ไฟไหม้หลุมฝังกลบขยะ ด้านมืดของสังคมบริโภคยุคใหม่

ในแวดวงเรื่องสารพิษ โดยเฉพาะสารพิษอุตสาหกรรม มีคำว่า “ignorance is toxic” กล่าวคือสังคมบริโภคสมัยใหม่ประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการปกป้องผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยสารพิษทั้งในทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าเราจะมีโครงสร้าง องค์กรและข้อกำหนดกฏเกณฑ์ที่นำมาใช้มากมายเพียงใด   Thick smoke engulfs a landfill site in Samut Prakan’s tambon Phraeksa. The fire started about noon on Sunday and was still smouldering yesterday. The photo was taken from a remote-controlled helicopter-mounted camera. SITHIKORN WONGWUDTHIANUN ขอบคุณภาพจาก Bangkokpost   เหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะเนื้อที่ 150 ไร่ ในซอยแพรกษา 8 อำเภอเมือง  จังหวัดสมุทรปราการที่เกิดขึ้นในวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา […]

การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมDesign for the Environment(DfE)

เป็นความพยายามขององค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐซึ่งเริ่มในปี พ.ศ.2535 ที่จะเผยแพร่แนวคิดเรื่องการป้องกันมลพิษ การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมคือการประยุกต์ใช้หลักเกณฑ์ทางสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบในการออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต การออกแบบสิ่งแวดล้อมต้องการป้องกันไม่ให้เกิดของเสีย การปล่อยสารพิษ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ จุดมุ่งหมายคือช่วยให้ธุรกิจต่างๆ คำนึงถึงปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมในการออกแบบผลิตภัณฑ์ในกระบวนการผลิต และจัดการให้การใช้เทคโนโลยีและการบริหารจัดการของตนก่อให้เกิดผลดีต่อสิ่งแวดล้อม  ปัจจุบันนี้งานส่วนใหญ่ภายใต้แนวคิดนี้มุ่งไปที่การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เช่น ออกแบบจอคอมพิวเตอร์แบบประหยัดพลังงาน ขณะเดียวกันองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐก็เริ่มโครงการ “เคมีสีเขียว” เพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมพัฒนาสารเคมีและโพลีเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและทำจากพืชเป็นหลัก

การป้องกันมลพิษของ USEPA

องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐ ให้คำจำกัดความของคำว่า การป้องกันมลพิษ (รัฐบัญญัติป้องกันมลพิษ พ.ศ.2533 (1990 Pollution Prevention Act)) ว่า คือวิธีการที่ลดหรือขจัดปริมาณ และ/หรือ ความเป็นพิษของมลสารโดยการลดที่ต้นตอ (source reduction) การลดที่ต้นตอถูกนิยามว่าคือ การกระทำใดๆ ก็ตามที่ลดปริมาณสารอันตราย มลสารหรือสารปนเปื้อน ที่ระบายสู่ของเสียหรือสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะรีไซเคิล บำบัดหรือกำจัด  และลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการปลดปล่อยวัตถุอันตราย มลสารหรือสิ่งปนเปื้อนนั้น นักวิจารณ์ชี้ว่าองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐมุ่งความสนใจไปที่ปัญหาของเสียและสารพิษเท่านั้น ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในช่วง 20 ปีที่แล้ว ไม่มีการกล่าวถึงตัวผลิตภัณฑ์และวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการผลิตที่ไม่ยั่งยืน

แซนด์วิชทูน่าคู่หนึ่ง มีสารปรอทปนเปื้อนเท่าไร ?

สารเคมีทั้งหลายที่เราได้รับเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านมาทางอากาศ น้ำและอาหารนั้น องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ(USEPA) รวมถึงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้กำหนดปริมาณ “ที่ปลอดภัย” ให้ประชาชนทั่วไปเอาไว้ใช้เป็นแนวทาง กระนั้นก็ยังเป็นการยากที่จะแปลงหน่วยไมโครกรัมและจำนวนส่วนในล้านส่วน ให้เข้าใจง่ายและใช้การได้ในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น จะตัดสินใจได้อย่างไรว่า แต่ละครั้งที่เรากินแซนด์วิชปลาทูน่า จะได้รับสารปรอทเข้าสู่ร่างกายมากเพียงไร มีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับค่าเทียบเท่ากับข้อเท็จจริงในรูปย่นย่ออยู่บ้าง ที่ช่วยในการคำนวณ เพื่อจะได้ระบุบอกได้ว่า ร่างกายของเรารับสารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่งเข้าไปมากเพียงไร ขั้นตอนแรกในการระบุปริมาณ คือการเปลี่ยนหน่วยต่างๆ ให้อยู่ในหน่วยเดียวกัน ตัวเลขที่ใช้กันในสหรัฐอเมริกานั้น มักจะบอกน้ำหนักตัวคนในหน่วยปอนด์ และปริมาณอาหารที่กินในหน่วยออนซ์ ทว่าความเข้มข้นของสารเคมีต่าง ๆ ในสิ่งแวดล้อม และปริมาณสารเคมี ที่รับเข้าสู่ร่างกายนั้น ปกติแล้ว จะคำนวณโดยใช้หน่วยเมตริก (กรัม, กิโลกรัม)     ขอให้สังเกตค่าเปรียบเทียบดังต่อไปนี้ 1 กิโลกรัม (ใช้ตัวย่อว่า “กก.”)  = 2.2 ปอนด์ 1 ปอนด์      = 16 ออนซ์ = 454 กรัม 1 ออนซ์ = 28 กรัม (ใช้ตัวย่อว่า “ก.”) เนื่องจากเรามักกังวลกับการได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่น้อยมาก […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings