Taragraphies — Header Component

อุตสาหกรรมพลาสติกใช้อิทธิพลในการหว่านล้อมการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกอย่างไร?

การเจรจาจัดทำสนธิสัญญาพลาสติกโลกกลายเป็นเวทีแห่งอิทธิพลของบรรษัท บริษัทปิโตรเคมีและเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เกรงว่าการผลิตพลาสติกจะถูกจำกัดต่างก็ระดมการล็อบบี้อย่างซับซ้อน—ไม่เพียงรอบห้องเจรจา แต่เข้าไปถึงภายใน หลายๆ สนธิสัญญา แต่ยุทธวิธีเดิมๆ การขัดขวางที่เห็นในการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกสะท้อนพฤติกรรมของอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในการเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย ตามรายงานของศูนย์กฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ (CIEL) อุตสาหกรรมฟอสซิลและปิโตรเคมีกำลังใช้ยุทธวิธีเดิม คือ นี่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างของผู้ก่อมลพิษที่จะวางตัวเองเป็น “พันธมิตร” ในการแก้ไขวิกฤติ ขณะเดียวกันก็ขัดขวางมาตรการที่จำเป็นต่อการจัดการปัญหา ยุทธวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ การผลักดันการรีไซเคิลทางเคมี แม้มีหลักฐานชัดเจนว่าก่อมลพิษและไม่สามารถทำได้ในระดับเชิงพาณิชย์ การสนับสนุนโครงการทำความสะอาดเชิงสัญลักษณ์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น และการผลักดันวาทกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยใช้คำมั่นสัญญาที่คลุมเครือเรื่องการรีไซเคิลและการใช้ซ้ำมาเป็นข้ออ้างในการขยายการผลิตต่อไป หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของกลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจ คือ “พันธมิตรเพื่อยุติขยะพลาสติก” (Alliance to End Plastic Waste: AEPW) ในปี 2024 การสืบสวนของ Greenpeace Unearthed เปิดโปงการฟอกเขียวของพันธมิตรนี้ ซึ่งมีสมาชิกผู้ก่อตั้งรวมถึงเชลล์ เอ็กซอนโมบิล ดาว และโททาลเอเนอร์จี ขณะที่ AEPW โปรโมตโครงการทำความสะอาดในประเทศโลกใต้ สมาชิกเพียงห้ารายของพันธมิตรกลับผลิตพลาสติกมากกว่าปริมาณที่อ้างว่ากู้คืนได้ถึง 1,000 เท่าในช่วงเวลา 5 ปี การสืบสวนยังเผยว่า AEPW ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เฉพาะเพื่อเบี่ยงการถกเถียงเชิงนโยบายระดับโลกออกจากมาตรการลดพลาสติกที่มีผลผูกพัน ไปสู่แนวทางการจัดการขยะที่อุตสาหกรรมต้องการ ผู้เล่นในอุตสาหกรรมยังทำงานเบื้องหลังเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายภายในประเทศ ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ […]

หลังจากหนึ่งปีของการเจรจาเรื่องสภาพภูมิอากาศอย่างหนักหน่วง ‘การเจรจาแบบย่อย (Minilateralism)’ เป็นทางเลือกหนึ่ง

เรียบเรียงจาก : https://www.japantimes.co.jp/environment/2024/12/30/climate-change/climate-talks-minilateralism-alternative/ ตั้งแต่การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพไปจนถึงการแก้ไขปัญหามลพิษจากพลาสติก การประชุมพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละครั้งในปี 2024 จบลงด้วยความผิดหวัง การปกป้องโลกเป็นความพยายามระดับโลกที่สำเร็จได้ก็ต่อเมื่อประเทศต่าง ๆ เห็นพ้องที่จะดำเนินการร่วมกัน อย่างไรก็ตาม หากดูจากการเจรจาสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศในปีนี้แล้ว ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยดีนัก ในปี 2024 การเจรจาเพื่อหยุดยั้งมลพิษจากพลาสติก ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และยุติการกลายเป็นทะเลทรายล้มเหลวทั้งหมด ขณะเดียวกัน ข้อตกลงในการประชุม COP29 ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาไม่พอใจกับจำนวนเงินที่ตกลงกันไว้เพื่อช่วยพวกเขาต่อสู้กับภาวะโลกร้อน และยังหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงความจำเป็นในการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกด้วย” “มันกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ ที่จะบรรลุข้อตกลงที่ทั้งทะเยอทะยานและเป็นไปได้จริง ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้” มาเรีย อิวาโนวา ผู้อำนวยการโรงเรียนด้านนโยบายสาธารณะและกิจการเมืองในเขตเมือง มหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น กล่าว “ปัญหาอย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษจากพลาสติกเป็นปัญหาเชิงระบบ เชื่อมโยงข้ามภาคส่วน และฝังตัวอยู่ในโครงสร้างทางเศรษฐกิจ” ข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกไม่เคยเป็นเรื่องง่าย แต่การแบ่งขั้วทางการเมือง อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของบรรษัทข้ามชาติ และงบประมาณของรัฐบาลที่ตึงเครียด ทำให้ประเทศต่าง ๆ เต็มใจที่จะประนีประนอมกันน้อยลงกว่าเดิม “กว่าจะไปถึงขั้นตอนของเอกสารหรือข้อตกลงที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันได้ มันถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลืออะไรเลยในท้ายที่สุด” ฮวน คาร์ลอส มอนเตร์เรย์-โกเมซ ผู้แทนพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของปานามา ซึ่งเข้าร่วมการเจรจาสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศระดับนานาชาติทั้งสี่ครั้งในปีนี้ กล่าว นี่คือภาพรวมของการเจรจาระดับโลกในประเด็นสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในปี 2024 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกือบ 200 […]

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพลาสติกอาจเพิ่มเป็น 3 เท่า คิดเป็น 1/5 ของงบประมาณคาร์บอนของโลก

เรียบเรียงจาก https://www.theguardian.com/us-news/2024/apr/18/plastic-production-emission-climate-crisis?CMP=Share_iOSApp_Other Heather McTeer Toney ผู้อํานวยการบริหารของแคมเปญ Beyond Petrochemicals ของ Bloomberg Philanthropies ซึ่งช่วยสนับสนุนรายงานฉบับใหม่กล่าวว่าการคาดการณ์ล่าสุดจากห้องปฏิบัติการแห่งชาติ Lawrence Berkeley ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพุธ ให้หลักฐานเพิ่มเติมว่าอุตสาหกรรมพลาสติกกําลัง “บ่อนทําลายความพยายามระดับโลกในการต่อกรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ” การผลิตพลาสติกซึ่งทําจากเชื้อเพลิงฟอสซิลนั้นปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้มข้น อย่างแรกต้องขุดเจาะและสกัดถ่านหิน น้ํามัน หรือก๊าซฟอสซิลก่อน จากนั้น วัสดุเหล่านั้นต้องนำมากลั่นและแปรรูปในขั้นตอนที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษอย่างหนัก ในบางกรณี ยังเกิดสารประกอบทางเคมีอื่นๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ และสร้างมลพิษมากขึ้น จากนั้นสารปิโตรเคมีจะถูก “แยก” เป็นหน่วยพื้นฐานของพลาสติก เช่น เอทิลีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งการผลิตพลาสติกที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มเติมมาจากกระบวนการโพลีเมอไรเซชัน ซึ่งรวมหน่วยพื้นฐานเหล่านั้นเพื่อสร้างโมเลกุลที่ใหญ่ขึ้น จากนั้นก็นำไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติก เพื่อประมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลาสติก นักวิจัยตรวจสอบผลกระทบของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของพลาสติกชนิดที่พบมากที่สุดซึ่งใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์พลาสติก ขวดน้ํา ภาชนะบรรจุเครื่องดื่มร้อน และวัสดุอื่น ๆ รายงานพบว่า การสร้างพลาสติกปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.24 กิกะตันในปี 2562 หรือมากเท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหิน 600 โรง คิดเป็น 5% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก 12% […]

อวัยวะบางส่วนของวาฬและโลมามีสัดส่วนของพลาสติกเพิ่มขึ้น

แปลเรียบเรียงจาก https://www.newsweek.com/whale-dolphin-plastic-study-1819201#:~:text=Whales%20and%20dolphins%20are%20now%20partly%20made%20of%20plastic%20due,into%20their%20fats%20and%20lungs. เขียนโดย Robyn White, 23/8/23 การศึกษาพบวาฬและโลมาบางส่วนกลายเป็นพลาสติกเนื่องจากมลพิษในมหาสมุทร การศึกษาที่ตีพิมพ์โดยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่ Duke University ในสาขามลพิษสิ่งแวดล้อมพบว่า 2 ใน 3 ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลมีอนุภาคพลาสติกขนาดจิ๋วฝังอยู่ในไขมันและปอดของพวกมัน การศึกษานี้ประเมินจากตัวอย่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 32 ตัวในอะแลสกา แคลิฟอร์เนีย และนอร์ทแคโรไลนาที่ถูกนำมาเป็นอาหาร ระหว่างปี 2543 ถึง 2564 มีการศึกษาสิ่งมีชีวิตทั้งหมด 12 ชนิดรวมทั้งแมวน้ำเครา นักวิทยาศาสตร์ทราบดีอยู่แล้วว่ามลพิษจากพลาสติกเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อสัตว์ป่าในมหาสมุทร แต่ผลการศึกษาใหม่ชี้ให้เห็นว่า เมื่อกินเข้าไป ไมโครพลาสติกสามารถเดินทางผ่านทางเดินอาหารและเข้าไปติดอยู่ในเนื้อเยื่อระหว่างทางได้ การศึกษานี้ประเมินไขมันสามชนิดและปอด และพบพลาสติกในเนื้อเยื่อทั้งสี่ Greg Merrill Jr. นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาชั้นปีที่ 5 ของ Duke University Marine Lab กล่าวในการแถลงข่าวว่า “สัตว์ทะเลทั้งหลายต้องเผชิญกับภาระที่เป็นความเสี่ยงที่เพิ่มเข้ามา : วิกฤตสภาพภูมิอากาศ มลพิษเสียง และตอนนี้พวกมันไม่เพียงแต่กินพลาสติกเข้าไป และต่อสู้กับชิ้นส่วนขนาดใหญ่ในท้องของพวกมันเท่านั้น พวกมันยังถูกควบคุมภายในด้วย”  “สัดส่วนของมวลของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลตอนนี้เป็นพลาสติก” ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าพลาสติกจะส่งผลต่อสัตว์อย่างไร แต่มีความเป็นไปได้ที่พลาสติกจะส่งผลต่อฮอร์โมนและต่อมไร้ท่อ การศึกษาระบุว่าพลาสติกอาจทำหน้าที่เลียนแบบฮอร์โมนและทำให้ต่อมไร้ท่อทำงานผิดปกติ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings