Taragraphies — Header Component

แปลเรียบเรียงจาก  12 January 2015 ใน http://reneweconomy.com.au/2015/solar-grid-parity-world-2017

ธนาคาร Deutsche Bank ทำนายว่าไฟฟ้าจากเซลแสงอาทิตย์จะไปถึงจุดที่ต้นทุนเท่ากับหรือน้อยกว่าไฟฟ้าจากฟอสซิล คิดเป็นร้อยละ 80 ของตลาดพลังงานโลกในอีก 2 ปีข้างหน้า และระบุว่าการลดลงของราคาน้ำมันมีผลน้อยมากในการชะลอการขยายตัวอย่างมหาศาลของพลังงานจากเซลแสงอาทิตย์

Vishal Shah นักวิเคราะห์ชั้นนำกล่าวว่า ในปี 2558 นี้ ไฟฟ้าจากแสงแดดจะไปถึงจุดที่ต้นทุนเท่ากับหรือน้อยกว่าไฟฟ้าจากฟอสซิลในหลายส่วนของโลกภายในปี 2560 นั่นเป็นเพราะว่าราคาไฟฟ้าในระบบสายส่งเพิ่มขึ้นทั่วโลกและต้นทุนของเซลแสงอาทิตย์นั้นลดลงเรื่อยๆ Shah ทำนายว่า ต้นทุนระบบเซลแสงอาทิตย์จะลดลงไปอีกร้อยละ 40 ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า

ถึงแม้ว่าราคาพลังงานจะมีความคงตัว สองในสามส่วนของโลกได้พบว่าเซลแสงอาทิตย์นั้นมีราคาถูกกว่าแหล่งพลังงานแบบดั้งเดิม หากราคาไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ต่อปี การฉายภาพอนาคตอันสดใสของธนาคาร Deutsche Bank ก็คือ ราวร้อยละ 80 ของประเทศทั่วโลก จะมีไฟฟ้าจากแสงแดดที่มีต้นทุนเท่ากับหรือน้อยกว่าไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานดั้งเดิม

solar grid parity

ธนาคาร Deutsche Bank ระบุว่า ในปัจจุบัน ต้นทุนไฟฟ้าจากระบบเซลแสงอาทิตย์บนหลังคาในที่ใดๆ ก็ตามจะอยู่ระหว่าง 0.13 และ 0.23 เหรียญสหรัฐ/หน่วย(kWh) ซึ่งมีราคาต่ำกว่าราคาไฟฟ้าขายปลีกในตลาดพลังงานทั่วโลก เศรษฐกิจของพลังงานแสงอาทิตย์ยกระดับขึ้นจากต้นทุนของแผงเซลแสงอาทิตย์ ต้นทุนทางการเงินและความสมดุลของต้นทุนระบบ ต้นทุนจะลดลงในอีกมากขึ้นเกิดจากการปรับปรุงประสิทธิภาพของแผงเซล และการลดลงของสมดุลของต้นทุนระบบจากขนาดและการแข่งขัน

ต้นทุนทางการเงินก็ลดลง ส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาแบบจำลองธุรกิจใหม่ และส่วนหนึ่งมาจากการที่มีการใช้มากขึ้นและการพัฒนาใช้แหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้า Shah ระบุว่า มีความชัดเจนว่าพลังงานแสงแดดจะกลายเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญของตลาดพลังงานโลก กราฟด้านล่างแสดงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการผลิตติดตั้งใหม่ของพลังงานแสงแดด

DB-solar-important

ในขณะที่มีความไม่แน่นอนในทางนโยบาย โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร ซึ่งทำให้เกิดความผกผันในการนำเอาระบบไฟฟ้าจากแสงแดดมาใช้ในปี 2557 แต่ธนาคาร Deutsche Bank ระบุว่า ความต้องการของระบบการผลิตไฟฟ้าจากเซลแสงอาทิตย์ในประเทศทั้งสองที่มีเศรษฐกิจใหญ่ระดับโลกนั้นกำลังทะยานขึ้น ในสหรัฐอเมริกา ความต้องการของระบบการผลิตไฟฟ้าจากเซลแสงอาทิตย์ขยายเพิ่มขึ้นเป็นห้าเท่า โดยจะมีกำลังผลิตติดตั้งเพิ่มห้าเท่าเป็น16,000MW ในปี 2559 ทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดแซงหน้าจีน  (ซึ่งคาดว่าจะมีการติดตั้งอยู่ที่ 13,000 MW)

การขยายตัวของตลาดไฟฟ้าจากเซลแสงอาทิตย์เกิดจากการเพิ่มขึ้นของระบบเซลแสงอาทิตย์บนหลังคา การขยายตลาดการเช่าซื้อ และแหล่งเงินทุนใหม่

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading