Taragraphies — Header Component

สิทธิในอากาศดี และระบบตรวจสอบย้อนกลับ คือหัวใจสำคัญเพื่อต่อกรวิกฤตฝุ่นพิษอาเซียนตอนบน

หลายปีก่อน ผมให้ความเห็นว่าคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เลวร้ายลงในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของปีนั้นส่วนหนึ่งได้รับผลมากบ้างน้อยบ้างจากแบบแผนการกระจายตัวของ haze pollution ที่มาจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ commodity-driven deforestation ในกัมพูชา หลังจากความเห็นดังกล่าวนี้เผยแพร่ผ่านสื่อ หน่วยงานรัฐหน่วยหนึ่งก็รันโมเดลเพื่อยืนยันว่า haze pollution จากกัมพูชายังไงก็มาไม่ถึงกรุงเทพฯ หรอก แต่หลักฐานเชิงประจักษ์แสดงให้เห็นแล้วว่า haze pollution knows no border ใน Editor Note นี้ ตั้งข้อสังเกตต่อกรณีที่นายกรัฐมนตรีแพทองธาร รวมถึงนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า ฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหาระดับนานาชาติต้องหารือร่วมกัน กำชับ กำลังพลยุทโธปกรณ์ช่วยแก้ไฟป่า และมาตรการต่างๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้ว่าเป็นแนวทางที่จะช่วยต่อกรกับวิฤตฝุ่นพิษข้ามแดนในเขตอาเซียนตอนบนหรือไม่อย่างไร โดยจะเน้นประเด็นวิกฤตมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดนจากกัมพูชา วิกฤตฝุ่นพิษข้ามแดนอาเซียนตอนบน อาเซียนตอนบนประกอบด้วย 5 ประเทศคือ ไทย กัมพูชา สปป.ลาว เวียดนามและเมียนมา ลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นคือการมีแม่น้ำโขง สายน้ำนานาชาติที่เชื่อมโยงทั้ง 5 ประเทศเข้าด้วยกัน คำว่า Greter Mekong […]

การแข่งขันเงินอุดหนุนเทคโนโลยีสีเขียวกลายเป็นสงครามการค้าโลก

เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศตะวันตกพยายามสร้างแรงจูงใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อธุรกิจในการลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดโดยการเพิ่มกําลังการผลิตอุตสาหกรรมในประเทศและมีความสามารถในการแข่งขันกับจีนซึ่งเป็นผู้นําในการผลิตเทคโนโลยีสีเขียวต่างๆ ได้มากขึ้น การริเริ่มเหล่านี้ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งให้ประเทศต่างๆ เปลี่ยนผ่านไปสู่การบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ แต่แรงจูงใจส่วนใหญ่รวมถึงข้อกําหนดการจัดหาที่เข้มงวดสําหรับชิ้นส่วนอุปกรณ์(โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา) ข้อกําหนดเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดความตึงเครียดระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา และอาจเพิ่มต้นทุนของปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีสีเขียวในเวลาต่อมา หากความสัมพันธ์กับจีนประสบกับภาวะตกต่ำอย่างรุนแรง (รวมถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างจีนกับรัสเซีย หรือความกังวลที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับนโยบายอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนโดยรัฐของจีน) เศรษฐกิจตะวันตกอาจเพิ่มภาษีที่มีอยู่สําหรับการนําเข้าสินค้าจากจีน หรือเร่งการตัดสินใจในการสอบสวนที่รอดําเนินการเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการต่อต้านการทุ่มตลาดและเงินอุดหนุนของรัฐ ซึ่งจะกระตุ้นการขยายตัวของราคา จีนจะตอบโต้ อาจโดยการปิดกั้นการส่งออกวัตถุดิบที่สําคัญต่อประเด็นการเปลี่ยนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น แร่หายาก ทําให้ความพยายามในการลดการปล่อยคาร์บอนมีราคาแพงมากกว่าในตลาดของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะบีบให้ระบบเศรษฐกิจกลับไปใช้เทคโนโลยีที่ใช้คาร์บอน จํากัดการสนับสนุนของกลุ่มประเทศตะวันตกในการสนับสนุนการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา และเหนี่ยวรั้งในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ที่มา: https://www.eiu.com/n/campaigns/oct-23-risk-outlook-2024/

มลพิษทางอากาศ วิกฤตสภาพภูมิอากาศและสุขภาพ

แปลเรียบเรียงจาก https://www.stateofglobalair.org/news-events/critical-moment-air-pollution-climate-and-health?fbclid=IwAR3fCvnWD8QXCuNEOVilwFWlVvq-uIjbMOLmz81n72fUn4OZ7yHzxBSZjq4 COP28 ที่ดูไบ จัดให้วันหนึ่งในช่วงสัปดาห์แรกเป็น “วันแห่งสุขภาพ(Day of Health)” แม้ว่าผลกระทบด้านสุขภาพของวิกฤตสภาพภูมิอากาศจะแตกต่างกันไป แต่ผลกระทบจากการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศก็เป็นที่รู้จักกันดี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไฟป่าครั้งใหญ่ คลื่นความร้อนที่รุนแรง และพายุฝุ่นที่เกิดถี่ขึ้นได้พิสูจน์แล้วว่าสร้างความเสียหายต่อคุณภาพอากาศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก เหตุการณ์ดังกล่าวได้เพิ่มการสัมผัสมลพิษทางอากาศให้กับผู้คนหลายล้านคน ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สําคัญต่อสาธารณะสุขและความเป็นอยู่ที่ดี เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วนี้ชี้ให้เห็นว่าคุณภาพอากาศ สภาพภูมิอากาศ และสุขภาพเชื่อมโยงกันมากน้อยเพียงใด แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศก็ยังเป็นแหล่งกำเนิดของก๊าซเรือนกระจกร่วม (รูปที่ 1) และมีหลักฐานเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าผลกระทบร่วมกันของความร้อนและคุณภาพอากาศที่ไม่ดีร่วมกันอาจเลวร้ายยิ่งกว่าผลกระทบจากเพียงแหล่งเดียว การสัมผัสกับมลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงสําคัญต่อสุขภาพของเด็กและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในผู้ใหญ่ เกือบ 80% ของภาระโรคมลพิษทางอากาศทั้งหมดเชื่อมโยงกับ NCDs เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคเบาหวาน การสัมผัสกับมลพิษทางอากาศไม่เพียงแต่ทําให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเท่านั้น แต่ยังสามารถนําไปสู่คุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ค่ารักษาพยาบาลที่สูง และการสูญเสียผลิตภาพ ขยายเป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม ไฟป่าและมลพิษทางอากาศ : ในปี 2566 ส่วนใหญ่ของแคนาดาและสหรัฐอเมริกาประสบกับคุณภาพอากาศที่แย่มาก ในบางกรณี เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ไฟป่าและการสัมผัสสารมลพิษที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝุ่นละอองจิ๋ว (PM2.5) มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทั้งความรุนแรงและความถี่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก สิ่งนี้มีความหมายที่สําคัญสําหรับทั้งการวางแผนการจัดการคุณภาพอากาศและสาธารณสุข ในสหรัฐอเมริกา การศึกษาหลายชิ้นรายงานว่าการเข้ารับการตรวจที่แผนกฉุกเฉินเพิ่มขึ้น […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings