Taragraphies — Header Component

ทำให้ประชาชนเข้าถึงแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ

วันที่ 9 มิถุนายน 2558 องค์การนาซาปล่อยข้อมูลเรื่องการเปลี่ยนแปลงแบบแผนอุณหภูมิและการตกของฝนทั่วโลกจนถึงปี พ.ศ.2643 อันเป็นผลจากความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศของโลกที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลขนาด 11 เทระไบต์ เปิดให้สาธารณะชนเข้าถึงอย่างเสรี และเป็นข้อมูลแสดงการคาดการณ์ที่สัมพันธ์ต่อความเป็นไปได้ในแต่ละกรณีเมื่อมีระดับความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น ข้อมูลที่มีความละเอียดสูงซึ่งสามารถเห็นพื้นที่ในระดับชุมชนและเมือง และขนาดเวลาสามารถแบ่งย่อยลงได้เป็นในแต่ละวัน จะช่วยทำให้นักวิทยาศาสตร์และนักวางแผนเมืองทำการประเมินความเสี่ยงทางสภาพภูมิอากาศเพื่อความเข้าใจที่เพิ่มมากขึ้นและผลกระทบระดับท้องถิ่นของการเปลี่ยนแปลงระดับโลก Ellen Stofan หัวหน้าทีมวิทยาศาสตร์ของนาซากล่าวว่า นาซากำลังทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้องการเรียนรู้เรื่องโลกของเราจากข้อมูลอวกาศและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นเพื่อช่วยปกป้องอนาคตของมนุษยชาติ ข้อมูลชุดนี้ คนทั่งโลกสามารถเข้าถึงและจะเป็นเครื่องมือใหม่ที่ใช้ในการวางแผนเพื่อรับมือกับโลกที่ร้อนขึ้น แผนที่ด้านบนแสดงแบบจำลองการคาดการณ์อุณหภูมิพื้นผิวแผ่นดินและมหาสมุทรที่สูงที่สุดในช่วงที่เวลากลางวันและกลางคืนเท่ากันของเดือนมิถุนายน(the June solstice) ในปี 2557 และ ปี 2642 แผนที่สร้างขึ้นจากชุดข้อมูลที่เรียกว่า NASA Earth Exchange Global Daily Downscaled Projections (NEX-GDDP) ซึ่งเป็นการรวมการวัดในอดีตที่ผ่านมาของข้อมูลแบบจำลอง general circulation model simulations 21 ชุด ในโครงการ Coupled Model Intercomparison Project Phase 5 ซึ่งพัฒนาเพื่อนำไปใช้ในรายงานการประเมินของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on […]

เราเลือกกำหนดอนาคตของโลกได้

  นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่เราสามารถคาดการณ์อนาคตได้อย่างเที่ยงตรง ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ได้สร้างแบบจำลองสภาพภูมิอากาศอันสลับซับซ้อนที่มีสมการคณิตศาสตร์นับร้อยซึ่งใช้เป็นตัวแทนของกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ที่เกิดขึ้นในโลกของความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการไหลเวียนของบรรยากาศ การระเหยของน้ำและการตกของฝนและหิมะ เป็นต้น เมื่อแบบจำลองเหล่านี้ทำงานอยู่บนซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ซึ่งมีขนาดเท่ากับสนามเทนนิสหลายสนามรวมกัน ก็ทำให้เราทราบถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นเมื่อปริมาณก๊าซเรือนกระจกสะสมในชั้นบรรยากาศมากขึ้น คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) นำเสนอผลลัพธ์จากแบบจำลองสภาพภูมิอากาศใว้ในบทสรุปสำหรับผู้กำหนดนโยบาย (Summary for the Policy Maker) ในรายงานการประเมินครั้งที่  4 (the Fourth Assessment Report 2007) โดยคาดการณ์ว่า ภายในสิ้นศตวรรษที่ 21 นี้ อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกจะเพิ่มขึ้น 1.1-6.4 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจก่อให้เกิดการพังทลายของระบบนิเวศและสังคมของมนุษย์ และระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้น 0.18-0.59 เมตร คนนับล้านบนหมู่เกาะ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำต้องไร้ที่อยู่อาศัย การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลดังกล่าวนั้นเป็นเพียงผลจากการขยายตัวของมหาสมุทรอันเนื่องมาจากความร้อน (thermal expansion)เป็นหลัก ยังไม่รวมถึงอิทธิพลที่มาจากการละลายของพืดน้ำแข็งกรีนแลนด์(Greenland Ice Sheet) และแอนตาร์กติกตะวันตก (Western Antractica Ice Sheet) การศึกษาหลายชิ้นเสนอว่า หากอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 องศาเซลเซียส การละลายของพืดน้ำแข็งที่กรีนแลนด์จะเกิดขึ้นอย่างไม่มีทางหวนกลับ ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นทั่วโลกถึง 7 […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings