Taragraphies — Header Component

ปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์

เรียบเรียงจาก https://earthobservatory.nasa.gov/images/153806/2024-was-the-warmest-year-on-record ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิพื้นผิวโลกในปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ ตามการวิเคราะห์ที่นำโดยนักวิทยาศาสตร์ของ NASA อุณหภูมิโลกในปี 2024 สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยในศตวรรษที่ 20 (ช่วงปี 1951–1980) ถึง 1.28 องศาเซลเซียส (2.30 องศาฟาเรนไฮต์) ซึ่งทำลายสถิติเดิมที่ตั้งไว้ในปี 2023 สถิติใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากการทำลายสถิติอุณหภูมิรายเดือนติดต่อกันถึง 15 เดือน (ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 ถึงสิงหาคม 2024) ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน “อีกครั้งที่สถิติอุณหภูมิถูกทำลาย—ปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้นการบันทึกในปี 1880” บิล เนลสัน ผู้บริหารของ NASA กล่าว “ระหว่างอุณหภูมิที่ทำลายสถิติและไฟป่าที่กำลังคุกคามศูนย์ปฏิบัติการและบุคลากรของเราในแคลิฟอร์เนีย ความจำเป็นในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่เคยมีความสำคัญมากเท่านี้มาก่อน” นักวิทยาศาสตร์ของ NASA ยังประเมินว่าโลกในปี 2024 มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 1850–1900 ประมาณ 1.47 องศาเซลเซียส (2.65 องศาฟาเรนไฮต์) นอกจากนี้ ในช่วงมากกว่าครึ่งปี 2024 อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยพื้นฐาน 1.5 […]

ปรากฎการณ์ทางแสงบนฟ้าปีใหม่ (The Glory of the New Year)

วันที่ 21 ธันวาคม 2556 เป็นทักษิณายัน(winter solstice) และครีษมายัน(summer solstice) ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ ณ ซีกโลกด้านใด เครื่องมือ MODIS (Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) บนดาวเทียม Terra ขององค์การนาซาได้จับภาพสีธรรมชาตินี้ไว้  เป็นภาพนอกชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของประเทศเปรูของปรากฎการณ์ทางแสงบนท้องฟ้าที่รู้เรียกกันว่า “กลอรี่ (Glory) ที่ส่องประกายท่ามกลางหมู่เมฆสีเทาซึ่งเป็นเมฆสตราโตรคิวมูลัสภาคพื้นทะเล กลอรีเป็นปรากฏการณ์ทางแสงที่เกิดจากการกระจายแสงย้อนกลับ (backscattering) ที่ประกอบด้วยการกระจาย การสะท้อนและการหักเหของแสงผ่านละอองน้ำขนาดใกล้เคียงกันกลับมาในทิศทางของแหล่งกำเนิดแสง กลอรีอาจประกอบด้วยวงแสงสีหลายวง เมื่อละอองน้ำมีความสม่ำเสมอของขนาด ในกรณีที่ละอองน้ำมีขนาดต่างกัน วงแสงสีที่เกิดขึ้นอาจไม่ชัดเจน เนื่องจากเรามักพบเห็นกลอรีจากเครื่องบิน ที่ถูกล้อมด้วยละอองน้ำ(เมฆ) จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Glory of the Pilot กลอรีอาจเกิดขึ้นพร้อมกับปรากฏการณ์อื่นได้ เช่น Brocken spectre และรุ้งหมอก(fog bow) ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูสวยงามแปลกตาขึ้นมาก ปรากฎการณ์ที่คล้ายคลึงกันนี้ยังสามารถเห็นได้จากอวกาศ ถึงแม้ว่าภาพที่ถ่ายได้จะไม่จำเป็นต้องมีลักษณะวงกลมเสมอไป อ้างอิง 1) Atmospheric Optics About Glories. Accessed December 31, 2013 2) Comstock, K.K., […]

ราคาแผงเซลล์สุริยะถูกลงมากทำให้การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แข่งขันได้

ปี 2556 เราได้เห็นราคาของแผงเซลสุริยะหรือโซลาร์เซลล์ลดลงอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาซึ่งมีราคาอยู่ที่ 0.74 เหรียญต่อวัตต์ หรือลดลงถึงร้อยละ 99 ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา  ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์สุริยะสามารถแข่งขันได้กับแหล่งพลังงานดั้งเดิมเพื่อป้อนไฟฟ้าเข้าสู่สายส่ง ต้นทุนที่ลดลงของการผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์สุริยะนี้มาจากการสนับสนุนด้านนโยบายของรัฐ ทั้งในรูปของการวิจัยและพัฒนา การรับซื้อไฟฟ้า การออกกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน และการสนับสนุนด้านเงินทุน ประเทศไทยมีความเข้มแสงในการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในระดับต้นๆ รัฐบาลเห็นว่าต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ปรับตัวลงต่ำมากจึงได้มีโครงการสนับสนุนภาคเอกชนและประชาชนโดยจัดให้มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน บริษัท ห้างร้าน โรงงาน และให้การสนับสนุนในการขายไฟคืนให้การไฟฟ้าในอัตรามากสุด 6.96 บาท/หน่วย เป็นเวลา 25 ปี จุดคุ้มทุนขึ้นกับชนิดอุปกรณ์ที่ติดตั้งเช่นแผงโซล่าเซลล์ ชนิดอินเวอเตอร์  เป็นต้น เพราะทั้งสองสิ่งคือ ต้นทุนหลักในการติดตั้ง  ซึ่งจากประสบการณ์การวิจัยและการทดลองพบว่าสามารถคืนทุนได้เร็วที่สุด 6 ปี (Solar farm คืนทุน 7 ปี)  และสามารถทำกำไรในการขายไฟคืนให้การไฟฟ้าอีก 19 ปี ที่มา :  http://thinkprogress.org/climate/2013/12/20/3078461/9-climate-charts-2013/ http://renewableenergythai.com)

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings