Taragraphies — Header Component

17 กุมภาพันธ์ 2022 (IEEFA)—เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ที่ NuScale พัฒนามาตั้งแต่ต้นศตวรรษนี้ “มาช้าเกินไป แพงเกินไป เสี่ยงเกินไป และไม่แน่นอนเกินไป” ตามการวิเคราะห์ของสถาบันวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์พลังงานและการเงิน (Institute for Energy Economics and Financial Analysis – IEEFA)

SMR รุ่นแรกของโลกนี้ถือเป็นภัยคุกคามทางการเงินที่ร้ายแรงต่อชุมชนสมาชิกของ Utah Associated Municipal Power System (UAMPS) ที่ได้ลงนามเข้าร่วมโครงการ รวมถึงชุมชนและบริษัทสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่กำลังพิจารณาเข้าร่วม NuScale ตั้งเป้าหมายราคาพลังงานจากโรงไฟฟ้าแห่งใหม่นี้ที่ 58 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) อย่างมองโลกในแง่ดี แต่การประมาณการบางแห่งระบุว่าต้นทุนพลังงานจาก SMR อาจสูงถึง 200 ดอลลาร์/MWh

David Schlissel ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การวางแผนทรัพยากรของ IEEFA และผู้เขียนรายงานกล่าวว่า โครงการนี้ควรถูกยกเลิก เนื่องจากต้นทุนพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว และ SMR จะไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ก่อนปี 2029

“บริษัทอ้างว่าต้นทุนของโครงการเป็นราคาคงที่และคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ” Schlissel กล่าว “แต่จากประวัติที่ผ่านมาและแนวโน้มของพลังงานนิวเคลียร์ ความเป็นไปได้นี้ต่ำมาก”

ความเสี่ยงของโครงการ SMR

• ต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น

NuScale อ้างว่าสามารถสร้าง SMR ได้ในราคา ต่ำกว่า 3,000 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ (kW) แต่ไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใดสร้างได้ในราคาถูกขนาดนั้นมานานหลายทศวรรษ กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ประเมินว่าต้นทุนจะสูงกว่า 6,800 ดอลลาร์/kW

• ระยะเวลาก่อสร้างที่นานขึ้น

NuScale ระบุว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของ SMR จะเสร็จภายใน 36 เดือน แต่ในรอบ 60 ปีที่ผ่านมา ไม่มีเครื่องปฏิกรณ์ใหม่ในสหรัฐฯ ที่ก่อสร้างเสร็จเร็วขนาดนั้น NuScale เคยกล่าวในปี 2018 ว่า SMR จะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2026 แต่ปัจจุบันกำหนดการถูกเลื่อนออกไปเป็น กลางปี 2029 อย่างเร็วที่สุด

• ประสิทธิภาพการดำเนินงาน

NuScale อ้างว่า SMR จะทำงานที่ ปัจจัยกำลังการผลิต (capacity factor) 95% ตลอดอายุการใช้งาน แต่ในบรรดา 93 เครื่องปฏิกรณ์ที่เปิดใช้งานในสหรัฐฯ ไม่มีเครื่องใดที่ทำได้ โดยมีเพียง 3 เครื่องเท่านั้นที่มีค่าเฉลี่ยสูงกว่า 85% ในช่วง 10 ปีแรกของการดำเนินงาน และปัจจัยกำลังการผลิตเฉลี่ยของเครื่องปฏิกรณ์ทั้งหมดในช่วงเวลานี้อยู่ที่เพียง 67%

• ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับสาธารณูปโภคที่เข้าร่วมโครงการ

ลูกค้าและชุมชนที่ยังคงอยู่ในโครงการหลังจากเริ่มก่อสร้าง จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการ ไม่ว่าต้นทุนจะสูงเกิน 58 ดอลลาร์/MWh มากแค่ไหนก็ตาม แม้ว่า SMR จะได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย พวกเขาก็ยังต้องจ่าย

Schlissel กล่าวว่าชุมชนต่างๆ ควรพิจารณา เปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน สำหรับแหล่งพลังงานในอนาคต ขณะที่ต้นทุนพลังงานจาก SMR 58 ดอลลาร์/MWh นั้น เกือบสองเท่าของต้นทุนพลังงานหมุนเวียนแล้ว

“ขณะนี้มีทางเลือกพลังงานปลอดคาร์บอนที่ถูกกว่ามาก” Dennis Wamsted นักวิเคราะห์พลังงานของ IEEFA และผู้ร่วมเขียนรายงานกล่าว “SMR ของ NuScale ไม่จำเป็นเลย”

อ่านรายงานฉบับเต็มNuScale’s Small Modular Reactor

เรียบเรียงจาก https://ieefa.org/articles/ieefa-us-small-modular-reactor-too-late-too-expensive-too-risky-and-too-uncertain

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading