การบริโภคที่ล้นเกิน ความอ่อนน้อมถ่อมตน และการอยู่รอดบนโลกที่ทรัพยากรครอบครองโดยกลุ่มคน 1%
บทความนี้เรียบเรียงจากการบรรยายในการประชุมสัมนาเรื่องวิทยาศาสตร์นานาชาติและการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยคอร์แนลล์ เมื่อวันที่ 8 – 12 มิถุนายน 2539 โดย ดร. พอล คอนเนทท์ พอล คอนเนทท์ เป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเซนต์ลอเรนซ์ เมืองแคนตัน นิวยอร์คตั้งแต่ปี 2526 ได้รับปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และปริญญาเอกทางเคมีจากดาร์ทเมาท์คอลเลจ หลังจากปี 2528 เขาทุ่มเททำการวิจัยเรื่องการจัดการของเสียโดยเฉพาะประเด็นทางวิชาการที่เกี่ยวกับการปล่อยสารพิษไดออกซินจากโรงงานเผาขยะซึ่งมีผลต่อห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ ดร.พอล เข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติเรื่องไดออกซินหลายต่อหลายครั้ง และทำงานร่วมกับทอม เวบสเตอร์ เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด 6 ฉบับ ซึ่งต่อมาได้ตีพิมพ์ในวารสาร “Chemosphere” เขายังได้ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการกากของเสียในรูปแบบที่หลากหลายให้กับชุมชนต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้ไปแสดงปาฐกถาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้วกว่า 1500 ครั้งใน 48 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา และในประเทศอื่น ๆ อีก 40 ประเทศทั่วโลก และ ดร. พอล ทำงานกับเอลเลน ผู้เป็นภรรยา ออกจดหมายข่าวรายสัปดาห์ชื่อ Waste Not เป็นระยะเวลานานถึง […]
การเผาขยะติดเชื้อและของเสียทางการแพทย์ :ความไม่เข้ากันของปัญหาและทางออก
แปลเรียบเรียงจากบทความเรื่อง Medical Waste Incinerator : Mismatch Between Problem and Solution ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Work on Waste USA.inc., 82 Judson, Canton, New York เดือนตุลาคม ปี 2539 โดย ดร. พอล คอนเนทท์ พอล คอนเนทท์ เป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเซนต์ลอเรนซ์ เมืองแคนตัน นิวยอร์คตั้งแต่ปี 2526 ได้รับปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และปริญญาเอกทางเคมีจากดาร์ทเมาท์คอลเลจ หลังจากปี 2528 เขาทุ่มเททำการวิจัยเรื่องการจัดการของเสียโดยเฉพาะประเด็นทางวิชาการที่เกี่ยวกับการปล่อยสารพิษไดออกซินจากโรงงานเผาขยะซึ่งมีผลต่อห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ ดร.พอล เข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติเรื่องไดออกซินหลายต่อหลายครั้ง และทำงานร่วมกับทอม เวบสเตอร์ เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด 6 ฉบับ ซึ่งต่อมาได้ตีพิมพ์ในวารสาร “Chemosphere” เขายังได้ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการกากของเสียในรูปแบบที่หลากหลายให้กับชุมชนต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้ไปแสดงปาฐกถาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้วกว่า 1500 ครั้งใน 48 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา […]
บ่อฝ้าย ไดออกซิน และสงครามเวียดนาม
1 บางคนบอกว่า เอเจนต์ ออเรนจ์ ในสงครามเวียดนาม คือตำนานที่น่าละอายที่สุดของประวัติศาสตร์เกี่ยวกับไดออกซิน เลือดและน้ำนมแม่แห่งเวียดนามตอนใต้ยังคงเจือด้วยสารพิษ และความทุกข์ทรมานจากโรคภัยยังคงหลอกหลอนทหารอเมริกันผู้ผ่านศึก ผู้ซึ่งพ่นยาพิษที่ใช้กำจัดวัชพืชเกือบ 50 ล้านลิตร พ่นทำลายป่าไม้ ทรัพยากรชีวภาพและไร่นาลงสู่ที่ซึ่งแผ่นดินและสรวงสวรรค์มาบรรจบกัน มหาอำนาจอเมริกา ธนาคารโลก และบรรษัทผลิตเอเจนต์ ออเรนจ์ ผู้มืดบอด แม้พวกท่านปฏิเสธ กล่าวอ้างว่า “การใช้ยาพิษปราบวัชพืชช่วงสงคราม ไม่เกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนของไดออกซินในร่างกายคนเวียดนาม” แต่โลกไม่เคยละวางการเป็นประจักษ์พยานต่ออาชญกรรมต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษยธรรมครั้งนี้ 2. บางคนบอกว่า เรื่องทั้งหมดจบลงแล้ว อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ ผมคิดว่า เราเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก เราเพิ่งเริ่มต้นยอมรับว่า เรามีส่วนในอาชญากรรมครั้งนี้ ยอมรับถึงผลอันเป็นมรดกพิษจากสงคราม บ่อฝ้าย !!! เอเจนต์ ออเร้นจ์และไดออกซินยังอยู่ที่นั่น ใต้ผืนดินแห่งบ่อฝ้าย ที่เรียกว่า “หลุมฝังกลบที่ปลอดภัย ???” ที่เราฝังดินปนเปื้อนสารพิษไปพร้อม ๆ กับความกล้าหาญทางจริยธรรม พร้อม ๆ กับความยุติธรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อม ๆ กับความหวังที่เราพอจะมีต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจในทางเทคนิคและทางการเมือง พวกเขาทำให้เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาชญากรรมแห่งสงครามเวียดนาม ภูมิใจที่เห็นแผ่นดินของเราเป็นที่ฝังมรดกสารพิษแห่งอเมริกาและบรรษัทข้ามชาติ โอ้…บ่อฝ้าย !!! เอเจนต์ ออเรนจ์ […]
สมมูลความเป็นพิษ Toxic Equivalents ของไดออกซิน
แม้ว่าหลายคนจะเกลียดการเรียนวิชาเคมีชั้นมัธยมปลาย ลองอ่านบทความสั้นนี้ อาจพบว่ามีความคุ้นเคยมากขึ้นกับศัพท์เทคนิคที่ดูน่ากลัวอย่าง เช่น 2,3,7,8 – เตตราคลอโรไดเบนโซไดออกซิน (2,3,7,8 – tetrachlorodibenzodioxin) โมเลกุลพื้นฐานของสารเคมีที่มีลักษณะคล้ายไดออกซิน เรียกว่า เบนซีน (benzene) ซึ่งประกอบด้วยคาร์บอน 6 อะตอมและไฮโดรเจน 6 อะตอม เชื่อมกันเป็นวงดังแผนภาพที่ 1โดยทั่วไป คาร์บอนและไฮโดรเจนถูกละไว้ในฐานที่เข้าใจ ดังนั้น วงแหวนของเบนซีนจะเป็นดังแผนภาพที่ 2 ไดออกซินและสารเคมีที่คล้ายไดออกซินประกอบด้วยวงแหวนของเบนซีน2วงต่อเข้าด้วยกันในแบบใดแบบหนึ่งในจำนวน3แบบ ดังแผนภาพที่ 3 ถ้ามีการต่อเข้าด้วยกันด้วยวงแหวนที่ครบทั้งหกมุมและมีออกซิเจน2 อะตอม ก็จะเป็นสารเคมีในตระกูลไดเบนโซไดออกซิน (di benzo di oxins) ถ้ามีการต่อเข้าด้วยกันด้วยวงแหวนเบนซีนที่มี5 มุมและมีออกซิเจน1อะตอม จะเรียกว่า ฟิวแรนส์ (di benzo furan) แต่ถ้าต่อเข้าด้วยกันตรง ๆ จะเรียกว่า ไบฟีนิลส์ (bi phynyls) ซึ่งเป็นโมเลกุลพื้นฐานของโพลีคลอริเนเตดไบฟีนิลส์ (Polychlorinated Biphynyls)หรือ PCBs ไดออกซินและฟิวแรนจะมีวงแหวนเบนซีน 3 วง แต่ไบฟีนิลส์จะมีเพียง 2 วง ดังแผนภาพที่ 3 มาพูดถึงสารประกอบคลอรีน เราสามารถย้ายอะตอมของไฮโดรเจนแต่ละอะตอมในวงแหวนเบนซีนออกได้ และนำเอาอะตอมของคลอรีนไปแทนที่ เพื่อให้รู้ว่าอะตอมของคลอรีนไปอยู่ที่ไหน เราจะกำหนดหมายเลขให้กับแต่ละโมเลกุลดังแผนภาพ ชื่อของโมเลกุลจะบอกตำแหน่งของคลอรีน เป็นต้นว่า 2,3,7,8-เตตราคลอโรไดเบนโซไดออกซินมีคลอรีน 4 ตัวที่ตำแหน่ง 2, 3, 7 และ8 ดังแผนภาพที่ 4 จำนวนของคลอรีน หรือ คลอโร จะระบุโดยคำที่ใช้นำหน้าดังที่อยู่ในตาราง จากตารางแสดงให้เห็นจำนวนของโมเลกุลที่จะมีการเกาะตัวกัน […]