Taragraphies — Header Component
December 29, 2013—————————————————————————————————January 1, 2021

แม้ว่าจะมีหิมะตกปกคลุมชายฝั่งทะเลตะวันตกของญี่ปุ่นเป็นประวัติการณ์ แต่ทางฟากฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่มีหิมะตกสะสมครั้งใหญ่ในฤดูหนาวนี้ ยอดภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะอันเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของภูเขาไฟฟูจิซึ่งโดยปกติจะมองเห็นได้ตลอดเดือนธันวาคม มีหิมะปกคลุมน้อยลงหรือแทบจะหายไปในปีนี้

ยอดเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นเริ่มมีหิมะตกปกคลุมในวันที่ 28 กันยายน 2563 ซึ่งเป็นหิมะแรกของปี แต่หิมะก็ละลายหายไปอย่างรวดเร็ว และยอดเขาฟูจิที่มีหิมะปกคลุมยังคงไม่ชัดเจนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การสังเกต Normalized Difference Snow Index(NDSI) จากดาวเทียม Terra ของ NASA ระบุว่า หิมะปกคลุมบนภูเขาเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นหนึ่งในสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี ในเดือนธันวาคม จากการสังเกตุการณ์ด้วยเครื่องมือวัดบนดาวเทียม

สถานีตรวจอากาศภาคพื้นดินมีข้อสังเกตในลักษณะเดียวกัน “สถานีต่างๆรอบภูเขาไฟฟูจิบันทึกปริมาณน้ำฟ้า(ฝนตก หิมะตก) น้อยกว่าปกติมากในเดือนธันวาคม” โทชิโอะ อิกุจิ นักวิทยาศาสตร์ด้านการสำรวจระยะไกลจาก NASA’s Goddard Space Flight Center กล่าว “จนถึงวันที่ 24 ธันวาคม มีเพียง 10% ของปีโดยเฉลี่ย” ข้อมูลสภาพอากาศยังระบุด้วยว่า อุณหภูมิรอบๆ ภูเขาอบอุ่นผิดปกติในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2563

จากภาพด้านบน ที่ลาดชันด้านบนของภูเขาฟูจิ บันทึกด้วยกล้อง Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม Landsat 8 เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ส่วนอีกภาพที่ OLI ได้มาแสดงให้เห็นภูเขาไฟฟูจิในวันที่ 29 ธันวาคม 2556 ภูเขามีปริมาณหิมะสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อยในเดือนธันวาคม 2556 ตามการสังเกตการณ์ของ Terra NDSI

ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2563 ภูเขามีหิมะตกอย่างหนัก แต่ถึงแม้อากาศในเดือนมกราคมจะหนาวเย็นก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีหิมะปกคลุม “หลังจากนั้นไม่กี่วันหิมะที่ปกคลุมยอดเขาก็ลดลงมากและน่าจะปลิวไปตามกระแสลม” Teppei Yasunari นักวิทยาศาสตร์ด้านการสำรวจระยะไกลจากมหาวิทยาลัยฮอกไกโดกล่าว

แม้ว่าสภาพอากาศระดับท้องถิ่นจะเป็นกุญแจสำคัญในการระบุว่ามีหิมะปกคลุมยอดฟูจิในวันใดวันหนึ่ง แต่ข้อมูลสภาพภูมิอากาศระยะยาวบ่งชี้ว่า สภาพบนยอดฟูจิกำลังเปลี่ยนแปลง การศึกษาล่าสุดชิ้นหนึ่งพบว่า แนวพืชพรรณไม้ของภูเขาเคลื่อนตัวสูงขึ้น 30 เมตร (100 ฟุต) ในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะเกิดจากอุณหภูมิในฤดูร้อนที่เพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส (3.6 องศาฟาเรนไฮต์) ที่ใกล้บริเวณยอดสูงสุดของฟูจิ

ที่มา : NASA Earth Observatory images by Joshua Stevens, using Landsat data from the U.S. Geological Survey and MODIS data from the National Snow and Ice Data Center. Story by Adam Voiland.

ข้อมูลอ้างอิง

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading