Taragraphies — Header Component

Aranyaprathet’s Peace Symbol

From the ground, Aranyaprathet looks like many border towns, roads that carry goods, families, workers, and stories, markets that depend on movement, neighborhoods shaped by layers of migration, including communities with Vietnamese roots who have long helped build local life. But from above, the town offers a surprising message. At the municipal park near Mit […]

When Speaking Truth to Power Triggers a Green Backlash

The SLAPP lawsuit against Witoon Lianchamroon, director of the BioThai Foundation, by a powerful agro-food corporation over the spread of invasive blackchin tilapia across multiple Thai provinces is more than a legal case. It is a textbook example of how speaking truth to power can rattle corporate giants that not only dominate food systems but […]

ท้องฟ้าหม่นในเมืองที่กําลังเติบโต

เชียงใหม่ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของประเทศไทย มีชื่อเสียงในด้านการมีวัดพุทธหลายร้อยแห่ง ซึ่งบางแห่งมีอายุตั้งแต่การก่อตั้งเมืองในศตวรรษที่ 13 ประวัติศาสตร์อันยาวนานนี้—และง่ายต่อการเข้าถึงการเดินป่า น้ําตก และน้ําพุร้อนในพื้นที่สูงโดยรอบ ตลอดจนเป็นฉากของภาพยนตร์ยอดนิยมในปี 2555—ได้เปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนมากถึง 10 ล้านคนต่อปี ประชากรของเชียงใหม่เพิ่มขึ้นจาก 191,000 คนในปี 2532 เป็น 1.3 ล้านคนในปี 2567 ตามข้อมูลประชากรของสหประชาชาติ ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจของเชียงใหม่เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตอย่างรวดเร็ว ภาพถ่ายดาวเทียมคู่ที่แสดงด้านบน ซึ่งได้มาห่างกัน 35 ปี เน้นถึงรอยเท้าทางกายภาพที่เพิ่มขึ้นของเมือง แผนที่มาจาก Thematic Mapper บนดาวเทียม Landsat 4 (ซ้าย) และ Operational Land Imager-2 (OLI-2) บนดาวเทียม Landsat 9 (ขวา) ภาพด้านซ้ายแสดงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2532 เมื่อพื้นที่เพาะปลูก (สีเขียวและสีน้ําตาล) ล้อมรอบเมือง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 พื้นที่โล่งส่วนใหญ่ถูกแทนที่ด้วยการพัฒนา รวมถึงระบบถนนวงแหวนรอบเมืองและรีสอร์ท โรงแรม และเกสต์เฮาส์ใหม่ๆ มากมายที่รองรับนักท่องเที่ยว […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings