Taragraphies — Header Component

ธารา บัวคำศรี จากการนำเสนอในการเสวนาเรื่อง “องค์กรประชาชนกับการมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมลำน้ำพอง” ณ โรงเรียนกัลยาณวัตร จังหวัดขอนแก่น วันที่ 4 ตุลาคม 2546

my3rdbook

กราบคารวะดวงวิญญาณของคุณสำเนา ศรีสงคราม ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลำน้ำพอง สวัสดี ผู้เข้าร่วมเสวนาทุกท่าน และขอขอบคุณผู้จัดงานสำหรับการแลกเปลี่ยนที่มีความหมายยิ่งต่อการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมของภาคประชาชนในวันนี้

เวลาได้ยินคำว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการสิ่งแวดล้อม แรกๆ เราจะรู้สึกดี มีความหวัง เหมือนกับคำว่า “ประชาธิปไตย” แต่หลายครั้งหลายครา คำนี้ถูกนำมาเป็นข้ออ้างในการสร้างความชอบธรรมเชิงสถาบันและสถานะที่ดำรงอยู่ของโครงสร้างอำนาจ เราคิดกันแค่ว่า ประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งแล้วก็จบ ดูตัวอย่างจากคนกรุงเทพเลือกผู้ว่าฯ ปรากฏว่าไปๆ มาๆ ผู้ว่าคนนี้ไม่ค่อยได้ทำอะไรสักเท่าไร วันๆ ก็ “ชิมไปบ่นไป” วันดีคืนดีก็พาเทศกิจ พาตำรวจมาช่วยคนของรัฐบาลทักษิณรื้อเต็นท์สมัชชาคนจนหน้าทำเนียบ เร็วๆ นี้ก็บอกว่าจะเก็บสนามหลวงไว้รับการประชุมเอเปค ไม่ใช่พื้นที่เพื่อรำลึกเหตุการณ์สำคัญในทางการเมืองภาคประชาชน

ความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชนถูกช่วงชิง อาจจะตั้งแต่เราแปลมาจากคำว่า People Participation แล้วก็ได้…แต่สุดท้ายกลับหัวเป็นหาง ดังจะเห็นว่า การปกป้องระบบนิเวศลำน้ำพองของชุมชนต้องจบลงด้วยความตายของคุณสำเนาทั้งในฐานะผู้นำชุมชนและหัวหน้าครอบครัว

การมีส่วนร่วมของประชาชนขณะนี้เหลืออยู่มิติเดียว คือการเป็นตราประทับให้กับคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นเต็มไปหมดโดยหน่วยงานของรัฐ การทำประชาพิจารณ์ก็เป็นกระบวนการที่มีแต่บทเรียนแห่งความเจ็บปวดอย่างที่เราทราบกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณสำเนาและผู้นำชุมชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในบ้านเรา คือปรากฏการณ์สากล เกิดขึ้นทั่วโลก

การสังหารคุณสำเนา ศรีสงคราม คือปฏิกิริยาโต้กลับเพื่อที่จะสลาย/ทำลายหรือทำให้ขบวนการเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมและตัวนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมเองอ่อนกำลังลง ไม่ว่าจะเป็นในอเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์-แปซิฟิค คล้ายกันหมด ไม่ว่าจะเป็นชนเผ่าโอโกนีในลุ่มน้ำไนเจอร์ ประเทศไนจีเรียที่โดนรัฐบาลเผด็จการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ถูกจับไปทรมาน และผู้นำกลุ่มคนสำคัญถูกจับไปแขวนคอประจานโทษฐานที่ไปต่อต้านบริษัทน้ำมันข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงที่กระทำต่อชนเผ่าในบราซิลที่พยายามปกป้องระบบนิเวศของผืนป่าอะเมซอน เป็นต้น การเคลื่อนไหวเรียกร้องความยุติธรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมคือการต่อสู้จนถึงชีวิต

มีผู้ศึกษาแบบแผนของการโต้กลับที่มีต่อขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมและสิ่งแวดล้อมทั่วโลกอยู่เหมือนกัน โดยวิเคราะห์เจาะลึกผ่านเหตุการณ์ต่างๆ แล้วมีข้อเสนอที่น่าสนใจทีเดียว

แต่มันไม่ง่ายนัก ประการแรกคือว่า สำหรับตัวขบวนการเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมเอง มันมีความหลากหลายเป็นแถบซ้อนกันอยู่ ถ้าเราจะนิยามขบวนการเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมอย่างกว้าง ก็อาจหมายถึงขบวนการซึ่งใครสักคนหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง – จากนักวิชาการในมหาวิทยาลัยจนถึงคนชายขอบ/คนรากหญ้า – ออกมาต่อสู้เพื่อปกป้องชุมชนและสิ่งแวดล้อม ประการที่สองคือการนิยามคำว่า “การโต้กลับเพื่อทำลาย/สลายให้ขบวนการเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมและนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมอ่อนกำลังลง(GreenBacklash)” ยิ่งเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยง

แต่ถ้าเราใช้สามัญสำนึกพิจารณา คำว่า GreenBacklash ก็คือขบวนการที่ใครสักคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทำงานอย่างแข็งขันเพื่อทำลาย/สลายกลุ่มที่ทำงานปกป้องสิ่งแวดล้อมนั่นเอง วันทนา ศิวะ นักกิจกรรมทางสังคมชาวอินเดียบอกว่า “เมื่อการทำงานของเรามีประสิทธิภาพ การโต้กลับก็จะเกิดขึ้น การโต้กลับเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เพราะมันแสดงให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น”

ในกรณีประเทศอุตสาหกรรมอย่างสหรัฐอเมริกา แบบแผนของการโต้กลับที่มีต่อขบวนการเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมมีลักษณะเด่นชัดมากดังนี้

การที่เราสูญเสียคุณสำเนา ศรีสงครามและนักต่อสู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอีกหลายท่าน สะท้อนให้เห็นถึงแบบแผนการโต้กลับเพื่อสลายขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในสังคมไทยหรือไม่? อย่างไร? เป็นคำถามที่ผมอยากตั้งเอาไว้เพื่อการถกเถียง พูดคุยและแลกเปลี่ยนในโอกาสต่อไป

คุณสำเนา ศรีสงครามถูกสังหารเพราะว่าเขามีบทบาทสูงในขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องระบบนิเวศลำน้ำพองซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อทุนนิยมของบรรษัทที่อยู่เหนือการควบคุมของรัฐ (โรงงานเยื่อและกระดาษของบริษัทฟินิกซ์พัลแอนด์เพเพอร์) และอุดมการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับมัน เพื่อมิให้การจากไปของเขาสูญเปล่า เราจำเป็นต้องสรุปบทเรียนอย่างจริงจัง เราอาจจะไม่จำเป็นต้องตอบคำถามเพื่อแก้ข้อกล่าวหาจากปฏิกิริยาโต้กลับข้างต้น แต่เราต้องยืนยันในความชอบธรรมของการเมืองภาคประชาชน ยืนยันในสิทธิชุมชน สิทธิในการปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม สิทธิของพลเมืองที่จะดื้อแพ่งต่อกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เรายังต้องมองโลกในแง่ดี ทำงานสร้างสรรค์ แบ่งปัน สร้างเครือข่ายภาคประชาชนให้กว้างขวางออกไปพร้อม ๆ กับการเสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่นำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างศานติสุขในสังคม

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading