียวกัน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แฝงอยู่ในกระบวนการทำเหมืองและห่วงโซ่อุปทานของแร่ก็มักถูกมองข้ามในการคำนวณบัญชีคาร์บอน ทำให้เป้าหมาย “การปล่อยสุทธิเป็นศูนย์” ที่ตั้งไว้ถูกบั่นทอนลง เครื่องมือนี้ (toolkit) เสนอวาระเชิงนโยบายที่มองไปข้างหน้าเพื่อให้การจัดหาวัตถุดิบแร่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมและสิทธิชนพื้นเมืองโดยอาศัยองค์ความรู้จากวิทยาศาสตร์ กฎหมาย และกรณีศึกษาในโลกจริง เพื่อเสนอแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมให้รัฐบาล สถาบันการเงิน และภาคธุรกิจนำไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างแหล่งปล่อยคาร์บอนและความขัดแย้งรูปแบบใหม่ ตั้งแต่การกำหนด “พื้นที่ห้ามทำเหมือง” ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ไปจนถึงการบังคับใช้การประเมินผลกระทบที่บูรณาการประเด็นภูมิอากาศ การบังคับเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างโปร่งใส การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ฯลฯ บทต่อไปนี้จะนำเสนอแผนที่นำทาง (roadmap) เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจะไม่ทำซ้ำความเสียหายของระบบการสกัดทรัพยากรในอดีต — […]

ห่วงโซ่อุปทานแรร์เอิร์ธแบบหนัก (HREEs) : เมียนมา → จีน → แบรนด์ระดับโลก

1. ต้นทาง (Extraction in Myanmar) 2. ด่านแปรรูป (Processing in China) 3. ระดับกลาง (Magnet Makers) 4. ปลายทาง (Global Brands using magnets) 🔴 Key Risks Highlighted ที่มา : สรุปข้อมูลจาก Heavy Rare Earths Supply Chain Risks: Illicit Minerals from Myanmar are the World’s Largest Source of Supply – Global Witness, 2022

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings