Net Zero Emission : ถอดรหัสถ้อยแถลงของรัฐบาลไทยที่ COP26 กลาสโกว์

ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นอ่านถ้อยแถลง ณ ที่ประชุมสุดยอดผู้นำโลก(World Leader Summit) ในเวที COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ ที่มีตอนหนึ่งระบุว่า “…วันนี้ผมจึงมาพร้อมกับเจตนารมย์ในความท้าทายอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยจะยกระดับการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มที่ และด้วยทุกวิถีทาง เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ.2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ.2065 และด้วยการสนับสนุนด้านการเงินและเทคโนโลยีอย่างเต็มที่และเท่าเทียม รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถจากความร่วมมือระหว่างประเทศ และกลไกภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ผมมั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถยกระดับ NDC ของเราขึ้นเป็น 40% ได้ ซึ่งจะทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของไทยเป็นศูนย์ได้ภายในปี ค.ศ.2050…” ในที่นี้ เราจะถอดรหัสถ้อยแถลงข้างต้นที่กำกวมและขาดความชัดเจน เพื่อทำความเข้าใจต่อจุดยืนและบทบาทของประเทศไทยในเรื่องปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศ 40% : เป้าหมายใหม่ในแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปี 2564-2573 (NDC) มาจากไหน? ถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาอ้างถึงเป้าหมายใหม่ 40% ของแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปี 2564-2573 (Thailand’s Nationally Determined Contribution Roadmap on […]

อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในปี 2563 เชื่อมโยงกับปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในปี 2563 เชื่อมโยงกับปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์จากการวิเคราะห์ของ NASA จากแนวโน้มการเพิ่มอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ปีนี้อยู่ที่ 1.84 องศาฟาเรนไฮต์ (1.02 องศาเซลเซียส) อุ่นกว่าค่าเฉลี่ยปีฐาน(ปี 2494-2523) รายงานของนักวิทยาศาสตร์จาก NASA’s Goddard Institute for Space Studies (GISS) ในนิวยอร์ก อุณหภูมิปี 2563 แตกต่างจากปี 2559 น้อยมากในขอบเขตความผิดพลาดที่ยอมรับได้ ทำให้ปี 2563 ที่ผ่านมาเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพกับปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ “7 ปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วง 7 ปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ซึ่งบ่งบอกถึงกระแสความร้อนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง” Gavin Schmidt ผู้อำนวยการ GISS กล่าว “ ไม่ว่าปีหนึ่งจะเป็นสถิติหรือไม่นั้นไม่สำคัญ จริงๆ สิ่งที่สำคัญคือแนวโน้มในระยะยาว จากแนวโน้มเหล่านี้ และเมื่อผลกระทบของมนุษย์ต่อสภาพภูมิอากาศเพิ่มขึ้น เราคาดว่าจะมีการทุบสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกต่อไป” โลกที่ร้อนขึ้นและเปลี่ยนแปลงไป การติดตามแนวโน้มอุณหภูมิโลกเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญของผลกระทบของกิจกรรมของมนุษย์บนโลกของเรา โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 องศาฟาเรนไฮต์ (1.2 องศาเซลเซียส) […]

ปี 2564 – จะกอบกู้หรือเร่งเร้าวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

Covid-19 และวิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน ทางออกของความท้าทายนี้ เราต้องต่อกรกับรากเหง้าของมัน นั่นคือ ระบบเศรษฐกิจที่กำลังทำลายโลกใบนี้ ปี 2563 ที่ผ่านมา จะเป็นปีที่ถูกจดจำสำหรับหลายๆ สิ่ง และขอบอกตามตรงว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องแย่ๆ แต่ท่ามกลางความทุกข์ยาก ก็มีเรื่องดีๆ อยู่บ้าง ปี 2563 อาจเป็นครั้งแรกของความทรงจำที่มีชีวิตของเรา เมื่อรัฐบาลบางประเทศทั่วโลกลงมืออย่างแข็งขันเพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ(สาธารณสุขและสุขภาวะ) ให้อยู่เหนือผลกำไรส่วนตัว สำหรับโลกที่ถูกครอบงำด้วยตรรกะของระบบทุนนิยม นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะเล็กๆ อาจกล่าวได้ว่า มันเป็นการรับมือเพียงครั้งเดียวต่อการระบาดของโรคครั้งเดียว แต่เราเข้าใจผิด ทั้งในแง่ธรรมชาติของ COVID-19 และทุนนิยมโลก หากคุณหวังว่า เราจะละทิ้งการตัดสินใจทางการเมืองที่มีชีวิตหรือความตายไว้ข้างหลังในปี 2563 อยากจะบอกว่าเราต้องผิดหวัง เนื่องจากในปี 2564 เดิมพันเหล่านี้ยิ่งสูงขึ้น ประการแรก ในบางบริบท ก่อนที่ Covid -19 กลายเป็นประเด็นทั่วโลก ความท้าทายหลักของมนุษยชาติก็ชัดเจนนั่นคือ ระบบเศรษฐกิจของเราที่มีฐานอยู่บนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ผลักดันให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอยู่เหนือพื้นที่ปลอดภัยซึ่งคุกคามรากฐานต่างๆ ที่อารยธรรมมนุษย์ต้องพึ่งพา หากปราศจาก “การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว กว้างไกล และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในทุกด้านของสังคม” เราอยู่บนเส้นทางของการเผชิญกับความเสียหายที่ร้ายแรงและไม่สามารถย้อนกลับที่มีต่อสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศวิทยาของเราและจุดจบแห่งชีวิตที่เรารู้กัน การตระหนักถึงความเป็นจริงอันแจ่มแจ้งนี้ ในปี 2558 ผู้นำโลกได้ลงนามในความตกลงปารีสเพื่อมุ่งจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส […]

ร่างกฏหมายโลกร้อนจะเอื้อชนชั้นนำและเครือข่ายอุตสาหกรรมฟอสซิลมากขึ้น

🙀🙀🙀🙀กฏหมายโลกร้อนที่จะเอื้อประโยชน์ต่อ สผ. ในฐานะกลุ่มอีลิทด้านสิ่งแวดล้อมและเครือข่ายอุตสาหกรรมฟอสซิล🦖🦖🦖🦖 แนวคิดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาในการผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ พรบ.โลกร้อน โดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) กำลังเป็นจริงจากการให้สัมภาษณ์ของ รอง เลขา สผ. เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น นี่เท่ากับว่าแผนการปฏิรูปประเทศด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่กำหนดไว้ว่าภายในปี 2563 ประเทศไทยจะต้องมีร่างแรกของ พ.ร.บ.โลกร้อน รวมถึงการมีอนุบัญญัติต่างๆ กำลังเร่งความเร็วขึ้น ถามว่า พรบ.โลกร้อน จะเป็นประโยชน์กับประชาชนตาดำๆอย่างเราๆ ไหม คำตอบคือ “ยากมาก” คิดดูว่า สผ. ซึ่งเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันในการร่าง กม. เป็นหน่วยงานรัฐที่สร้างปัญหาให้กับประชาชนมากที่สุดเมื่อพูดถึงกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(และสุขภาพ)ของโครงการของรัฐและเอกชนต่างๆ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน โครงการเขื่อน โครงการสัมปทานปิโตรเลียม เป็นต้น การรับฟังความคิดเห็น กระบวนการของผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ในขณะที่ชุมชนท้องถิ่นที่ใช้ทรัพยากรจากป่า/ที่ดินต้องเผชิญกับ “คดีโลกร้อน” ที่ไม่เป็นธรรม การร่างและออกกฎหมายจากกลุ่มชนชั้นนำด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง สผ. ก็จะเป็นประโยชน์ต่อชนชั้น สผ. และเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่/อุตสาหกรรมฟอสซิลที่พวกเขามีสายสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด นี่คือข้อมูลประกอบการรับฟังความคิดเห็น กม โลกร้อนครับ […]