Taragraphies — Header Component
30 กันยายน 2567

พายุไต้ฝุ่นกระท้อน (Krathon) พัดผ่านชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวันในช่วงต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 และคาดการณ์ว่าจะพัดถล่มชายฝั่งตะวันตกที่มีประชากรหนาแน่นของเกาะไต้หวันด้วยฝนตกหนักและลมที่สร้างความเสียหาย

ระหว่างการเคลื่อนตัวพายุไต้ฝุ่นกระท้อนขึ้นฝั่งทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์เป็นครั้งแรก มีชื่อท้องถิ่นว่า ไต้ฝุ่นจูเลียน ลมแรงทําให้หลังคาเสียหายและต้นไม้ล้มในจังหวัดบาตาเนสของฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 29 และ 30 กันยายน ตามรายงานข่าว พายุยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

ภาพด้านบนบันทึกโดยเครื่องมือ VIIRS (Visible Infrared Imaging Radiometer Suite) บนดาวเทียม NOAA-20 ชี้ให้เห็นภาพพายุไต้ฝุ่นเมื่อเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (05:00 น. ตามเวลาสากล) ในวันที่ 30 กันยายน เมื่อมีศูนย์กลางอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่เกาะบาตาเนสและประมาณ 155 กิโลเมตร (96 ไมล์) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน ภาพด้านล่าง บันทึกเมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (02:00 น. เวลาสากล) เมื่อวันที่ 30 กันยายน โดยเครื่องมือ OLI (Operational Land Imager) บน Landsat 8 แสดงมุมมองใกล้ศุนย์กลางของพายุ Krathon

30 กันยายน 2567

ศูนย์กลาง(ดวงตา)ของพายุหมุนเขตร้อนเป็นโซนวงกลมของสภาพอากาศค่อนข้างสงบที่ศูนย์กลางของพายุ มันล้อมรอบด้วยวงแหวนสูงตระหง่านของพายุฝนฟ้าคะนองที่ทรงพลังมากที่เรียกว่า eyewall ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพายุเฮอริเคนที่มีลมแรงที่สุด

ประมาณ 19 ชั่วโมงหลังจากที่แลนด์แซท 8 ได้รับภาพนี้ พายุหมุนได้ยกระดับสถานะพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ด้วยแรงลมต่อเนื่อง 240 กิโลเมตร (150 ไมล์) ต่อชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากับพายุเฮอริเคนระดับ 4 ตามรายงานของศูนย์เตือนพายุไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) ในขณะนั้น JTWC ตั้งข้อสังเกตว่า พายุไต้ฝุ่น Krathon แสดงกําแพงตาพายุที่ชัดเจนและประเมินว่าพายุไต้ฝุ่นมีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงสูงสุด 

การเคลื่อนที่ของพายุไต้ฝุ่น Krathon ช้าลงและความเข้มลดลงในวันที่ 1 และ 2 ตุลาคมเมื่อเคลื่อนตัวไปยังชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน ระหว่างวันที่ 30 กันยายนถึง 2 ตุลาคม พายุได้หอบมวลฝน 150 ถึง 300 มิลลิเมตร (6 ถึง 12 นิ้ว) มาสู่ชายฝั่งตะวันออกของไต้หวันแล้ว

พายุไต้ฝุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกมักเคลื่อนตัวขึ้นชายฝั่งตะวันออกที่เป็นภูเขาและมีประชากรเบาบางของไต้หวัน แต่พายุไต้หวัน Krathon จะขึ้นฝั่งแถบที่ราบตะวันตกที่มีประชากรมากกว่าใกล้กับเกาสง ฤดูไต้ฝุ่นจะยืดเยื้อตลอดทั้งปี แต่พายุส่วนใหญ่มักก่อตัวขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม

NASA Earth Observatory image by Wanmei Liang and Lauren Dauphin, using VIIRS data from NASA EOSDIS LANCEGIBS/Worldview, and the Joint Polar Satellite System(JPSS) and Landsat data from the U.S. Geological Survey. Story by Emily Cassidy.
References & Resources

AccuWeather (2024, October 1) Taiwan braces for a powerful typhoon to hit its largest port, after lashing northern Philippines. Accessed October 2, 2024.
Ferrell, Jesse, via X (2024, October 2) Typhoon Krathon’s rainfall has surpassed 4 feet in Taiwan! And it hasn’t even made landfall yet. Accessed October 2, 2024.
GMA Network (2024, October 1) Typhoon Julian damages roofs, topples trees in Batanes. Accessed October 2, 2024.
Joint Typhoon Warning Center (2024, September 30) Typhoon 20W (Krathon) Warning. Accessed October 2, 2024.
Reuters (2024, October 2) Taiwan braces for Typhoon Krathon. Accessed October 2, 2024.

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading