Taragraphies — Header Component

แสวงหาทางเลือก : กลยุทธ์ของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อต่อต้านจักรวรรดินิยมและอำนาจนิยม (1)

เขียนโดย : อิกเราะ อะนูกราห์ (Iqra Anugrah) ในเดือนพฤษภาคม 2024 เจ็ดเดือนหลังจากสงครามของอิสราเอลต่อฉนวนกาซาเริ่มต้นขึ้น นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม (UvA) ได้จัดตั้งค่ายสมานฉันท์กับกาซาเป็นครั้งแรกในเนเธอร์แลนด์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียและมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั่วยุโรปและสหรัฐฯ คณะผู้บริหารของ UvA ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนายกเทศมนตรีเมืองอัมสเตอร์ดัม เฟมเก ฮาลเซมา ได้ให้ตำรวจสลายค่ายดังกล่าว แต่ขบวนการเคลื่อนไหวไม่ได้หยุดลง นักศึกษาผู้ประท้วงสามารถสร้างค่ายที่สองซึ่งใหญ่ขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ค่ายใหม่นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการประท้วงและการตั้งค่ายทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนปาเลสไตน์ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในเนเธอร์แลนด์ ขบวนการทางสังคมต่าง ๆ ชุมชนชาวปาเลสไตน์พลัดถิ่น รวมถึงสมาชิกชนชั้นแรงงาน โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิหลังเป็นผู้อพยพ กระแสการเมืองต่อต้านจักรวรรดินิยมรูปแบบใหม่จึงถือกำเนิดขึ้น สงครามที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซาและดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครองในเวสต์แบงก์ได้ช่วยจุดประกายให้กระแสการเมืองต่อต้านจักรวรรดินิยมกลับมามีบทบาทอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม กระแสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่ต่อยอดจากขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมหลายแห่งในโลกใต้ (Global South) ที่เป็นแนวหน้าของการต่อต้านระบอบเผด็จการและการขยายอำนาจของลัทธิจักรวรรดินิยมที่เกิดขึ้นจากระบบทุนนิยม ขบวนการเหล่านี้รวมถึงพันธมิตรชานม (Milk Tea Alliance) ที่ต่อต้านอำนาจนิยมในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขบวนการทางการเมืองฝ่ายซ้ายและรัฐบาลในหลายประเทศของละตินอเมริกาและยุโรป การประท้วงของขบวนการ Black Lives Matter ในสหรัฐอเมริกาและที่อื่น ๆ รวมถึงการเคลื่อนไหวในระดับท้องถิ่นและระดับชาติที่ต่อต้านอุตสาหกรรมขูดรีด การแสวงหาผลประโยชน์จากทุนนิยม อำนาจของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ […]

“สำเนา ศรีสงคราม”

ธารา บัวคำศรี จากการนำเสนอในการเสวนาเรื่อง “องค์กรประชาชนกับการมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมลำน้ำพอง” ณ โรงเรียนกัลยาณวัตร จังหวัดขอนแก่น วันที่ 4 ตุลาคม 2546 กราบคารวะดวงวิญญาณของคุณสำเนา ศรีสงคราม ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลำน้ำพอง สวัสดี ผู้เข้าร่วมเสวนาทุกท่าน และขอขอบคุณผู้จัดงานสำหรับการแลกเปลี่ยนที่มีความหมายยิ่งต่อการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมของภาคประชาชนในวันนี้ เวลาได้ยินคำว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการสิ่งแวดล้อม แรกๆ เราจะรู้สึกดี มีความหวัง เหมือนกับคำว่า “ประชาธิปไตย” แต่หลายครั้งหลายครา คำนี้ถูกนำมาเป็นข้ออ้างในการสร้างความชอบธรรมเชิงสถาบันและสถานะที่ดำรงอยู่ของโครงสร้างอำนาจ เราคิดกันแค่ว่า ประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งแล้วก็จบ ดูตัวอย่างจากคนกรุงเทพเลือกผู้ว่าฯ ปรากฏว่าไปๆ มาๆ ผู้ว่าคนนี้ไม่ค่อยได้ทำอะไรสักเท่าไร วันๆ ก็ “ชิมไปบ่นไป” วันดีคืนดีก็พาเทศกิจ พาตำรวจมาช่วยคนของรัฐบาลทักษิณรื้อเต็นท์สมัชชาคนจนหน้าทำเนียบ เร็วๆ นี้ก็บอกว่าจะเก็บสนามหลวงไว้รับการประชุมเอเปค ไม่ใช่พื้นที่เพื่อรำลึกเหตุการณ์สำคัญในทางการเมืองภาคประชาชน ความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชนถูกช่วงชิง อาจจะตั้งแต่เราแปลมาจากคำว่า People Participation แล้วก็ได้…แต่สุดท้ายกลับหัวเป็นหาง ดังจะเห็นว่า การปกป้องระบบนิเวศลำน้ำพองของชุมชนต้องจบลงด้วยความตายของคุณสำเนาทั้งในฐานะผู้นำชุมชนและหัวหน้าครอบครัว การมีส่วนร่วมของประชาชนขณะนี้เหลืออยู่มิติเดียว คือการเป็นตราประทับให้กับคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นเต็มไปหมดโดยหน่วยงานของรัฐ การทำประชาพิจารณ์ก็เป็นกระบวนการที่มีแต่บทเรียนแห่งความเจ็บปวดอย่างที่เราทราบกัน สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณสำเนาและผู้นำชุมชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในบ้านเรา คือปรากฏการณ์สากล เกิดขึ้นทั่วโลก การสังหารคุณสำเนา ศรีสงคราม คือปฏิกิริยาโต้กลับเพื่อที่จะสลาย/ทำลายหรือทำให้ขบวนการเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมและตัวนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมเองอ่อนกำลังลง […]

การผลิตที่สะอาด (1)

การผลิตที่สะอาดคืออะไร ใครรู้บ้าง มีการตีความหมาย “การผลิตที่สะอาด” ซึ่งมาจากคำว่า clean production กันไปตามแนวทางของใครของมัน จะว่าไปแล้ว “การผลิตที่สะอาด” มิได้มีความหมายแค่เพียงการผลิตโดยใช้วิธีการที่สะอาดขึ้นเท่านั้น  แต่คือการพิจารณาอย่างเป็นองค์รวมว่า การออกแบบและการบริโภคสินค้าแบบใดที่ก่อให้เกิดปัญหาทางนิเวศอย่างรุนแรง การผลิตที่สะอาดเสนอแนวทางปรับเปลี่ยนวิธีการใช้วัตถุดิบและพลังงานอย่างไม่ยั่งยืนเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  การผลิตที่สะอาดส่งเสริมการใช้พลังงานและวัตถุดิบที่สามารถเกิดทดแทนใหม่ได้ รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืนซึ่งหมายถึงกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารพิษ ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ การผลิตที่สะอาดจะช่วยปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมวิถีทางอันนำไปสู่การผลิตและการบริโภคอย่างระมัดระวัง มีมาตรการป้องกัน และเป็นประชาธิปไตย เดี๋ยวเราค่อย ๆ มาดูกันทีละขั้นทีละตอนในเรื่องนี้กัน… หมายเหตุ : Series “การผลิตที่สะอาด” นี้ย่อยมาจากคู่มือประชาชนว่าด้วยการผลิตที่สะอาดซึ่งจะวิเคราะห์แนวคิดและยุทธศาสตร์ที่สำคัญ พร้อมกับเสนอแนวทางให้บุคคลและกลุ่มบุคคลร่วมกันทำให้การผลิตและบริโภคมีความปลอดภัยและยั่งยืนในอนาคต ทั้งนี้ไม่ได้ประสงค์ที่จะให้เป็นคู่มือที่ให้รายละเอียดในการนำไปปฏิบัติ  หากแต่สิ่งที่นำเสนอจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาชน และให้สามารถลงมือกระทำได้ คู่มือดังกล่าวนี้เขียนขึ้นเพื่อผู้บริโภค ผู้เสียภาษี ผู้ค้าปลีก เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น องค์กรแรงงาน ผู้ผลิต และนักวางแผน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องกับการผลิต และพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ความรู้พื้นฐาน เป็นเครื่องมือและเครื่องสนับสนุนนักสิ่งแวดล้อมและนักกิจกรรมที่ต้องการหาวิธีการรณรงค์เชิงบวกแบบใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น -ธารา บัวคำศรี –

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings