Taragraphies — Header Component
ธารา บัวคำศรี เรียบเรียงจาก Seeing Forests for the Trees and the Carbon: Mapping the World’s Forests in Three Dimensions (By Michael Carlowicz, Design by Robert Simmon -January 9, 2012)
ลิดาร์(Lidar) เรดาร์(radar) ภาพถ่ายที่ตามองเห็น(visible-light imagery) การสำรวจภาคพื้นดิน(ground surveys) และแบบจำลองคอมพิวเตอร์ (computer models) ต่างเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่คำตอบที่แตกต่างกันเล็กน้อยต่อโจทย์คำถามเดียวกัน  ทีมงานสามทีมผลิตแผนที่ป่าไม้และคาร์บอนที่แตกต่างกันออกมาสามแบบในช่วงเวลา 15 เดือน ทีมงานที่ Stanford ทีมงานจาก the European Space Agency ทีมงานจาก Brazil ทีมงานจาก the U.S. Forest Service และสถาบันวิจัยนับสิบแห่งนั้นที่โจทย์ที่เหมือนกัน บางครั้งพวกเขาเป็นคู่แข่ง และบางครั้งก็ร่วมมือกัน

บางครั้งงานวิจัยก็ออกมาไม่แน่นอนได้ แต่วิธีการที่ดำเนินคู่ขนานกันไปและแข่งขันกันนั้นนำไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ และความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

David Harding (คนซ้าย) Charles Gatebe (คนขวา) และ Rafael Rincon (คนหลัง) เป็นนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำสามคนที่ทำงานในการประชันกันภาคสนามด้าน Eco 3D แต่ละคนรับผิดชอบเครื่องมือที่แตกต่างกัน ความเข้าใจเรื่องป่าไม้ของโลกได้รับการยกระดับขึ้นจากกลุ่มนักวิจัยต่าง ๆ ที่มองปัญหาจากมุมมองที่หลากหลาย(NASA photograph courtesy Jon Ranson, GSFC.)

Jon Ranson บอกว่า คลัายกับการวิจัยด้านมะเร็ง คุณมีห้องปฏิบัติการของคุณเองและแต่ละประเทศก็มองในถึงปัญหาเดียวกัน แต่ละคนมีมุมมองและวิธีการที่แตกต่างกันออกไป กลุ่มต่างๆ จะร่วมมือกันเท่าที่พวกเขาสามารถจะทำได้ และใช้ข้อมูลที่มีอยู่และทำมันออกมาให้ดีที่สุด ท้ายที่สุด มันก็เกื้อหนุนซึ่งกันและกันและปรับปรุงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในภาพรวม

รางวัลสูงสุดคือแผนที่ความสูงป่าไม้และปริมาณคาร์บอนในทุกภาคพื้นที่ทวีปของโลกที่เป็นมาตราฐานและหนึ่งเดียว แผนที่ดังกล่าวจะมีการปรับปรุงและทบทวนไปตามกิจกรรมของมนุษย์ที่มีต่อโลก

Steve Running คณะกรรมการระหว่างรัฐบาล่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กล่าวว่า เรามีเครื่องมือที่ดีในการจัดการป่าไม้ทั่วโลก แต่ไม่ใช่เลยเมื่อพูดถึงป่าไม้ในเชิงโครงสร้างหรือการเปลี่ยนแปลง เราต้องการเครื่องมือวัดปริมาณคาร์บอนของป่าไม้ในระดับโลกรายปี เราต้องรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละปี ไม่ว่าจะจากไฟป่า การปลูกป่าใหม่ การกลายเป็นทะเลทรายและการทำลายป่า

Running เพิ่มเติมว่า “เราจะทำให้ครอบคลุมทั้งโลกได้อย่างไร? และทำให้เกิดขึ้นในทุก ๆ 2-3 ปี มันเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ต้องการหรือไม่?

ทางเลือกในการทำแผนที่ภาคอวกาศ(space-based mapping) มีน้อยลง  ดาวเทียม ICESat เลิกภารกิจในปี 2009 ดาวเทียม ICESat II จะเริ่มดำเนินการก็ในปี 2016 แต่ก็ไม่จำเป็นต้องศึกษาป่าไม้เช่นเดียวกับที่เคยทำมา เครื่องมือที่เรียกว่า synthetic aperture radar ที่ใช้ในภารกิจ Shuttle Radar Topography ทำให้เราได้ภาพโครงสร้างภูมิประเทศของโลกในต้นปี 2000 แต่กระสวยอวกาศก็เลิกใช้งานในเดือนกรกฎาคม ปี 2011 เทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันก็สามารถช่วยเราศึกษาโครงสร้างและเนื้อที่ของป่าไม้ในระดับโลกแต่ละปีหากมีการใช้งานบนสถานีอวกาศหรือดาวเทียมอื่น ๆ

นักวิจัยป่าไม้และนักนิเวศวิทยาหลายคนต่างรอภารกิจของดาวเทียมที่เรียกว่า “DESDynl” (the Deformation, Ecosystem, Structure, and Dynamics of Ice satellite) ที่มีการเสนอเข้าไปและเสนอแนะให้กับ สภาวิจัยแห่งชาติในปี 2007 ซึ่งจะรวมเทคโนโลยีเรดาร์(radar) และลิดาร์ (lidar) ที่จะให้ภาพสามมิติของป่าไม้และปริมาณคาร์บอน แต่ภารกิจดังกล่าวถูกแขวนไว้ไม่มีกำหนดในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 2011 เนื่องจากการตัดงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ ถึงตอนนี้ นักวิจัยมองหาวิธีการอื่น ๆ ในการนำเครื่องมืือวัดขึ้นสู่อวกาศ

นักวิจัยของนาซาใช้เครื่องบินอย่างเช่นในภาพคือ P3 Orion เพื่อมาทดแทนช่องว่างของข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม (NASA photograph courtesy Jon Ranson, GSFC.)

Ranson และ เพื่อร่วมงานของเขาคือ Doug Morton, Bruce Cook, Ross Nelson ที่ประจำอยู่ NASA Goddard มองหาแทนวทางในการทำงานต่อไป จนถึงเดือนสิงหาคมปี 2011 พวกเขานำเครื่องมือวัดขึ้นเครื่องบินวิจัยของนาซา บินข้ามภาคตะวันออกของสหรัฐฯ และเก็บข้อมูลทุกๆ อย่างตั้งแต่พื้นที่ชุ่มน้ำกึ่งเขตร้อนไปจนถึงป่าบอเรียล พวกเขายังบนสำรวจแปลงป่าไม้ในรัฐ Maine, New Hampshire, Pennsylvania, Maryland, Virginia, North Carolina และ Florida ตามรอยเดิมของดาวเทียม ICESat

ในฤดูร้อนปี 2011 Ranson นำปฏิบัติการ Eco-3D mission เพื่อวัดป่าในภาคตะวันออกของสหรัฐฯ และแคนาดาด้วยอุปกรณ์หลักสามชนิดคือ radar, lidar, และ radiometer อุกกรณ์ที่เรียกว่า Digital Beam forming Synthetic Aperture Radar (DBSAR) ให้ภาพป่าไม้แนวขวางและครอบคลุม แยกแยะพื้นที่ป่าจากพื้นที่อื่นๆ และให้ข้อมูลเรื่องความหนาแน่นของชีวมวลป่าไม้ เครื่องมือที่เรียกว่า Slope Imaging Multi-polarization Photon-counting Lidar (SIMPL) ว่าเรือนยอดและโครงสร้างของป่าไม้และให้ความเชื่องโยงเกี่ยวกับชนิดของต้นไม้้ที่มีการสำรวจ  เครื่องมือที่เรียกว่า Cloud Aerosol Radiometer (CAR) วัดแสงที่สะท้อนคุณสมบัติของใบไม้และภูมิประเทศ และบอกให้นักวิจัยทราบถึงองค์ประกอบและความอุดมสมบูรณ์ของป่า

ลิดาร์ (Lidar instruments) วัดความสูงของต้นไม้โดยสะท้อนแสงเลเซอร์จากเรือนยอดของป่าไม้  (NASA image by Robert Simmon.)

นอกเหนือไปจากภารกิจ Eco-3D ทีมจาก Goddard ยังได้ทำงานกับทีมนักวิจัยในแคนาดาและบราซิลเพื่อปรับปรุงการทำแผนที่ป่าไม้ทางอากาศซึ่งอาจเป็นวิธีการที่ดีที่สุดของโลกในขณะนี้ จนกว่าจะมีเครื่องมือวัดลิดาร์และเรดาร์ภาคอวกาศ (space-based lidar and radar) มาแทน

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading