Taragraphies — Header Component

Critical Minerals Trade Bloc

สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่กรุงวอชิงตันร่วมกับมากกว่า 50 ประเทศ รวมถึงไทย หลังรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ เสนอแนวคิด “กลุ่มการค้าแร่ธาตุสำคัญ” (critical minerals trade bloc) แบบใหม่ และการกำหนด “ราคาขั้นต่ำ” (minimum price floors) เพื่อมุ่งลดการพึ่งพาจีน สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เพื่อหารือการขยายการเข้าถึงแร่ธาตุสำคัญและการลดอิทธิพลของจีนต่อห่วงโซ่อุปทานโลก ตามรายงานข่าว สำนักงานผู้แทนจากมากกว่า 50 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงเกาหลีใต้ อินเดีย ไทย ญี่ปุ่น เยอรมนี ออสเตรเลีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก รองประธานาธิบดีสหรัฐ เจ.ดี. แวนซ์ เสนอให้จัดตั้ง “กลุ่มการค้าแร่ธาตุสำคัญ” ใหม่ระหว่างพันธมิตรและหุ้นส่วน ควบคู่กับการประสานงานกำหนด “ราคาขั้นต่ำ” ร่วมกัน ขณะที่วอชิงตันเพิ่มความพยายามในการคลายการครอบงำของจีนเหนือแร่หายากและวัสดุอื่น ๆ ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์อย่างสมาร์ตโฟน รถยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และระบบป้องกันประเทศ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เจ้าหน้าที่ในวอชิงตันให้เหตุผลว่า ข้อพิพาททางการค้าในช่วงปีที่ผ่านมาได้เผยให้เห็นว่า […]

เศรษฐกิจสีเขียวของไทย ใครเป็นคนต้องแบกภาระต้นทุนภายนอก?

การเลือกตั้งปี 2569 ไม่ควรดีเบตกันเพียงจะทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลง แจกเงินผ่านวิธีการและแรงจูงใจต่างๆ หรือผลักดันเมกะโปรเจกต์ แต่ต้องตอบคำถามใหม่ที่ใหญ่กว่านั้นคือเศรษฐกิจสีเขียวของไทย ใครเป็นคนต้องแบกภาระต้นทุนภายนอก? รถ EV แบตเตอรี่ โซลาร์ กังหันลมทั้งหมดต้องใช้แร่สำคัญ/แร่หายาก ขณะที่คลื่นการขยายเหมืองแร่สำคัญและแรร์เอิร์ธกระจายทั่วลุ่มน้ำโขง ในพื้นที่ต้นน้ำ แนวชายแดน ในรัฐที่อ่อนแอที่คนท้องถิ่นมักเจอเรื่องเดิมซ้ำ ๆ การแย่งยึดที่ดิน น้ำปนเปื้อน สารเคมี กากของเสีย ความรุนแรง และการปิดปากผู้เห็นต่าง หากการเมืองไทยทำเป็นไม่รู้ ไม่เห็น ไม่สนใจ มันก็จะเป็นเพียงการเมืองแบบหน้าไหว้หลังหลอก(hypocrite) และทำให้การเปลี่ยนผ่านพลังงาน(energy transition)ถูกขับเคลื่อนด้วยหายนะภัยทางนิเวศวิทยาและความทุกข์ของผู้คนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแถมยังเป็นความเสี่ยงเศรษฐกิจของไทยหากวันหนึ่งใดวันหนึ่ง ห่วงโซ่อุปทานของแร่สำคัญพังทะลาย หรือถูกตั้งกำแพงการค้า อุตสาหกรรมส่งออกไทยจะเจ็บก่อนใคร ข่าวดีคืออาเซียนเพิ่งรับรองปฏิญญาสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด ดีต่อสุขภาพ และยั่งยืน แปลว่าอย่างน้อยที่สุดประชาชนต้องมีสิทธิรู้ข้อมูล มีส่วนร่วมและเข้าถึงความยุติธรรม แต่ปฏิญญาจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเราทำให้มันบังคับใช้ได้จริงในยุคตื่นแร่สำคัญ(Critical Minerals Rush) นี่คือส่วนหนึ่งของคำถามต่อพรรคการเมืองทั้งหลายในเวทีดีเบตเลือกตั้งปี 2569

ภูมิรัฐศาสตร์ของแร่ที่มีความสำคัญมาก(Critical Minerals)ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นส่วนหนึ่งของ “การตื่นแร่ที่มีความสำคัญมาก(Critical Minerals Rush)” ภูมิภาคนี้มีทรัพยากรแร่ที่มีความสำคัญมากจำนวนมาก แม้ว่าการกระจายตัวของแร่เหล่านี้จะแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ: โคบอลต์ยังพบในฟิลิปปินส์และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินโดนีเซีย ซึ่งได้ก้าวจากการผลิตในระดับต่ำไปสู่การครองสัดส่วน 5% ของการผลิตทั่วโลกในปี 2023 การพัฒนานี้ทำให้อินโดนีเซียกลายเป็นผู้ผลิตโคบอลต์รายใหญ่เป็นอันดับสามของโลก แม้ว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด จะครองสัดส่วนสูงถึง 73% ของการผลิตทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงอย่างมากในภาคการผลิตโคบอลต์สะท้อนถึงความซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจและการผลิตแร่ที่มีความสำคัญมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคนี้ประสบกับการลดลงอย่างมากของการลงทุนในเหมืองแร่ ซึ่งในปี 2022 อยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของระดับในปี 2012 ส่งผลให้มีแนวโน้มว่าปริมาณสำรองที่แท้จริงยังถูกประเมินต่ำเกินไป และสถานการณ์ดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในอนาคต ตัวอย่างเช่น มีเพียงประมาณ 5% ของทรัพยากรแร่ของฟิลิปปินส์เท่านั้นที่ได้รับการสำรวจ ซึ่งการพัฒนาไม่เพียงพอนี้สะท้อนออกมาในระดับการผลิตซึ่งยังคงต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริงอย่างมาก ตัวอย่างเช่น แม้ว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะครอบครองปริมาณสำรองบอกไซต์ราว 22% ของโลก แต่กลับมีสัดส่วนการผลิตเพียง 6% ของการผลิตทั่วโลก เมียนมา มาเลเซีย และเวียดนามเป็นผู้ผลิตแมงกานีสที่สำคัญ โดยอยู่ในอันดับที่ 10, 12 และ 16 ของโลกตามลำดับ แม้ว่าประมาณการปริมาณสำรองจะยังไม่น่าเชื่อถือ การผลิตทองแดงมีความมั่นคงมากขึ้นเล็กน้อย โดยเมียนมา อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์มีส่วนร่วมราว 4% ของการผลิตทั่วโลก นอกจากนี้ […]

ห่วงโซ่อุปทานของแร่พลวง(Antimony) อาจเป็นหนึ่งในสมการทางอ้อมเพื่อแก้วิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง

พาดหัวข่าว “วิธีที่ผู้ซื้อแร่ที่มีความสำคัญมากในสหรัฐฯ หลบเลี่ยงการห้ามส่งออกของจีน” จากสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อเร็วๆ นี้ อาจมีนัยสำคัญบางประการในสมการของความพยายามแก้วิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง(กก/สาย/รวก/โขง) แร่ที่มีความสำคัญมากนี้คือ พลวง(Antimony, Sb) และนี่คือการวิเคราะห์แบบปะติดปะต่อของผม พลวง(Antimony, Sb)ในฐานะเป็นแร่ที่มีความสำคัญมาก(Critical Minerals) ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จัก “พลวง(Antimony, Sb)” ในฐานะเป็นแร่ที่มีความสำคัญมาก(Critical Minerals) นอกเหนือไปจากลิเทียม(Li) วาเนเดียม(V) แกลเลียม(Ga) โคบอลต์(Co) นิกเกิล(Ni) แพลทตินัม(Pt) และแร่ธาตุหายาก(Rare Earth Elements-REEs) กันก่อน แร่พลวง(Antimony, Sb)มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมหลายประเภท รวมถึงแบตเตอรี่ แผงโซลาร์ สารหน่วงไฟ และเครื่องกระสุน และอุตสาหกรรมตะกั่ว(Pb) รวมถึงเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการผลิตพลาสติก PET ความต้องการแร่พลวง(Antimony, Sb)เพิ่มสูงขึ้นจากการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัว โลหะสีขาวเงินชนิดนี้ยังมีความสำคัญต่อแผงโซลาร์โดยช่วยให้เซลล์แสงอาทิตย์แบบเพอรอฟสไกต์ทำงานได้ดีขึ้นด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับแสงและการแปลงพลังงาน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางความร้อนทำให้แผงโซลาร์ทนทานต่อสภาวะสุดขั้วได้ดียิ่งขึ้น ในด้านการกักเก็บพลังงาน แบตเตอรี่โลหะเหลวใช้แร่พลวง(Antimony, Sb)เพื่อกักเก็บและจ่ายพลังงานส่วนเกินจากระบบโซลาร์ เมื่อการติดตั้งระบบโซลาร์เติบโตขึ้น บทบาทของแร่พลวง(Antimony, Sb)ในกระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะขยายตัวตามไปด้วย กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DoD) ใช้แร่พลวง(Antimony, Sb)ในเครื่องกระสุนมากกว่า 200 ประเภทรวมถึงจานชนวนจุดระเบิด (percussion […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings