Taragraphies — Header Component

นายกไทยเยือนจีน ได้ MoU นิวเคลียร์กลับมา

นายกฯ แพทองธารกลับมาจากการเยือนจีนแปปเดียว ก็ได้ MOU ที่พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมเตรียมรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก(Small Modular Reactor) ติดมาด้วย https://www.prachachat.net/economy/news-1749984 ตามที่โฆษณาไว้ Small Modular Reactor(SMR) จะดี ปลอดภัย และราคาถูก แต่การวิเคราะห์ของสถาบันวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์พลังงานและการเงิน (Institute for Energy Economics and Financial Analysis – IEEFA) ชี้ให้เห็นข้อมูลในทางตรงกันข้าม โดยยกตัวอย่าง เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ของบริษัท NuScale ที่พัฒนามาตั้งแต่ต้นศตวรรษนี้ “ช้าเกินไป แพงเกินไป เสี่ยงเกินไป และไม่แน่นอนอย่างมาก” https://wp.me/p1cebt-2zF ก่อนหน้านี้ ทั้งผู้กำหนดนโยบายพลังงาน ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม สถาบันวิชาการ รวมถึงมหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจการเมืองของไทย(Thai Oligraches) ก็มองว่าอนาคตการผลิตไฟฟ้าของไทยควร go nuclear ได้แล้วเพราะถูก ปลอดภัย และลดโลกเดือด https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1164966 แนวโน้ม go nuclear ของไทยก็คือการพึ่งพาเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์จากจีน […]

คลื่นความร้อนในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดือนเมษายน 2566 มาจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและส่งผลกระทบต่อชุมชนที่เปราะบางและด้อยโอกาส

ในบังกลาเทศ กรุงธากาเผชิญกับอุณหภูมิสูงสุดสูงสุดในรอบทศวรรษที่ 40.6°C เมื่อวันที่ 15 เมษายน ในอินเดีย เมืองทางตอนเหนือและตะวันออกหลายแห่งบันทึกอุณหภูมิสูงสุดที่สูงกว่า 44°C ในวันที่ 18 เมษายน ประเทศไทยบันทึกอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 45.4°C เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่จังหวัดตาก จังหวัดไซยะบุลีใน สปป.ลาว รายงาน 42.9°C เมื่อวันที่ 19 เมษายน เป็นสถิติอุณหภูมิแห่งชาติตลอดกาล เวียงจันทน์ เมืองหลวงของ สปป.ลาว บันทึกอุณหภูมิได้ 41.4°C ในวันที่ 15 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ร้อนที่สุดสำหรับเมืองหลวง วันเดียวกัน หลวงพระบาง สปป.ลาว รายงาน 42.7°C อุณหภูมิที่ร้อนจัดเหล่านี้บวกกับความชื้นทำให้เกิดโรคลมแดดเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ถนนละลาย และความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในทั้ง 4 ประเทศ เมื่อวันที่ 16 เมษายน เฉพาะในเมืองนาวี มุมไบ รัฐมหาราษฏระมีรายงานผู้เสียชีวิต 13 รายและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประมาณ 50-60 รายเนื่องจากโรคลมแดด […]

ต้นทุนจริงของถ่านหิน : แม่เมาะ–ราคาของมลพิษที่ชุมชนต้องจ่าย

ลึกเข้าไปในหุบเขาทางตอนเหนือของประเทศไทย เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งนำเชื้อเพลิงจากเหมืองถ่านหินแบบเปิดขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ขณะนี้โรงไฟฟ้าลิกไนต์แม่เมาะมีโรงไฟฟ้าทั้งหมด 13 หน่วย มีกำลังการผลิตรวมกันได้ราว 2,625 เมกะวัตต์ และยังพบสถิติของการเกิดมลภาวะและความตายของผู้คนมานับตั้งแต่การเปิดทำการโรงไฟฟ้าเลยทีเดียว จุดเริ่มต้นของความเสียหายถึงชีวิต เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ปี 2535 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้เปิดเครื่องโรงไฟฟ้า 11 หน่วยแรก ขึ้นที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะโดยไม่มีอุปกรณ์ควบคุมสารซัลเฟอร์ไดอ็อกไซด์ และทันทีที่เริ่มดำเนินการ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ปล่อยออกสู่อากาศครอบคลุมแอ่งแม่เมาะ และผสมรวมเข้ากับอากาศและน้ำจนก่อให้เกิดฝนกรดที่มีพิษร้ายแรง น้ำฝนดังกล่าวมีส่วนประกอบของซัลเฟตสูงกว่าที่มาตรฐานสากลยอมรับถึงร้อยละ 50 เลยทีเดียว ภายในไม่กี่วัน ผู้คนมากกว่าพันคนจาก 40 หมู่บ้านในรัศมีเจ็ดกิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะก็เริ่มป่วยจากการสูดเอาก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เข้าไปซึ่งทำให้เกิดปัญหาทางเดินหายใจ คลื่นไส้ วิงเวียน และเกิดอาการตาและโพรงจมูกอักเสบ นอกจากนี้ภายในเวลาเพียงสองเดือน ไร่นาในละแวกใกล้เคียงโรงไฟฟ้าแม่เมาะมากกว่าร้อยละ 50 ก็ได้รับเสียหายจากฝนกรด สัตว์ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ก็เริ่มล้มตาย และยังพบว่ามีผู้ที่ต้องทุกข์ทรมานจากปัญหาทางเดินหายใจไม่น้อยกว่า 42,000 คน หลังจากเปิดตัวด้วยความหายนะแล้ว โรงไฟฟ้าลิกไนต์ที่แม่เมาะก็ได้ติดตั้งอุปกรณ์ลดกำมะถันในถ่านหิน(Desulphurisation Devices) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยยังคงดำเนินการโรงไฟฟ้าฯ อย่างต่อเนื่องทั้งที่อุปกรณ์บางตัวไม่ได้เปิดใช้หรือปิดเพื่อซ่อมบำรุง ผลลัพธ์ก็คือปัญหามลพิษกลับมาใหม่อีกครั้งในปี 2539 ส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตจากภาวะโลหิตเป็นพิษในแอ่งแม่เมาะถึงหกราย หายนะเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2541 เมื่อเกิดมลพิษร้ายแรงจากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ขึ้น มลพิษทำลายพืชผลเรือกสวนไร่นา เพียงชั่วข้ามคืนส่งผลให้ผู้คนเป็นร้อยล้มป่วยลง มีผู้ป่วยเข้าไปรับการตรวจรักษาที่คลินิกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมากกว่า […]

ต้นทุนจริงของถ่านหิน : ประสบการณ์ตรงจากทั่วโลก

เมื่อคำนวณต้นทุนจริงของถ่านหิน เราสามารถประเมินความเสียหายส่วนใหญ่ได้ เช่น ค่าใช้จ่ายของการรักษาทางการแพทย์ อันตรายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอุบัติเหตุในเหมืองถ่านหิน โดยประเมินออกมาเป็นความเสียหายทางการเงิน อย่างไรก็ตาม เป็นไปไม่ได้ที่จะคำนวณค่าใช้จ่ายของทุกอย่าง เป็นไปไม่ได้ที่จะคำนวณความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมทุกกรณี เป็นไปไม่ได้ที่จะคำนวณการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่คนงานเป็นผู้ทุกข์ทรมานในอุตสาหกรรมถ่านหินออกมาเป็นตัวเลข เป็นไปไม่ได้ที่จะตีค่าของชุมชนที่มองดูวัฒนธรรมของพวกเขาเสื่อมถอยลงออกมาเป็นราคา เรื่องราวของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากถ่านหินต่อไปนี้ไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขได้ พวกเขาทั้งหมดมาจากประเทศที่ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษจากถ่านหิน เรื่องราวทั้งหมดแสดงถึงผลกระทบในทุกขั้นตอนของถ่านหิน ตั้งแต่การทำเหมืองไปถึงการเผาไหม้ รวมถึงความสกปรกอันเป็นอมตะของถ่านหิน ในประเทศโคลัมเบีย ชุมชนชาวพื้นเมืองถูกคุกคามและถูกบังคับให้ออกจากที่ดินของตนเพื่อใช้สร้างเหมืองถ่านหิน หลายพันคนในฌาร์เรีย อินเดียทุกข์ทรมานจากสภาพความเป็นอยู่ที่น่าหวาดกลัว เพราะไฟถ่านหินจากการสันดาบที่เกิดขึ้นเองในเหมืองที่ไม่สามารถควบคุมได้ ในรัสเซีย สภาพความไม่ปลอดภัยของเหมืองทำให้คนงานจำนวนมากบาดเจ็บและเสียชีวิต ในประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย จีนและไทย มลพิษทางอากาศจากการเผาไหม้ถ่านหินกำลังทำลายชีวิตความเป็นอยู่ โบราณวัตถุเก่าแก่ ลดผลผลิตของพืชผลและคร่าชีวิตผู้คน ความเลวร้ายอันเป็นอมตะของเหมืองถ่านหินจะทำให้ผืนดินในแอฟริกาใต้ได้รับสารพิษจากการรั่วซึมของกรดในเหมืองหลังจากที่เหมืองถูกปิดไปนานแล้ว ในขณะที่ในภูมิภาคคูยาเวีย-โปเมอราเนียในโปแลนด์นั้น การทำเหมืองถ่านหินทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบออสโตรวสกี้ลดลงอย่างมาก ในสหรัฐอเมริกา การทำเหมืองถ่านหินหมายถึงการระเบิดภูเขา การฝังกลบลำธารและทำให้ชุมชนใกล้เคียงถูกปนเปื้อนด้วยสารพิษ ในเยอรมนี การปรับพื้นที่เพื่อทำเหมืองแบบเปิดหน้าดินทำให้ทะเลสาบหลายแห่งถูกทำลาย โดยน้ำกลายสภาพเป็นกรดไม่ต่างจากน้ำส้มสายชู อย่างไรก็ตาม เพื่อรับมือกับความเสียหายและอันตรายที่มีสาเหตุจากถ่านหินที่ยังไม่ได้รับการบรรเทา ชุมชนได้ลุกขึ้นสู้ ในออสเตรเลีย คนทำไวน์ ผู้ผสมพันธุ์ม้า คนท้องถิ่น และคนงานเหมืองได้ลุกขึ้นปฏิเสธการขยายตัวของเหมืองถ่านหิน และยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน ในฟิลิปปินส์ กลุ่มคนที่หลากหลายได้รวมตัวเป็นหนึ่งเพื่อคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ โดยเรียกร้องให้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและยั่งยืน เรื่องราวเช่นนี้เป็นแรงบันดาลใจ ให้ความหวัง และชี้นำทิศทางไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings