ทำแคมเปญอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ (2) : สิ่งที่นักรณรงค์จำเป็นต้องรู้
สิ่งที่การรณรงค์มอบให้คุณ ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง “การรณรงค์” (campaigning) กับ “การผลักดันเชิงนโยบาย” (advocacy) คือ การมีส่วนร่วมของสาธารณชน การรณรงค์ต้องอาศัยการสนับสนุนจากประชาชนจึงจะประสบความสำเร็จ — มันเป็นรูปแบบหนึ่งของการเมืองที่เป็นของประชาชน ผู้คนรณรงค์ด้วยเหตุผลมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับความพยายาม “แก้ไขความไม่เป็นธรรม” องค์กรต่าง ๆ เลือกใช้การรณรงค์เพราะมันได้ผล — มันสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เกินกว่ากรณีที่เป็นไปตามปกติ เป็นผลลัพธ์ของ “การจูงใจ” ที่ไม่อาจซื้อหาได้ด้วยเงิน หรืออธิบายได้ด้วยเหตุผลตามครรลอง หรือใช้การประท้วง หรือการวิพากษ์วิจารณ์ ต่อไปนี้คือเหตุผลบางประการว่าทำไมการรณรงค์จึงก่อเกิดผล รูปแบบและเทคนิคของการรณรงค์กำลังซึมเข้าสู่การเมืองและธุรกิจ แม้เป้าหมายจะต่างกัน เมื่อสังคมเคลื่อนจากยุคของการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ไปสู่การเติมเต็มศักยภาพของตนเองมากขึ้น เราก็จะพบว่าผู้คนต้องรับมือกับปัญหาที่ไม่มี “ราคาตลาด” รองรับ — และนั่นคือ “ดินแดน” ของงานรณรงค์ ในปี 2009 รายได้ของ “ภาคที่สาม” (third sector) ซึ่งหมายถึงกลุ่มองค์กรอาสาสมัครและชุมชนในสหราชอาณาจักรเพียงประเทศเดียวสูงถึง 100 พันล้านปอนด์ต่อปี มีสินทรัพย์รวมมากกว่าสองเท่าและมีจำนวนแรงงานมากกว่าภาคธนาคารและการเงินเสียอีก กลุ่มเหล่านี้ต้องพึ่งพาการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในการสร้างอิทธิพล ในโลกที่มี “การสนทนาแบบสาธารณะ” ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน การสื่อสารสาธารณะของงานรณรงค์จึงยิ่งมีความสำคัญดังที่ไซมอน […]
