Taragraphies — Header Component

เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก(SMR) : คำถามมากกว่าคำตอบ

เพื่อจำกัดภาวะโลกร้อนให้อยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียส สหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านระบบไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่ระบบที่อาศัยพลังงานหมุนเวียนและการกักเก็บพลังงานเป็นหลักอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ ผู้สนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์กำลังกล่าวอ้างว่า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบแยกส่วน (Small Modular Reactors – SMRs) มีความปลอดภัยมากขึ้น สะอาดขึ้น และมีต้นทุนในการก่อสร้างและดำเนินงานต่ำกว่าระบบเครื่องปฏิกรณ์แบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่สนับสนุน SMRs นั้นยังตั้งอยู่บนคำถามหลายข้อที่ยังไม่มีคำตอบ เนื่องจากขาดข้อมูลจากการใช้งานจริงของเทคโนโลยีนี้ แบบจำลองสถานการณ์การลดคาร์บอนอย่างเข้มข้นบางรูปแบบ (รวมถึงของ NRDC) แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่รวมถึงการผลิตพลังงานใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีที่มีความยืดหยุ่นและสามารถเรียกใช้งานได้เมื่อจำเป็น ในแง่มุมของแบบจำลองอาจมีความต้องการใช้ SMRs หรือเทคโนโลยีอื่นที่มีคุณลักษณะคล้ายกันในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ยังไม่มี SMRs ใดถูกสร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกา แต่รัฐบาลกลางอาจให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการเหล่านี้เป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการลดอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Reduction Act – IRA) แม้ว่ารัฐบาลควรลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตพลังงานคาร์บอนต่ำที่หลากหลาย แต่ควรให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่กำลังมีความก้าวหน้าและมีต้นทุนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่น พลังงานหมุนเวียนและการกักเก็บพลังงาน ในทางกลับกัน ต้นทุนของพลังงานนิวเคลียร์ยังคงเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก(Small Modular Reactors – SMRs)คืออะไร?เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กเป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีความสามารถในการผลิตไฟฟ้าต่ำกว่า 300 เมกะวัตต์(MW) ซึ่งเล็กกว่ามากเมื่อเทียบกับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั่วไปในปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตอยู่ในช่วง 1,000 – 1,600 […]

สถาบันวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์พลังงานและการเงิน(IEEFA) ระบุ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) “ช้าเกินไป แพงเกินไป เสี่ยงเกินไป และไม่แน่นอนอย่างสูง”

17 กุมภาพันธ์ 2022 (IEEFA)—เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ที่ NuScale พัฒนามาตั้งแต่ต้นศตวรรษนี้ “มาช้าเกินไป แพงเกินไป เสี่ยงเกินไป และไม่แน่นอนเกินไป” ตามการวิเคราะห์ของสถาบันวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์พลังงานและการเงิน (Institute for Energy Economics and Financial Analysis – IEEFA) SMR รุ่นแรกของโลกนี้ถือเป็นภัยคุกคามทางการเงินที่ร้ายแรงต่อชุมชนสมาชิกของ Utah Associated Municipal Power System (UAMPS) ที่ได้ลงนามเข้าร่วมโครงการ รวมถึงชุมชนและบริษัทสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่กำลังพิจารณาเข้าร่วม NuScale ตั้งเป้าหมายราคาพลังงานจากโรงไฟฟ้าแห่งใหม่นี้ที่ 58 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) อย่างมองโลกในแง่ดี แต่การประมาณการบางแห่งระบุว่าต้นทุนพลังงานจาก SMR อาจสูงถึง 200 ดอลลาร์/MWh David Schlissel ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การวางแผนทรัพยากรของ IEEFA และผู้เขียนรายงานกล่าวว่า โครงการนี้ควรถูกยกเลิก เนื่องจากต้นทุนพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว และ SMR จะไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ก่อนปี 2029 […]

ประมาณการต้นทุนใหม่ที่น่าตกใจสำหรับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor) ของบริษัท NuScale

เรียบเรียงจาก https://ieefa.org/resources/eye-popping-new-cost-estimates-released-nuscale-small-modular-reactor เขียนโดย David Schlissel (dschlissel@ieefa.org) is IEEFA director of resource planning analysis ในเดือนมกราคมปี 2023 NuScale และระบบพลังงานของเทศบาลที่เกี่ยวข้องกับยูทาห์ (NuScale and the Utah Associated Municipal Power Systems (UAMPS) ประกาศสิ่งที่หลายคนคาดหวังมานาน ค่าก่อสร้างและประมาณการราคาเป้าหมายสำหรับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ขนาด 462 เมกะวัตต์ (MW) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ตั้งแต่ปี 2016 ถึง 2020 พวกเขากล่าวว่าราคาไฟฟ้าเป้าหมายอยู่ที่ 55 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) จากนั้น ราคาถูกปรับขึ้นเป็น 58 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MWh เมื่อโครงการถูกลดขนาดจากเครื่องปฏิกรณ์ 12 โมดูลลงเหลือเพียง 6 โมดูล (จาก 924MW เหลือ […]

การวิจัยที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดระบุว่าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กจะมีกากนิวเคลียร์มากกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบเดิม

เรียบเรียงจาก https://news.stanford.edu/2022/05/30/small-modular-reactors-produce-high-levels-nuclear-waste/ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก(small modular reactor)ซึ่งถูกโน้มน้าวมานานว่าเป็นอนาคตของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ จะผลิตกากกัมมันตรังสีมากกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไป ผลจากการวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ผลิตไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ และปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณจํากัด โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ผลิตไฟฟ้า 1,000 เมกะวัตต์ยังผลิตกากกัมมันตภาพรังสีที่ต้องแยกจากสิ่งแวดล้อมเป็นเวลาหลายแสนปี นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่อาจอยู่ที่หลายหมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ได้พัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กที่ผลิตไฟฟ้าน้อยกว่า 300 เมกะวัตต์ และสามารถประกอบในโรงงานได้ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมกล่าวว่าการออกแบบโมดูลาร์ขั้นสูงเหล่านี้มีราคาถูกกว่า และผลิตกัมมันตรังสีน้อยกว่าเตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ทั่วไป การศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ใน Proceedings of the National Academy of Sciences ได้ข้อสรุปที่ตรงกันข้าม “ผลลัพธ์ของเราแสดงให้เห็นว่าการออกแบบ small modular reactor ส่วนใหญ่จะเพิ่มปริมาณของเสียนิวเคลียร์ที่ต้องการการจัดการและการกําจัดมากกว่า 2 ถึง 30 เท่า” Lindsay Krall หัวหน้าผู้เขียนการศึกษา อดีต MacArthur Postdoctoral Fellow ที่ศูนย์ความมั่นคงและความร่วมมือระหว่างประเทศ (CISAC) ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดกล่าว “ข้อคันพบจากตรงกันข้ามกับผลประโยชน์ด้านต้นทุนและการลดของเสียที่ผู้สนับสนุนอ้างว่ามีไว้เพื่อเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขั้นสูง” […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings